<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-8688413871670125189</id><updated>2012-01-30T22:39:35.130-08:00</updated><category term='ตอนที่ 4'/><category term='ตอนที่ 42'/><category term='ตอนที่ 27'/><category term='ตอนที่ 10'/><category term='ตอนที่ 2'/><category term='ตอนที่ 35'/><category term='ตอนที่ 40'/><category term='ตอนที่ 30'/><category term='ตอนที่ 32'/><category term='ตอนที่ 19'/><category term='ตอนที่ 25'/><category term='ตอนที่ 11'/><category term='ตอนที่ 8'/><category term='ตอนที่ 33'/><category term='ตอน อวสาน'/><category term='ตอนที่ 21'/><category term='ตอนที่ 16'/><category term='ตอนที่ 23'/><category term='ตอนที่ 45'/><category term='ตอนที่ 5'/><category term='ตอนที่ 39'/><category term='ตอนที่ 13'/><category term='ตอนที่ 37'/><category term='ตอนที่ 36'/><category term='ตอนที่ 29'/><category term='ตอนที่ 28'/><category term='เกริ่นนำ'/><category term='ตอนที่ 18'/><category term='ตอนที่ 26'/><category term='ตอนที่ 3'/><category term='ตอนที่ 43'/><category term='ตอนที่ 7'/><category term='ตอนที่ 31'/><category term='ตอนที่ 9'/><category term='ตอนที่ 44'/><category term='ตอนที่ 38'/><category term='ตอนที่ 6'/><category term='ตอนที่ 34'/><category term='ตอนที่ 22'/><category term='ตอนที่ 12'/><category term='ตอนที่ 17'/><category term='ตอนที่ 15'/><category term='ตอนที่ 41'/><category term='ตอนที่ 1'/><category term='ตอนที่ 20'/><category term='ตอนที่ 24'/><category term='ตอนที่ 14'/><title type='text'>กุหลาบของสิริน</title><subtitle type='html'>นวนิยายขนาดยาวเล่มที่ 2 ของราชา'วดี</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://sirinrose.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirinrose.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>48</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8688413871670125189.post-702751130373329749</id><published>2009-05-19T23:31:00.000-07:00</published><updated>2009-10-24T01:32:22.729-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เกริ่นนำ'/><title type='text'>เกริ่นนำ</title><content type='html'>กุหลาบของสิริน .. เรื่องราวรักต่างวัยที่ต่อเชื่อมเนื้อหามาจากปิงฟ้าวิลันดา&lt;br /&gt;หากแต่เป็นความรักของผู้หญิงอีกคู่หนึ่ง ..&lt;br /&gt;จารึกและสิริน กับความผูกพันที่พวกเธอมีต่อกันมายาวนาน&lt;br /&gt;หนทางที่ทอดยาว และมีหลายหลายเส้นทางให้เลือกเดินของคนวัยอ่อน&lt;br /&gt;กับหนทางที่สั้นลงของผู้สูงวัย คนสองคนจะต้องพบเจอกับสิ่งใดบ้าง ..&lt;br /&gt;ช่วยเป็นกำลังใจให้พวกเธอด้วยนะคะ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8688413871670125189-702751130373329749?l=sirinrose.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirinrose.blogspot.com/feeds/702751130373329749/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8688413871670125189&amp;postID=702751130373329749&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/702751130373329749'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/702751130373329749'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirinrose.blogspot.com/2009/05/blog-post_19.html' title='เกริ่นนำ'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8688413871670125189.post-5694645666310623089</id><published>2009-05-19T23:29:00.002-07:00</published><updated>2009-10-24T01:32:35.710-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ตอน อวสาน'/><title type='text'>ตอน อวสาน</title><content type='html'>กรุงเทพฯ..&lt;br /&gt;สิรินแวะส่งพัสดุที่ไปรษณีย์ ในนั้นมีกล่องใส่แหวน พร้อมจดหมายอธิบายความสั้นๆ ว่า&lt;br /&gt;……………………………………………………..&lt;br /&gt;มาร์คคะ&lt;br /&gt;ขอโทษนะคะมาร์ค ที่ฉันไม่สามารถรับความรักและความปรารถนาดีจากคุณได้จริงๆ  เพราะฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อคุณหรือผู้ชายคนไหนในโลกนี้ ขอบคุณมากนะคะสำหรับความรู้สึกดีๆ  ที่คุณมีให้ฉันตลอดมา&lt;br /&gt;สิริน&lt;br /&gt;……………………………………………………..&lt;br /&gt;จากนั้นหญิงสาวกลับมาที่ทำงาน และขอลาออกจากงานที่ทำอยู่ ซึ่งทำให้ทุกคนตกใจ แต่เธอตัดสินใจแล้วที่จะทำเช่นนี้ .. มันถึงเวลาแล้วที่เธอจะมีชีวิตของเธอเองเสียที .. &lt;br /&gt;เธอก้าวออกมาจากสถานที่แห่งนั้นด้วยลมหายใจปลอดโปร่ง และเธอก็ขับรถออกมาหาจ้อยที่ร้านเพื่อบอกกับเขาว่า&lt;br /&gt;“รินจะไปไหนๆ ซักพักนะคะพี่จ้อย เสื้อผ้าพวกนี้รินทำบัญชีเอาไว้หมดแล้ว พี่จ้อยทำเสร็จ ช่วยตรวจเช็ก และส่งให้ด้วยถ้ามีออเดอร์ใหม่เข้ามาช่วงนี้หากเป็นแบบเดิมๆพี่จ้อยรับไว้นะคะ แต่ถ้าต้องการแบบใหม่ๆ บอกเขาด้วยว่ารินไม่อยู่ ไม่ทราบจะกลับเมื่อไหร่”จ้อยอ้าปากค้าง&lt;br /&gt;“อะไรกันริน? นี่รินจะไปไหน เกิดอะไรขึ้นหรือริน?”&lt;br /&gt;ท่าทางเขาดูตกใจ เพราะสิรินไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อนเธอจะไปไหนมาไหนอย่างมีกำหนดเสมอ ด้วยมีความรับผิดชอบต่อทุกสิ่งทุกอย่างอย่างสูง&lt;br /&gt;“รินเหนื่อยค่ะ รินอยากพัก อยากไปไหนไกลๆ ”คราวนี้เสียงเธออ่อนล้าจนจ้อยรู้สึกสงสาร&lt;br /&gt;“เอาเถอะๆ .. อยากไปก็ไป... รินก็รู้ว่าพี่รับผิดชอบอะไรได้แค่ไหน ..รินไปนานพี่เดือดร้อนนะจ๊ะ...แล้วพี่ก็ห่วงรินด้วย ..”&lt;br /&gt;“ขอบคุณค่ะพี่จ้อย” สิรินจับมือเขา แล้วยิ้มให้อย่างจริงใจ&lt;br /&gt;“พี่รักรินนะ”จ้อยทำตาละห้อย&lt;br /&gt;“ขอบคุณค่ะพี่จ้อย รินก็รักพี่จ้อย .. ขอรินพักสักระยะ    นะคะ..แล้วรินจะกลับมา .. ”&lt;br /&gt;สิรินกลับที่พักเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าเตรียมตัวเดินทาง .. เธอบอกแก่ตัวเองว่า เธอจะตามจารึกกลับมาให้ได้ หัวใจของเธอเป็นของผู้หญิงคนนี้ ... เธอโหยหาและห่วงใยผู้หญิงคนนี้ตลอดเวลา และบัดนี้ ไม่ว่าจารึกจะหนีเธอไปหนไหน เธอจะขอตามไปอยู่ใกล้ๆ เพราะเธอรักแสนรัก และเธอต้องยอมรับเสียทีว่าชีวิตเธอไม่สามารถตัดขาดจากผู้หญิงคนนี้ได้.. &lt;br /&gt;..รอหน่อยนะคะยอดรัก รินกำลังจะไปหาคุณอยู่เดี๋ยวนี้แล้ว รินคิดถึงคุณแทบขาดใจ...&lt;br /&gt;เครื่องบินกำลังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพมหานคร ในเวลา เที่ยงคืนกับอีกยี่สิบนาที .. สิรินเพิ่งเดินทางไปต่างประเทศโดยลำพังเป็นครั้งแรก แต่ความตื่นเต้นเรื่องนี้มีไม่มากเท่าความรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้พบกับจารึก เธอไม่รู้ว่าจารึกจะมีปฏิกิริยาอย่างไร  เมื่อพบเธอ แต่เธอเชื่อว่าจารึกจะฟังเธอ และจะเข้าใจเธอได้ในที่สุด ... เพราะจารึกรักเธอ..คนสองคนที่รักกันย่อมเข้าใจกัน และปรับความเข้าใจกันได้ ..เธอมั่นใจเช่นนั้น..&lt;br /&gt;หลังจากนั่งเครื่องบินข้ามทวีปเป็นเวลาสิบกว่าชั่วโมง สิรินก็มาถึงสนามบินฟิอุมมิชิโน่ สนามบินแห่งกรุงโรม ประเทศอิตาลี่...อา..เท้าของเธอกำลังสัมผัสอยู่บนแผ่นดินเดียวกัน และตัวของเธอก็กำลังอยู่ใต้ฟากฟ้าเดียวกันกับคนรักของเธออีกครั้งหนึ่ง..เธอจะไม่ปล่อยให้จารึกหนีไปไหนอีกแล้ว &lt;br /&gt;แต่เธอก็ต้องรอเครื่องบินภายในประเทศ ที่จะพาเธอไปเวนีซ ... จารึกอยู่ที่นั่น เธอต้องอดใจรอคอย ... รอเวลาที่จะได้พบ ได้กอดหล่อนอีกครั้ง..และยิ่งหัวใจกระวนกระวายเร่าร้อนก็ดูเหมือนว่าเวลาจะเชื่องช้าลงเรื่อยๆ  อย่างน่าแปลกใจ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  “คุณปิงไปไหนคะคุณน้า?”จารึกถามคุณวิลันดาอย่างแปลกใจ เมื่อเธอยกน้ำชาขึ้นไปให้แต่ไม่เห็นปิงฟ้าที่ระเบียงชั้นบน ซึ่งเป็นมุมทำงานประจำของปิงฟ้า&lt;br /&gt;“เอาเรือออกไปฝั่งโน้นน่ะจ๊ะ” คุณวิลันดาตอบคำถามพลางยิ้มเช่นเคย &lt;br /&gt;“จาคิดว่าเธออยู่ข้างบน เลยยกน้ำชาขึ้นไปให้”&lt;br /&gt;“ให้น้าก็ได้” ท่านหัวเราะเบาๆ  พลางยื่นมือไปหยิบถ้วยชาจากถาดเงินในมือหลานสาวมาถือไว้&lt;br /&gt;“วันนี้อากาศดีจัง น้าว่าเดี๋ยวเราไปเที่ยวจัตุรัสเซ้นต์มาร์คกันเถอะน้องจา”&lt;br /&gt; จารึกทำหน้าหงอยเหงา .. หล่อนรู้สึกอ้างว้างเดียวดายเหลือเกิน ไม่ว่าเมืองนี้จะสวยแสนสวยเพียงใด แต่ทุกอย่างก็ดูวังเวงเศร้าหมอง ทั้งนี้เป็นเพราะหัวใจหล่อนเต็มไปด้วยความทุกข์นั่นเอง&lt;br /&gt;คุณวิลันดาวลูบไหล่หลานสาวด้วยความปราณี&lt;br /&gt;“ทำหน้าตาให้มันสดชื่นกว่านี้หน่อยสิลูก ..”&lt;br /&gt;จารึกมองหน้าท่านแล้วฝืนยิ้ม&lt;br /&gt;“ขอโทษค่ะคุณน้า จามาทำให้คุณน้าหมดความสุขไปด้วยหรือเปล่าก็ไม่ทราบนะคะ”&lt;br /&gt;“พูดอะไรอย่างนี้”คุณน้าร้องปราม&lt;br /&gt; “ขอโทษค่ะ”&lt;br /&gt;คุณน้ามองดูหลานสาวแล้วแอบยิ้ม... ท่านอยากเห็นเหลือเกินว่า เมื่อจารึกเจอสิริน หล่อนจะเป็นอย่างไร .. ใบหน้าที่หมองหม่นจมทุกข์ของหล่อนจะกลับเบ่งบานชูช่อเหมือนดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างพร่างพรมในยามเช้าหรือไม่ .. จารึกรักสิรินนัก     และสิรินคนเดียวเท่านั้นที่จะเรียกรอยยิ้มและชีวิตชีวาคืนกลับมาให้จารึกได้ &lt;br /&gt;สิรินกับปิงฟ้าพากันก้าวย่างขึ้นจากเรือที่ท่าน้ำจตุรัสเซ้นท์มาร์ค แล้วเดินผ่านเข้าไปในบริเวณจตุรัส ซึ่งเป็นลานกว้าง มีผู้คนมากมายหลั่งไหลมาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ และฝูงนกพิราบพากันบินฮือลงมาจิกกินอาหารที่นักท่องเที่ยวโปรยให้&lt;br /&gt;คุณวิลันดามองเห็นคนรักและสิรินแล้วแต่ไกล ท่านยิ้มละไมส่งไปให้ แล้วหันไปบอกหลานสาวว่า&lt;br /&gt;“น้องจา เดี๋ยวน้ามานะคะ”&lt;br /&gt;แล้วโดยไม่รอคำตอบ คุณน้าก็เดินจากไป จารึกได้แต่มองตามอย่างแปลกใจ ..และแล้วเมื่อฝูงนกพิราบกระพือปีกบินขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้งหนึ่งหล่อนก็เห็นร่างใครคนหนึ่งยืนอยู่เบื้องหน้า &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; สิรินปรากฎตัวเหมือนความฝันอยู่กลางลานกว้าง  ดวงตาของเธอเหมือนดวงดาวสองดวงกระพริบแสงวาววับ และทอดมองอย่างอ่อนหวานมายังผู้หญิงต่างวัยร่างเล็กบาง ที่ยืนตะลึงมองอยู่อย่างงงงัน ... &lt;br /&gt;จนเมื่อสิรินเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้านั่นแหละ จารึกจึงกระพริบตา &lt;br /&gt;สิริน.. เธอจริงๆ ..&lt;br /&gt;มือของสิรินยื่นมาจับมือขาวๆ ที่เย็นเฉียบของหล่อน หากแต่ชั่วครู่เดียวเท่านั้น จารึกก็ดึงมือหนี .. และอีกครู่ต่อมา หล่อนก็หันหน้าหนีพร้อมๆ กับที่น้ำตาของหล่อนร่วงตกลงมา.. ความรู้สึกต่างๆ ประดังประเดมาจากทุกทิศทุกทาง และเสียงของจ้อยก็ดังก้องอยู่ในหู.. &lt;br /&gt;สิรินรวบร่างหล่อนไว้ในอ้อมกอดอย่างแนบแน่น ร่างบางๆ ของหล่อนนิ่งเหมือนตุ๊กตาที่ไร้ชีวิตจิตใจ แต่น้ำตาก็ไหลรินออกมาตลอดเวลา &lt;br /&gt;“รินขอโทษ” เสียงสิรินสั่นสะท้าน &lt;br /&gt;อาการเมินเฉยของจารึก ทำให้หวั่นไหวเหลือเกิน และนั่นทำให้      สิรินกอดรัดหล่อนแน่นขึ้น &lt;br /&gt;“รินรักคุณ”... สิรินบอกหล่อนแล้วร้องไห้ ...&lt;br /&gt;และแล้วร่างสูงเพรียวของเธอก็ทรุดลงคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าคนรักท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย ณ ที่แห่งนั้น&lt;br /&gt;“รินขออยู่กับคุณตลอดชีวิต”เธอเงยหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาขึ้นเอ่ยกับจารึก &lt;br /&gt;จารึกมองสิรินอย่างแปลกใจ .. นี่คือคนรักของหล่อนหรือนี่ ..            สิรินหญิงสาวที่เต็มไปด้วยทิฐิมานะ หากบัดนี้ยอมคุกเข่าเว้าวอน ยอมสยบสิโรราบถึงเพียงนี้..&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิลันดาเอนอิงอยู่กับร่างปิงฟ้าอย่างมีความสุขเมื่อเห็นภาพสิรินคุกเข่าลงกอดจารึกที่ลานจัตุรัสท่ามกลางสายตาผู้คนมากมายที่หันไปมอง &lt;br /&gt;แรกนั้นมองอย่างแปลกใจ .. แต่ครู่ใหญ่พวกเขาก็พากันยิ้มทั้งปากและตา .. ด้วยนั่นเป็นภาพแห่งความรักอันสวยงามเหลือเกินแม้นว่าคู่รักคู่นี้จะเป็นเพศเดียวกันก็ตาม &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;มันเหมือนโลกหยุดหมุนในเวลานี้ จารึกเอื้อมมือลงไป ลูบหัวสิริน     อย่างเอ็นดู .. สัมผัสของสิรินบอกเล่าทุกสิ่งทุกอย่าง และทำให้หล่อนยอมอภัยโดยไร้เงื่อนไข &lt;br /&gt;และน้ำตาของสิริน ทำให้หัวใจหล่อนละลายเหมือนขี้ผึ้งลนไฟ&lt;br /&gt;“ริน.. ลุกขึ้นเถอะค่ะ” &lt;br /&gt;สิรินเงยหน้าขึ้นมองสบตา..ร่างนั้นค่อยๆลุกขึ้นยืนและแล้วเธอก็สวมกอดคนรักของเธออย่างแนบแน่นประหนึ่งว่าเธอจะไม่ยอมปล่อยผู้หญิงคนนี้ให้ห่างกายอีกเลยตลอดชาตินี้&lt;br /&gt;“ยกโทษให้รินนะคะ”&lt;br /&gt;“ไม่แต่งงานแล้วหรือคะ?”เสียงจารึกสั่นสะท้าน&lt;br /&gt;“ถ้าแต่ง รินจะแต่งกับคุณ”&lt;br /&gt;“แล้วคนชื่อมาร์คล่ะคะ”&lt;br /&gt;“รินบอกเขาแล้วว่ารินไม่ได้รักเขา.. รินเกิดมา เพื่อรักคุณ รินขออยู่กับคุณตลอดไปได้ไหมคะ?”&lt;br /&gt;“แล้วทำไม รินถึงคิดจะแต่งกับเขา?”จารึกถามอย่างขมขื่น หล่อนถอนสะอื้นเบาๆ แต่หล่อนก็กอดสิรินไว้ไม่ยอมปล่อยเช่นกัน &lt;br /&gt;“รินสงสารพ่อกับแม่..”สิรินตอบด้วยเสียงที่สั่นปร่า&lt;br /&gt;“พอพี่แก้วยอมจะแต่งงานกับพี่หมอ รินก็เลิกความคิดที่จะแต่งงานกับมาร์ค แต่พี่จ้อยพูดขึ้นมาเสียก่อน .. รินไม่มีโอกาสอธิบาย”&lt;br /&gt;“แล้วรินจะจัดการกับความสัมพันธ์ของเราต่อไปยังไงคะ?”&lt;br /&gt;“รินลาออกจากงานที่ร้านดาวแล้วค่ะ รินจะกลับเชียงใหม่จะอยู่กับคุณจะเข้านอนพร้อมคุณ ตื่นมาตอนเช้า คุณจะเห็นรินอยู่ใกล้ๆทุกวัน ”&lt;br /&gt;“รินขา..”&lt;br /&gt;แล้วสองคนก็กอดกันร้องไห้อยู่ ณ ที่นั้น ... หัวใจสองดวงหล่อหลอมลงเป็นดวงเดียว เสียงระฆังดังก้องกังวานขึ้นเหมือนเป็นประจักษ์พยานแห่งความรักของผู้หญิงคู่นี้ และทุกสิ่งทุกอย่างก็กลับสวยงามสว่างไสวขึ้นอีกครั้งหนึ่ง .. &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ราชา’วดี&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8688413871670125189-5694645666310623089?l=sirinrose.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirinrose.blogspot.com/feeds/5694645666310623089/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8688413871670125189&amp;postID=5694645666310623089&amp;isPopup=true' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/5694645666310623089'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/5694645666310623089'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirinrose.blogspot.com/2009/05/blog-post.html' title='ตอน อวสาน'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8688413871670125189.post-7733298437562552187</id><published>2009-05-19T23:29:00.001-07:00</published><updated>2009-10-24T01:32:51.920-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ตอนที่ 45'/><title type='text'>ตอนที่ 45</title><content type='html'>ที่สนามบินเวนีซ เมื่อเดินพ้นออกมาจากห้องผู้โดยสาร  ขาเข้ามาได้ ร่างเล็กๆ ที่บอบบางของจารึกก็ผวาเข้าหาอ้อมกอดของผู้เป็นน้าทันที          ปิงฟ้าเดินเข้าไปช่วยเข็นสัมภาระออกมาและไม่มีช่องว่างให้ได้ทักทายกัน เพราะจารึกเอาแต่ร้องไห้เหมือนเด็กๆที่โหยหาอ้อมกอดของแม่ยามถูกรังแก&lt;br /&gt;“คุณน้า.. คุณน้าขา”&lt;br /&gt;“โถน้องจา” คุณวิลันดาโอบกอดและลูบหัวหล่อนด้วยความรักและเวทนา สภาพของจารึกดูอ่อนแอน่าสงสารเหลือเกิน หล่อนเหมือนดอกไม้ใกล้โรย ที่บอบช้ำเต็มที&lt;br /&gt;“คุณน้า”&lt;br /&gt;“น้าอยู่นี่จ๊ะ น้าอยู่นี่ .. ไม่เป็นไรแล้วนะคนดี”คุณน้าลูบไหล่หล่อนเบาๆ  ด้วยแสนเอ็นดู&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรแล้วนะ..”ท่านปลอบประโลมแล้วพาเดินออกไปช้าๆ มีปิงฟ้าคอยเข็นสัมภาระตามไปอย่างเงียบๆ ท่ามกลางความพลุกพล่านของผู้คน&lt;br /&gt;สองน้าหลานนั่งตอนหลังของรถแวน และน้าหลานก็กอดกันอยู่ตลอดเวลา ด้วยว่าจารึกนั้นมีอาการขวัญเสีย หล่อนต้องการ พึ่งพิงที่หล่อนจะอิงอุ่น พอที่จะทำให้รู้สึกว่าหล่อนยังเหลือใครบ้างในโลกนี้ที่ยังรักและพร้อมเข้าใจหล่อน&lt;br /&gt;ปิงฟ้าขับรถออกจากสนามบินไปอย่างช้าๆ มุ่งหน้าไปยังท่าเรือ        ที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว เวนีซเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นเมืองที่สวยงามและโรแมนติก ขณะที่ปิงฟ้าแล่นเรือไปตามคลองใหญ่ ชั่วไม่นานนัก ก็แลเห็นเกาะแสนสวยปรากฏอยู่เบื้องหน้าเหมือน สิ่งมหัศจรรย์ &lt;br /&gt;ทุกครั้งที่มาที่นี่จารึกมักคิดเสมอว่าสักวันหนึ่งหล่อนจะอยู่ตรงนี้และมองภาพมหัศจรรย์นี้กับสิริน.. และสิรินจะประคองหล่อนไว้ในอ้อมแขน สิรินคงยิ้มให้กับภาพเบื้องหน้าอย่างชื่นชมและมีความสุข.. หล่อนปรารถนาจะมองเห็นประกายตาที่วิบวับเต็มไปด้วยความสุขของสิริน... &lt;br /&gt;แต่แล้วภาพเกาะเวนิซที่แสนสวยก็พลันพร่าเลือนเมื่อม่านน้ำตาคลี่ออกมาปิดบังดวงตาของจารึกไว้ พร้อมกับความทุกข์โศกแห่โหมเข้ามากลุ้มรุม และหล่อนต้องหันหาอ้อมอกผู้เป็นน้าเพื่อ  ซบอิงอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้&lt;br /&gt;“คุณน้า.. รินทำกับจาแบบนี้ได้ยังไงคะ?” หล่อนคร่ำครวญน่าเวทนา&lt;br /&gt;“อยู่ดีๆ รินก็มีคนอื่น อยู่ดีๆ ก็จะแต่งงาน?” &lt;br /&gt;คุณวิลันดาได้แต่รับร่างนั้นไว้ในอ้อมแขน และเฝ้ากอดประโลมหลานสาวที่ซุกซบร้องร่ำคร่ำครวญจนตัวคลอน&lt;br /&gt;“ใจเย็นๆ นะคนดี .. ไม่เอานะคะลูก”&lt;br /&gt;“จาเจ็บจังค่ะคุณน้า จาเจ็บเหลือเกิน .. รินนอนกับจา กอดจา บอกรักจา แต่รินคบคนอื่น..”เสียงหล่อนฟ้องและตัดพ้อ..เป็นเสียงของคนที่เต็มไปด้วยความน้อยใจและขมขื่นสุดทน&lt;br /&gt;“จาเป็นคนโง่ใช่ไหมคะคุณน้า”&lt;br /&gt;“ไม่เอาค่ะ ไม่โทษตัวเองลูก .. อย่าคิดอย่างนี้สิคะ บางทีอะไรๆ มันอาจไม่ใช่อย่างที่จาคิดก็ได้”&lt;br /&gt;“ไม่ใช่ได้ไงคะ ...ไม่ใช่แล้วจาจะได้ยินได้ยังไงคะ..ว่ารินจะแต่งงานกับคนชื่อมาร์ค”จารึกระเบิดอารมณ์ท่ามกลางสายลมที่พัดปะทะใบหน้า และหล่อนก็ได้แต่สะอื้นอึกอักอยู่ในอกของผู้เป็นน้า หล่อนกอดท่านแน่น รู้สึกว่านี่คือที่ยึดเกาะที่จะทำให้หล่อนทรงตัวอยู่ได้ในขณะนี้&lt;br /&gt;คุณวิลันดาคิดภาวนา ขอให้สิรินตามมาโดยเร็ว .. ท่านเองรู้สึกใจจะขาดเช่นกันที่เห็นจารึกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ปิงฟ้าเองก็มองจารึกด้วยความรู้สึกหดหู่ใจ ตั้งแต่พบกันที่สนามบิน จนกระทั่งลงเรือมาด้วยกันในขณะนี้ จารึกยังไม่ได้ทักทายเธอสักคำ ด้วยเอาแต่ครวญคร่ำร่ำไห้อยู่ในความทุกข์โศกของตัวเองอย่างนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;คุณวิลันดาเดินไปเปิดม่านลูกไม้ที่หน้าต่างให้แสงสว่างลอดเข้ามาภายในห้อง จารึกตื่นแล้ว หล่อนนอนลืมตาอยู่บนเตียงอย่างไร้ความสุข คุณน้าเดินเข้าไปนั่งข้างๆ และลูบหัวหล่อนไปมาเหมือนเมื่อยามที่หล่อนยังเป็นเด็กหญิงจารึกที่แสนจะขี้อ้อน&lt;br /&gt;“อรุณสวัสดิ์จ๊ะ”&lt;br /&gt;“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณน้า”หล่อนฝืนยิ้มได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และแข็งใจลุกขึ้นนั่ง&lt;br /&gt;“เป็นไงบ้างเช้านี้”ท่านทักทายพลางมองดูหล่อน&lt;br /&gt;“จาคงดูน่าสงสารมากใช่ไหมคะ?”หล่อนถามท่านอย่างหมดอาลัยตายอยากในชีวิต&lt;br /&gt;“โถ..จาจ๋าจา น้ารักจานะจ๊ะคนดี”ท่านกอดหล่อน บีบมือหล่อนไว้เบาๆ  สงสารหล่อนใจจะขาด&lt;br /&gt;“ขอบคุณค่ะ”จารึกน้ำตาคลออีกครั้ง&lt;br /&gt;“รู้อะไรไหม”คุณน้าฝืนยิ้มและลูบหัวหล่อนเล่นไปมา&lt;br /&gt;“ตั้งแต่จามานี่ จายังไม่ได้ทักคุณปิงซักคำเลยนะจ๊ะ” ท่านบอกด้วยใบหน้ายิ้มๆ &lt;br /&gt;“ตายจริง” จารึกอุทานออกมาเบาๆ &lt;br /&gt;“จริงสิคะ จาแย่จริงๆ นะคะ”&lt;br /&gt;คุณวิลันดาหัวเราะเบาๆ &lt;br /&gt;“จามัวแต่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องของตัวเองจนกลายเป็นคนไม่มีมารยาทไปแล้ว”&lt;br /&gt;“โถ ไม่หรอกค่ะ คุณปิงเธอเข้าใจ เช้านี้จา      ทักทายเธอซักหน่อยก็แล้วกันดีไหม?”&lt;br /&gt;“ค่ะคุณน้า”&lt;br /&gt;จารึกมองเห็นรอยยิ้มของคุณน้า รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรักและความเมตตาที่มีให้ ทำให้หล่อนพอยิ้มออกมาได้บ้าง&lt;br /&gt;“ขอบคุณนะคะคุณน้า .. ขอบคุณที่รักจา”หล่อนกอดท่านอีกครั้ง&lt;br /&gt;“จาลืมไปแล้วหรือจ๊ะ ว่าจาเป็นหลานรักของน้าน่ะ” &lt;br /&gt;ปิงฟ้าเสริ์ฟอาหารเช้าเป็นขนมปังและซุปร้อนๆ พร้อมกล่าวคำว่า&lt;br /&gt;“อรุณสวัสดิ์ค่ะยายจา”&lt;br /&gt;“อรุณสวัสค่ะคุณปิง”จารึกยิ้มให้&lt;br /&gt;“ยิ้มได้แล้วนี่”ปิงฟ้ายิ้มให้เช่นกัน&lt;br /&gt;“ขอโทษนะคะ ที่จามัวแต่ร้องห่มร้องไห้ จนลืมทักทายคุณ”&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรเลยอย่าวิตกเรื่องนี้ค่ะ”&lt;br /&gt;“ขอบคุณนะคะที่ให้อภัยจา”จารึกยิ้มให้อีกครั้ง&lt;br /&gt;“แค่เห็นรอยยิ้มของยายจาวันนี้ เวนีซก็สว่างไสวแล้วล่ะค่ะ”&lt;br /&gt;ปิงฟ้าทำให้ทุกคนยิ้ม... และทำให้จารึกรู้สึกดีขึ้น      หล่อนรู้สึกว่ามีมิตรภาพแบบอื่น ที่แม้นไม่สามารถมาซ่อมแซมความรู้สึกที่สึกกร่อนภายในหัวใจของหล่อนได้ทั้งหมด แต่ก็ทำให้รู้สึกดี และทำให้หล่อนอยู่ได้ .. อย่างน้อย หล่อนยังมีแรงที่จะหายใจต่อไป&lt;br /&gt;จารึกได้แต่เดินดูภาพเขียนของปิงฟ้าอยู่ในแกลลอรี่ ทุกครั้งที่หล่อนมองดูภาพเขียนฝีมือจิตรกรคู่ใจของคุณน้าคนนี้ จารึกจะคิดถึงสิรินเสมอ หล่อนมักคิดว่า สิรินน่าจะมีโอกาสได้เรียนในสิ่งที่ถนัด เรียนให้ลุล่วงสู่ความสำเร็จจริงๆ เหมือนคุณปิงฟ้าคนนี้ และหล่อนพร้อมจะผลักดันคนรักเสมอหากสิรินยินยอม &lt;br /&gt;จารึกปรารถนาที่จะมีโอกาสได้ภาคภูมิใจ หากได้เดินดูผลงานของสิรินรายระดะอยู่ในสายตา เหมือนที่ได้เดินชมภาพเขียนของคุณปิงฟ้า แต่.. คราวนี้หล่อนรู้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่หล่อนคิดนั้น ไม่สามารถเป็นจริงได้แน่ๆ เพราะสิรินไม่เคยมีความฝันร่วมกันกับหล่อน สิ่งที่เอ่ยอ้างว่าต้องสร้างตัว ต้องทำงานทุกอย่างไม่เคยมีหล่อนร่วมอยู่ในนั้น สิรินมีความฝันธรรมดาๆ เหมือนหญิงสาวทั่วไป ที่เมื่อถึงเวลาพวกเธอก็มีคู่รัก และแต่งงาน.. สิรินอยู่กับหล่อนเพื่อรอเวลาเท่านั้น ... อา มันช่างเจ็บปวดรวดร้าวอะไรเช่นนี้..&lt;br /&gt;หล่อนเองก็เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง ซึ่งมีชีวิตเรียบง่าย มีระเบียบแบบแผนมาตลอด และหล่อนมิได้ร้างไร้ผู้คนที่หมายปอง .. แต่ความรักที่เกิดและมีอย่างมหัศจรรย์ ทำให้หล่อน ละทิ้งชีวิตธรรมดาเช่นนั้น มาปักใจอยู่กับเด็กคนหนึ่ง .. ผูกพันกายใจต่อกัน และร่วมทางเดินมาด้วยกัน โดยฝ่ายหนึ่งนับวันมีแต่  จะแก่ตัวโรยรา หากแต่อีกฝ่ายหนึ่งเติบโตเบ่งบาน... จนกระทั่งเมื่อชีวิตของเด็กคนนั้นเติบโตเต็มที่ จนถึงวัยเจริญพันธุ์ สมควรเวลาที่จะสืบเผ่าพันธุ์ตามธรรมชาติ.. เธอก็สามารถจะละไปได้ง่ายดายอย่างนั้นหรือ?&lt;br /&gt;แล้วความรักคืออะไรกันเล่า?&lt;br /&gt;จารึกซับน้ำตาอีกครั้ง และอีกครั้ง .. หล่อนแสนเบื่อระอากับตัวเองเสียเหลือเกิน ที่เอาแต่วนเวียนคิดถึง  สิริน และร้องไห้ครั้งแล้วครั้งเล่า และอกใจหล่อนก็ระทมหม่นไหม้เหมือนมีไฟนรก  แผดเผาอยู่ภายใน ทำไมไม่ทราบ ทำไมหล่อนจึงต้องคิดถึงแต่ สิ่งเหล่านี้ ซึ่งล้วนแต่เป็นความคิดที่ยิ่งซ้ำเติมตัวเองให้ทุกข์มากและย่ำแย่ลงไปกว่าเดิม&lt;br /&gt;มันเหมือนมีคนมาคอยพลิกประวัติศาสตร์ระหว่างหล่อนกับสิริน เหมือนมีใครมาเปิดเทปถ้อยคำที่หล่อนและสิรินเคยพูดจากัน เพื่อจะเน้นย้ำ และทวงถามว่า เหล่านี้คืออะไร? นี่คือความหลอกลวงปลิ้นปล้อนของสิริน ที่เหนี่ยวรั้งชีวิตหล่อนให้ร่วงโรยลงโดยไร้ความหมาย ในขณะที่ตัวเธอเองกลับเจริญเติบโตขึ้นมา อย่างปรกติไม่ต่างจากผู้หญิงทุกคนในโลกนี้นี่คือการเอารัดเอาเปรียบ และไร้ความเป็นธรรมอย่างที่สุด..&lt;br /&gt;สิรินทำให้ชีวิตหล่อนไร้ความหมาย..หล่อนคงหมดความสุขไปตลอดทั้งชาติ และขณะนี้หล่อนไม่ทราบว่าหล่อนจะอยู่อย่างไร&lt;br /&gt;ตอนบ่ายคุณวิลันดาชวนหล่อนไปที่สะพานริอัลโต ซึ่งเชื่อมชุมชนเก่าแก่สองฝั่งของตัวเกาะเข้าด้วยกัน และเป็นสะพานที่เต็มด้วยศิลปะอันมีค่า เนื่องด้วยได้ถูกก่อสร้างเพิ่มเติมโดยไมเคิล แองเจลโล ศิลปินชื่อก้องโลก &lt;br /&gt;แต่ไม่ว่าคุณน้าจะชี้ชวนหล่อนอย่างไรจารึกก็ดูซังกะตาย แววตาของหล่อนแห้งแล้ง และสีหน้าอิดโรยเศร้าหมองเต็มทีนี่หล่อนเหมือนคนที่มาแต่ร่าง วิญญาณหล่อนหายไปตั้งแต่วันนั้น ... วันที่ถ้อยคำประโยคนั้นหลุดออกจากปากของช่างจ้อย &lt;br /&gt;...พี่ล่ะอยากเห็นจริงๆ  เลย ว่าถ้ารินแต่งกับมาร์ค ชุดของรินจะเป็นยังไง?..&lt;br /&gt;โอ.. จารึกยกมือปิดหน้า แต่มือหล่อนพลาดไปปัดถ้วยกาแฟหก และผู้คนในร้านกาแฟเล็กๆ แห่งนั้นก็หันมามองเป็นตาเดียว เสื้อผ้ามีรอยเลอะเล็กน้อย &lt;br /&gt;“โอขอโทษค่ะ “&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรค่ะจา.. ใจเย็นๆ นะคะ”&lt;br /&gt;“คุณน้า..”&lt;br /&gt;“แค่กาแฟหกน่ะ”&lt;br /&gt;ใช่.. แค่กาแฟหก และคนก็มองนิดหน่อย จากนั้นทุกอย่างก็เหมือนเดิม เมื่อหล่อนได้เช็ดเสื้อผ้า และพนักงานมาเก็บกวาดโต๊ะ เปลี่ยนผ้าคลุมโต๊ะใหม่ .. ทุกอย่างก็ดูเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อนเลย&lt;br /&gt;“ขอโทษค่ะจาแย่มากนะคะ สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย”&lt;br /&gt;คุณน้าได้แต่ถอนใจ ท่านพาหล่อนมาเดินดูศิลปะให้เพลิดเพลิน พามาในที่ที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา และมานั่งพักเหนื่อยดื่มกาแฟรสเข้มข้นอย่างที่หล่อนเคยชอบ แต่จารึกก็ไม่มี  ทีท่าว่าจะดีขึ้นแม้นแต่น้อย หล่อนยังคงเหม่อลอย หัวจิตหัวใจหล่อนไม่ได้อยู่กับสิ่งที่สายตามองเห็น .. หากแต่หัวใจหล่อนอยู่ที่สิริน&lt;br /&gt;ความรักช่างมีอำนาจอย่างร้ายกาจ .. มันสามารถบันดาล ให้โลกทั้งโลกสวยงามพร่างพราวได้ในพริบตา แต่แล้วหากเมื่อรักไม่สมหวังดังใจ มันก็สามารถทำลายได้สิ้นทุกสิ่ง และมันทำให้จารึกเหมือนคนที่ตายแล้วทั้งเป็นอยู่ในขณะนี้ ..&lt;br /&gt; คุณวิลันดาได้แต่นั่งนิ่งๆ อยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ครุ่นคิดสงสารหลานสาวผู้นอนอยู่ในห้องถัดไป&lt;br /&gt;“เราควรบอกยายจาไหมคะว่ารินจะมา อย่างน้อยแกคงรู้สึกดีขึ้นบ้าง”&lt;br /&gt;ที่สุดหล่อนก็เอ่ยปากถามไถ่คนรักที่นอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียงท่ามกลางเสียงเพลงโชแปงบรรเลงแผ่วเบาภายในห้อง&lt;br /&gt;“ตามใจสิคะ”ปิงฟ้าบอก เธอปิดหนังสือ และส่งยิ้มมาให้อย่างอ่อนโยนเพื่อเป็นกำลังใจ อีกฝ่ายได้แต่ส่ายหน้าแล้วค้อนว่า&lt;br /&gt;“อย่าตามใจสิคะ คุณคิดไม่ออกจริงๆ ว่าควรทำอย่างไร”&lt;br /&gt;“มานอนเถอะค่ะ” ปิงฟ้ากางแขนออก และเมื่อคนรักเดินเข้าไปหา เธอก็โอบกอดไว้อย่างอบอุ่น&lt;br /&gt;“ยายจาบอบช้ำมากนะคะ”&lt;br /&gt;“ไม่มีใครแก้ไขอาการของยายจาได้หรอกค่ะ นอกจากสิริน”ปิงฟ้าบอก และวิลันดาก็ได้แต่ถอนใจ &lt;br /&gt;สิริน สิริน ..สิรินทำอะไรอยู่หนอ ในขณะที่จารึกกำลังย่ำแย่อย่างนี้ แต่หล่อนก็ไม่คิดหรอกว่าสิรินจะมีความสุข&lt;br /&gt;“เรารักษายายจาไม่ได้หรอกค่ะ เราต้องรอหมอใจ”ปิงฟ้าปลอบหล่อนอย่างอ่อนโยน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8688413871670125189-7733298437562552187?l=sirinrose.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirinrose.blogspot.com/feeds/7733298437562552187/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8688413871670125189&amp;postID=7733298437562552187&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/7733298437562552187'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/7733298437562552187'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirinrose.blogspot.com/2009/05/45.html' title='ตอนที่ 45'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8688413871670125189.post-8619830968662274187</id><published>2009-05-19T23:28:00.000-07:00</published><updated>2009-10-24T01:33:08.147-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ตอนที่ 44'/><title type='text'>ตอนที่ 44</title><content type='html'>สิรินสวมกอดจารึกที่เดินเข้ามาพร้อมกับผู้โดยสารอื่นๆ  หลายคนที่ลงจากเครื่องพร้อมๆ กัน จารึกรู้สึกว่าหมู่นี้คนรัก ของหล่อนกอดหล่อนแน่นกว่าเดิมจนอยากถามว่าเป็นอะไรหรือ ถึงดูรักมากมายเพียงนี้&lt;br /&gt;"คิดถึงมากหรือคะ?" แต่หล่อนก็ถามได้แค่นี้ เป็นคำถาม  ที่ปนด้วยรอยยิ้มของคนที่อิ่มไปด้วยความสุข&lt;br /&gt;"คิดถึงมากค่ะ คิดถึงทุกลมหายใจ" &lt;br /&gt;คราวนี้จารึกหัวเราะเบาๆหล่อนไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะได้ยินถ้อยคำหวานๆอย่างนี้จากสิริน แต่หล่อนก็มีความสุขเหลือเกินกับความหวานเช่นนี้ หล่อนจึงกอดสิรินแนบแน่นเช่นกัน &lt;br /&gt;"คุณคงทราบแล้วว่าพี่แก้วจะแต่งงาน"สิรินชวนคุยเมื่อเดินจูงมือกันออกไปจากอาคารสนามบิน&lt;br /&gt;"ทราบแล้วค่ะ"จารึกหัวเราะ&lt;br /&gt;"ริยาเก็บอาการอยู่เสียก็ดี"&lt;br /&gt;คราวนี้สิรินก็หัวเราะออกมาบ้าง&lt;br /&gt;"พ้นทุกข์พ้นโศกกันเสียทีนะคะริน"&lt;br /&gt;"ค่ะ"สิรินยิ้มให้คนรัก แล้วกระชับมือแน่นขึ้น ค่ะ..  พ้นทุกข์  เสียที.. พ้นทุกข์กันทุกคน ยกเว้นผู้ชายตาโศกคนนั้น..&lt;br /&gt;สิรินพาหล่อนไปไหว้พระ และไปรับประทานอาหารอร่อยๆ จากนั้นพาเข้าพักที่คอนโดมิเนียม แล้วตัวเธอก็ออกไปทำงานในตอนบ่ายและอยู่ที่นั่นจนถึงตอนเย็น&lt;br /&gt;จารึกนึกแปลกใจเมื่อเห็นชุดแต่งงานสีขาวแขวนอยู่ที่ราวภายในห้อง มันเป็นชุดที่สวยมาก สวยและดูขนาดแล้วน่าจะพอดีกับตัวสิริน ... หล่อนไม่เคยทราบว่า สิรินรับทำชุดแต่งงานด้วย และชุดนี้ก็ดูพิถีพิถันนัก สิรินเคยบอกว่า ชุดแต่งงานเป็นงานที่ยากเกินไปสำหรับเธอ คนที่จะทำชุดแบบนี้ดีควรจับแต่งานนี้งานเดียว แต่ทำไมอยู่ดีๆ  ถึงมีชุดแต่งงานมาแขวนอยู่ที่นี่?&lt;br /&gt;จารึกเอนหลังกับเก้าอี้นวมดูทีวีภาคกลางวัน แต่สายตาหล่อนก็เหลือบแลชุดแต่งงานชุดนั้นอยู่เรื่อยๆ อย่างรำคาญใจ แล้วคิดถึงสิริน พักหลังๆ มานี่ สิรินกลายเป็นคนรักแรง คิดถึงแรง และวันนี้ก็แจ่มใสร่าเริงผิดปรกติไปมาก มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า? และมีอะไรเกี่ยวพันกับชุดแต่งงานชุดนี้หรือเปล่านี่?&lt;br /&gt;ตอนเย็นสิรินกลับมาพร้อมกับจ้อยที่ตามมาดูชุดแต่งงานของคุณหญิง เขาทักทายจารึกอย่างสนิทสนม แล้วกรี๊ดกร๊าดกับชุดแต่งงานที่แขวนอยู่โดดเด่น&lt;br /&gt;"ว๊ายตาย สวยจับใจอะไรอย่างนี้รินจ๋า รินนี่จับอะไรก็สวยงามไปซะหมดนะคะ โอ๊ย นี่ถ้าคุณหญิงเอียดเห็นเข้าพี่ว่าเธอต้องปลื้มมาก"&lt;br /&gt;จารึกยิ้มอย่างโล่งอก .. โล่งอกเพราะชุดนี้เป็นของคนอื่น&lt;br /&gt;แต่แล้ว..ช่างจ้อยก็จ้อต่อไปอีกว่า&lt;br /&gt;"พี่ล่ะอยากเห็นจริงๆ เลย ว่าถ้ารินแต่งกับมาร์ค ชุดของรินจะเป็นยังไง?"&lt;br /&gt;คราวนี้ ผู้หญิงสองคนใจหายวาบ ในขณะที่จ้อยยังคงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ชื่นชมกับความสวยงามของชุดแต่งงานที่เขาจับต้องอยู่ และเขาเองหารู้ไม่ว่า บัดนี้เขาได้สาดน้ำกรดลงราดรดหัวใจจารึกจนหล่อนเซซวน      สิรินรีบเข้าประคองร่างนั้นเอาไว้ ส่วนจ้อยหันมามองอย่างตกใจ&lt;br /&gt;"ต๊าย เป็นอะไรคะ?"เขาอุทานกุมอก&lt;br /&gt;สิรินพาจารึกไปที่โซฟายาว ร่างบอบบางของหล่อนระทวยอยู่ในอ้อมแขน .. เกิดอะไรขึ้นกันนี่? .. ถ้ารินแต่งกับมาร์ค ..ถ้ารินแต่งกับมาร์ค .. ถ้อยคำนี้คืออะไร?&lt;br /&gt;"พี่จ้อยกลับไปก่อน"สิรินร้องบอกเสียงเฉียบ และนั่นทำให้จ้อยมึนงง&lt;br /&gt;"กลับไปก่อนค่ะ กลับไป"&lt;br /&gt;"เอ้อ เอางั้นเหรอค่ะ เอ้อ .. ได้ๆ  ไปก็ไป.." จ้อยงกๆ  เงิ่นๆ ถอยหลังกลับไปอย่างตกใจ เขาไม่เคยเห็นสิรินมีท่าทีแบบนี้ และสิรินก็หน้าซีดเซียวลงทันตาเห็น เหมือนเธอโกรธเขา เธอตกใจ และคุณครูจารึกของเธอก็ช็อกกับอะไรสักอย่าง และทันทีที่ประตูปิดลงอีกครั้ง และสิรินได้อยู่ตามลำพังกับจารึก เธอก็กอดจารึกเอาไว้แนบแน่น &lt;br /&gt;"มาร์คเป็นใคร?"จารึกถามเธอด้วยเสียงแผ่วเหมือนคนกำลังจะขาดใจ&lt;br /&gt;สิรินกอดหล่อนแน่นกว่าเดิม และน้ำตาเริ่มไหลรินออกมา และจากนั้นเธอก็สะอื้น...&lt;br /&gt;"ริน?"จารึกผลักเธอออกทั้งที่ไม่มีเรี่ยวแรงเอาเสียเลย&lt;br /&gt;อา.. เกิดอะไรขึ้นกับความรักของหล่อนหรือ? อยู่ดีๆ  หล่อนก็ได้ยินชื่อใครคนหนึ่งที่จะแต่งงานกับสิริน     สิรินที่เป็นคนรักของหล่อน สิรินที่กอดหล่อนอยู่ขณะนี้ .. สิรินคนนิ่งๆ  เฉยๆ  ที่รักกับหล่อนมานาน และหล่อนคิดว่าสิรินคนนี้สม่ำเสมอ และมั่นคงยิ่งกว่าหินผา.. หล่อนไม่เคยคิดว่าสิรินจะโยกคลอนไปในทางใด..&lt;br /&gt;จารึกเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น...หัวใจของหล่อน บัดนี้เหมือนมีมือใหญ่ของใครซักคนเอื้อมมาบีบให้เจ็บปวดรวดร้าวอย่างเหลือแสน&lt;br /&gt;และแล้วหล่อนก็ดิ้นรนผลักไสจนหลุดพ้น และมองเห็นสิรินมองหล่อนด้วยน้ำตานองหน้า &lt;br /&gt;"รินนอกใจคุณ?"เสียงหล่อนแหบแห้ง หล่อนรู้สึกว่าวิญญาณหล่อนแห้งหายไปพร้อมกับถ้อยคำที่หลุดออกจากปากผู้ชายช่างจ้อคนนั้น&lt;br /&gt;และสองคนบัดนี้ต่างตกอยู่ในความเงียบ .. แต่เป็นความเงียบที่แสนโหดร้ายเหลือเกิน และนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของหล่อนที่หล่อนได้เห็นน้ำตาของคนรัก น้ำตาที่รินไหลและร่วงเผาะตกลง   สู่พื้นอย่างไม่ขาดสาย และสายตาของสิรินที่มองหล่อนก็เต็มไปด้วยความปวดร้าว&lt;br /&gt;ทำไม?.. ทำไมไม่แก้ตัวซักคำนะริน? จารึกได้แต่จ้องมองหยาดน้ำตาของคนรัก และรอคำอธิบาย แต่หลังจากรอด้วยหัวใจที่แสนทรมาน ถ้อยคำที่ได้รับมาก็คือ&lt;br /&gt;"รินขอโทษค่ะ"&lt;br /&gt;เท่านั้นเอง จารึกผลุดลุกขึ้น เดินไปคว้ากระเป๋าถือแล้ววิ่งออกจากห้องไปทั้งที่น้ำตากลบหน้า &lt;br /&gt;มันเหมือนฟ้าคว่ำและชีวิตหล่อนก็ล้มคว่ำคะมำหงายโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว อยู่ดีๆ สิรินก็มีโครงการจะแต่งงาน อยู่ดีๆ คนรักของหล่อนก็มีคนรักอีกคน ที่จะแต่งงานกัน&lt;br /&gt;อยู่ดีๆ หล่อนก็กลายเป็นคนนอก โอย.. เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตหล่อนกันนี่? อยู่ดีๆ  ทุกสิ่งทุกอย่างก็พังสลายไปต่อหน้าต่อตา&lt;br /&gt;แล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาระหว่างหล่อนกับสิรินคืออะไรกัน? &lt;br /&gt;สิรินวิ่งตามออกมา คว้าข้อมือของหล่อนไว้แต่จารึกสลัดแรงด้วยความโกรธจัด&lt;br /&gt;"ปล่อย" หล่อนสั่งเสียงดัง&lt;br /&gt;"กลับไปคุยกันค่ะ" สิรินบอกเบาๆ &lt;br /&gt;"ไม่ !ปล่อยเดี๋ยวนี้"&lt;br /&gt;"รินรักคุณนะคะ รินอธิบายได้ กลับไปคุยกันนะคะ"&lt;br /&gt;"อธิบายว่ารินมีคนอื่น รินเตรียมจะแต่งงาน?" จารึกเนื้อตัวสั่น หล่อนสลัดแรงจนหลุด แล้ววิ่งหนีไปอีก และคราวนี้สิรินตามหล่อนไม่ทัน หล่อนวิ่งเข้าไปในลิฟต์ และลิฟต์ก็ปิดลง สิรินได้แต่ยืนมองประตูลิฟต์ตัวนั้น และทรุดร่างลงด้วยเข่าอ่อน..ทุกสิ่งทุกอย่างมันอ่อนล้าโรยแรงไปสิ้น ...&lt;br /&gt; สายแล้วในวันนี้จารึกอยู่บ้านแต่หล่อนยังไม่มาทำงาน สิริยาจึงเดินไปดูที่บ้านแล้วถามแม่บ้านว่า&lt;br /&gt;“ผอ.ไม่สบายหรือฮะคุณแม่บ้าน?”&lt;br /&gt;“ไม่ทราบค่ะ เช้านี้คุณยังไม่ออกมาจากห้องนอนเลยค่ะคุณริยา”&lt;br /&gt;สิริยาขมวดคิ้ว แล้วเดินลิ่วไปที่ห้องนอนของจารึก เธอยกมือเคาะประตูเบาๆ &lt;br /&gt;“ครูฮะ เป็นอะไรหรือเปล่าฮะ?” &lt;br /&gt;เคาะหลายทีเข้าชักร้อนใจจึงบิดลูกบิดเข้าไป พบจารึกนอนซมอยู่บนเตียง&lt;br /&gt;“ขอโทษฮะ”&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไร”เสียงหล่อนแหบแห้งโรยแรง สิริยาปราดเข้าไปถึงเตียง นั่งลงข้างเตียงแล้วเอื้อมมือแตะแขนหล่อน เนื้อตัวหล่อนอุ่น แต่คงไม่ถึงกับเป็นไข้&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรหรอกริยา”หล่อนบอกอย่างนั้น แต่หน้าตาและท่าทางหล่อนกลับบอกว่าหล่อนป่วยหนัก ดวงตาหล่อนโรยเหมือนคนไม่ได้นอน แถมตอนนี้ยังมีน้ำตาเอ่อออสิริยาจ้องหน้าหล่อน.. จะเชื่อได้อย่างไรว่าไม่เป็นไร&lt;br /&gt;“ครูคงไปทำงานตอนบ่าย”หล่อนบอกเหมือนคนเหม่อลอย ดวงตาที่เอ่อด้วยน้ำตานั้นลอยคว้างไปในอากาศ อาการหล่อนเหมือนคนอกหักยังไงยังงั้น&lt;br /&gt;“ครูฮะ มีอะไรบอกริยาได้ไหม?”สิริยาห่วงแสนห่วง เธอรู้สึกเหมือนใจตกวูบลงที่ปลายเท้าเมื่อเห็นหล่อนเป็นเช่นนี้ เธอเห็นจารึกส่ายหน้า แต่น้ำตาหล่อนไหลเป็นทาง และหล่อนก็พลิกตัว คว่ำหน้าลงกับหมอนสะอื้นไห้จนตัวคลอน&lt;br /&gt;สิริยาคิดถึงสิริน..คิดถึงวันที่พี่สาวใช้ให้เธอเอากุหลาบ ไปให้ผู้หญิงคนนี้ที่ห้องพักครู และเธอเห็นสีหน้าและดวงตาของครูจารึกในตอนนั้น ... บัดนี้เธอรู้สึกว่าเธอแจ้งประจักษ์ในความรู้สึกของครูจารึกที่มีต่อพี่สาวของเธอแล้ว .. &lt;br /&gt;“ครูฮะ บอกริยาได้ไหม ว่าพี่รินทำอะไรครู?”สิริยาไม่ได้รับคำตอบอีกตามเคย เธอรู้สึกขุ่นเคืองใจพี่สาวเสียยิ่งนัก เธอจึงออกมาจากห้องแล้วกดโทรศัพท์มือถือถึงพี่สาว&lt;br /&gt;“พิ่ริน พี่รินทำอะไรครูจารึก?”และยิงคำถามตรงๆ เช่นนี้&lt;br /&gt;“ริยา?”&lt;br /&gt;“พี่รินกับครูมีอะไรกันฮะ ทำไมครูกลับมาแบบนี้พี่?”น้องสาวใส่อารมณ์&lt;br /&gt;“ริยา พี่อยากไปเชียงใหม่นะ แต่พี่มีงานด่วนยังไปไม่ได้ ริยาช่วยบอกครูจารึกเสียบสายโทรศัพท์ด้วยนะ พี่มีเรื่องจะคุยกับครูเค้า”&lt;br /&gt;“มันเรื่องอะไรกันฮะพี่ริน”&lt;br /&gt;“เรื่องของพี่กับครู ไม่เกี่ยวกับเธอ”สิรินใส่อารมณ์&lt;br /&gt;“อ้าว ก็มันเรื่องอะไรกันที่ครูเค้าต้องแย่อย่างนี้   พี่กับครูเป็นมากกว่าที่เรารู้กันใช่ไหม?”&lt;br /&gt;“ริยา?”&lt;br /&gt;“ริยาน่าจะรู้มาตั้งนานแล้วนะ”&lt;br /&gt;สิรินวางสาย น้องสาวแทบจะกระทืบเท้าด้วยความโกรธ เธอโกรธที่เธอน่าจะรู้ว่าพี่สาวเป็นเลสเบี้ยน เธอโกรธที่จารึกกลับมาในสภาพเช่นนี้ เธอโกรธ และโกรธอะไรอีกมากที่บอกไม่ถูก&lt;br /&gt;และเมื่อเธอกลับมาถึงหน้าห้องนอนของจารึกอีก คราวนี้เธอก็พบว่าจารึกปิดล็อกประตูขังตัวเองไว้ในนั้น&lt;br /&gt;“พี่รินนะพี่ริน”สิริยาหัวฟัดหัวเหวี่ยง  คราวนี้ยังไงล่ะ เธอจะบอกจารึกอย่างไรให้เสียบสายโทรศัพท์ตามที่สิรินขอ สิริยาเดินไปดูโทรศัพท์ที่ห้องรับแขก เห็นสายถูกถอดอยู่จริงเธอจึงเสียบใหม่ ส่วนสายที่อยู่ในห้องนอนคงไปทำอะไรไม่ได้ ..&lt;br /&gt;เฮ้อ พี่รินนี่ .. พี่รินกับครูจารึกรักกันมาตั้งนาน ทำไมเธอไม่รู้ ทำไมเธอไม่ได้คิด และเกิดอะไรขึ้นหรือเธอจึงได้เห็นจารึกอยู่ในสภาพเช่นนี้.. สภาพที่เธอเห็นแล้วรู้สึกเข่าอ่อน..&lt;br /&gt; สิรินนั่งปักลูกปัดแก้วลงบนตัวกระโปรงชุดแต่งงานทีละเม็ดๆ เธอนัดคุณหญิงเอียดวันพรุ่งนี้แล้ว เธอต้องทำให้เสร็จ ส่วนงานอื่นเธอรั้งรอได้ และคงต้องรั้งรอไปก่อนจนกว่าเธอจะเสร็จจากธุระ เพราะหลังจากชุดแต่งงานเสร็จเธอจะบินตามจารึกไปเชียงใหม่ นี่หากจารึกไม่ปิดกั้นการติดต่อสื่อสาร ไม่ถอดสายโทรศัพท์ออก ป่านนี้เธอคงได้อธิบายให้เข้าใจ แต่จะอธิบายอย่างไรหนอ? อธิบายอย่างไรดียังไม่รู้..&lt;br /&gt;เสียงกริ่งโทรศัพท์ดังขึ้น เลขหมายที่หน้าจอโทรศัพท์บอกว่าเป็นสายมาจากต่างประเทศ .. อ้อ เขานั่นเอง ..เขามาก็ดีแล้ว เธอควรบอกเลิกสัมพันธ์กับเขาเสียทีได้แล้ว &lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะ”เธอกรอกเสียงไปตามสาย&lt;br /&gt;“สวัสดีครับริน วันนี้ไม่สบายหรือเปล่าถึงไม่ไปทำงาน”&lt;br /&gt;“ฉันรับทำชุดแต่งงานน่ะค่ะ รีบมากเลยต้องลางานที่ร้าน”&lt;br /&gt;“แหมค่อยโล่งใจ ผมคิดว่าคุณไม่สบายเสียอีก เป็นห่วงน่ะ”&lt;br /&gt;“ขอบคุณค่ะ”&lt;br /&gt;“พรุ่งนี้ผมจะเข้าเรียนแล้วนะ” เขารายงานด้วยเสียงสดใส&lt;br /&gt;“และอีกหนึ่งสัปดาห์ผมก็จะได้เข้าทำงานที่ร้านขายขนมใกล้ๆ มหาวิทยาลัย.. เรียกว่าเป็นข่าวดีเชียวนะริน”&lt;br /&gt;“ค่ะ”&lt;br /&gt;เสียงเขากำลังใส .. แล้วเธอจะบอกเขาได้หรือว่า ฉันขอยกเลิกการหมั้น ฉันจะส่งแหวนคืนไปให้คุณนะคะมาร์ค .. เธอตั้งใจจะบอกเขาด้วยซ้ำ ถ้าเขาถามหาเหตุผล เธอจะบอกเขาตรงๆ ว่าเธอไม่ได้เกิดมาเพื่อรักผู้ชาย &lt;br /&gt;“ยินดีด้วยนะคะ”&lt;br /&gt;“เป็นกำลังใจให้ผมหน่อยนะ”เสียงเขาเว้าวอนมาอย่างนั้น&lt;br /&gt;“ดีใจด้วยค่ะ เอ้อ..ฉันกำลังรีบค่ะมาร์ค ฉันจะทำงานให้เสร็จเร็วๆ เพราะฉันมีธุระต้องขึ้นเชียงใหม่”&lt;br /&gt;“เชียงใหม่อีกแล้วเหรอ?”เขาท้วง&lt;br /&gt;“ก็นั่นเป็นบ้านฉันนี่คะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วต้องขอตัวก่อนนะคะ”&lt;br /&gt;“เฮ้อ”&lt;br /&gt;เธอได้ยินเขาถอนใจ&lt;br /&gt;“ขอโทษนะคะ”&lt;br /&gt;“ครับริน สวัสดีครับ”&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะ”&lt;br /&gt;สิรินวางสายแล้วเธอก็ถอนใจยาวเหยียด ... เธอทำไม่ได้ .. เขากำลังดีใจ เขากำลังจะเข้าเรียนพรุ่งนี้ เสียงเขาสดใสเหลือเกินเธอจะทำร้ายเขาตอนนี้ได้อย่างไร?&lt;br /&gt;แต่ตัวเธอเองก็เหมือนกับคนกำลังจะเป็นบ้าด้วยความห่วงหน้าพะวงหลัง พอวางสายจากมาร์ค เธอก็คิดถึงจารึก ห่วงจนอกร้อนเหมือนมีอะไรมาเผาไหม้อยู่ภายใน ยิ่งเธอติดต่อจารึกไม่ได้เธอก็ยิ่งร้อน และยิ่งสิริยาโทรมาต่อว่าเธอ เธอยิ่งพะวักพะวงและแทบไม่มีสมาธิที่จะทำอะไร     แต่เธอก็ต้องฝืนทำ...&lt;br /&gt;สิรินร้อยลูกปัดแก้วแต่ละเม็ดด้วยมืออันสั่นเทา เธอไม่ได้นอน และไม่ได้ทานอะไร เธอต้องการให้งานเสร็จ เพื่อเธอจะได้ไปหาจารึก ไปกอดหล่อนไว้ และอธิบายให้หล่อนเข้าใจทุกอย่าง &lt;br /&gt;เวลาผ่านไปเชื่องช้าเหมือนเต่าคลาน แต่กระนั้นที่สุดงานก็เสร็จลง สิรินโทรไปจองตั๋วเครื่องบิน เธอหอบเอาชุดแต่งงานไปที่ร้านของช่างจ้อย แล้วฝากรถไว้ที่นั่นก่อนจะจับแท็กซี่ไปสนามบินดอนเมือง ซึ่งเธอหารู้ไม่ว่า จารึกก็มาที่ดอนเมืองเพื่อนั่งเครื่องบินๆ ไปหาคุณน้าวิลันดา      ที่เวนิซ...หล่อนอยากพบท่านอยากกอดและร้องไห้กับคุณน้า คนที่พร้อมจะรับฟังและเข้าใจหล่อนทุกอย่าง     ทุกเรื่อง&lt;br /&gt;หล่อนคิดว่าท่านเข้าใจได้ แม้นในเรื่องที่หล่อนเองไม่เข้าใจ หล่อนรู้สึกมึนงงเหมือนปลาถูกทุบหัว ที่หล่อนรักกับสิรินมานานสิบกว่าปี       อยู่มาวันหนึ่งหล่อนได้ยินว่าสิรินจะแต่งงานกับ  คนชื่อมาร์ค ... คิดถึงตรงนี้จารึกก็ร้าวรานใจจนน้ำตาซึมจนต้องหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับ คิดถึงตรงนี้แล้วหล่อนก็เจ็บปวดทุรนทุราย&lt;br /&gt;มันเหมือนกับว่าสิรินอยู่กับหล่อนเพียงเพื่อรอเวลาเติบโต และดำเนินชีวิตไปตามปรกติตามที่ผู้หญิงธรรมดาทั่วไปต้องดำเนินไปเช่นนั้น ส่วนหล่อนเองเป็นฝ่ายที่ปล่อยให้วัยล่วงเลยไป ซึ่งมัน ไม่ยุติธรรมสักนิดเดียว สิรินเคยบอกรักหล่อน รักและทำให้หล่อนรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนมีค่าที่สุดในชีวิต รักหล่อนด้วยกุหลาบสีแดงมากมาย รักหล่อนด้วยสัมผัสอันอ่อนหวาน รักด้วยการดูแลเอาใจใส่อย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้&lt;br /&gt;และแล้วคนที่รักหล่อนมากมาย ก็มีคนอื่น และมีแผนการที่จะแต่งงานกับคนอื่น ...นี่หล่อนได้กลายเป็นผู้หญิงแก่ๆ ที่แสนจะโง่เง่าคนหนึ่งไปแล้วในสายตาของสิริน?... สิรินทำอย่างนี้กับหล่อนได้อย่างไรกัน? จารึกคิดแล้วต้องซับน้ำตาอีก หล่อนร้องไห้ตลอดเวลา รู้สึกว่าชีวิตช่างอ่อนแอเสียเหลือเกินและขณะนี้หล่อนก็อ่อนแอจนน่าอดสู แต่หล่อนไม่ทราบเลยว่าควรทำอย่างไรถึงจะ สกัดกั้นความรู้สึกเหล่านี้ไม่มันให้โหมเข้ามาทำร้ายหล่อนได้ .. สิ่งที่หล่อนทำได้ก็คือเช็ดน้ำตาครั้งแล้วครั้งเล่า       ก็เท่านั้น &lt;br /&gt;“คุณไม่อยู่ค่ะ คุณไปเมืองนอก” แม่บ้านหน้าซื่อบอกสิรินอย่างนั้นเมื่อเธอไปถึงบ้านของจารึกในตอนค่ำ และนั่นทำให้   สิรินเข่าอ่อนอีกครั้ง จนเธอต้องทรุดลงนั่งที่ม้านั่งหินอ่อนที่สนามหน้าบ้านนั่นเอง&lt;br /&gt;“คุณเป็นอะไรไม่ทราบค่ะ ตั้งแต่กลับมาจากกรุงเทพฯหน้าตาไม่ดีเลย”สิรินพยักหน้ารับทราบไปอย่างนั้นเอง  เธอเข้าไปในบ้านตรงไปที่โต๊ะวางโทรศัพท์ ค้นหาเบอร์โทรของคุณวิลันดาจากสมุดจดเบอร์โทรศัพท์ จากนั้นจิ้มแป้นหมายเลขอย่างใจจดใจจ่อ และรอด้วยความกระวนกระวาย&lt;br /&gt;“ฮัลโล”&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะ”&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะ”เสียงปิงฟ้ารับสาย&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะคุณปิง”สิรินทักทายด้วยรู้สึกใจชื้น&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะคุณ?”&lt;br /&gt;“สิรินค่ะคุณปิง”&lt;br /&gt;“อ๋อ สวัสดีค่ะคุณริน”&lt;br /&gt;“คุณปิงคะ คุณจากำลังจะไปหาคุณกับคุณน้าใช่ไหมคะ?”&lt;br /&gt;“ค่ะ เห็นคุณดาบอกอย่างนั้น”&lt;br /&gt;“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”&lt;br /&gt;“จะคุยกับคุณดาไหมคะ”&lt;br /&gt;“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”&lt;br /&gt;“รอซักครู่นะคะ”&lt;br /&gt;ซักครู่นั้นประมาณสิบวินาทีแต่ช่างเหมือนนานสักร้อยปี&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะริน”เสียงคุณวิลันดาเอ่ยทักทายจากปลายสาย  ทำให้สิรินมือสั่นด้วยความดีใจ&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะคุณน้า” และเสียงเธอก็สั่นเล็กน้อย&lt;br /&gt;“มีอะไรกันหรือคะริน?” คุณน้าถามอย่างใจเย็น&lt;br /&gt;“คุณจาบอกคุณน้าว่าไงคะ?”&lt;br /&gt;“น้าอยากฟังจากรินมากกว่าค่ะ”ท่านยังคงเยือกเย็น และมีแววเอื้อเอ็นดูต่อเธอดุจเดิมไม่เปลี่ยนแปลง&lt;br /&gt;“รินทำให้คุณจาเสียใจมากค่ะ”สิรินบอกตรงไปตรงมา&lt;br /&gt; “เรื่องมันเป็นยังไงคะริน ลองเล่าให้น้าฟังหน่อยได้ไหม”&lt;br /&gt;และแล้วเรื่องราวทุกอย่างก็พรั่งพรูออกมาจากส่วนลึกของจิตใจ        สิริน พร้อมทั้งน้ำตาที่หลั่งหลากออกมาเป็นสาย มันเป็นน้ำตาแห่งความรู้สึกความเจ็บทุกข์และความปวดร้าวนานาประการที่ถูกเก็บออมและสะสมไว้ชั่วชีวิตของเธอ ..&lt;br /&gt; ผู้หญิงที่ดูเรียบเฉย จนบางครั้งเหมือนไร้ความรู้สึก และคงไม่มีใครที่เคยรู้จักเธอจะเชื่อว่า สิรินจะร้องไห้ได้มากมายถึงเพียงนี้&lt;br /&gt;“รินจ๋าริน.. รินแก้ปัญหาเรื่องมาร์คก่อนดีไหมคะ ส่วนเรื่องคุณจา..ประเทศนี้ขอวีซ่าไม่ยากนักหรอกค่ะ ถ้ารักมากพอทำไมไม่บินมาตามเอาหัวใจของรินกลับคืนไปล่ะคะ”&lt;br /&gt;ถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความปราณีของคุณน้าวิลันดาทำให้ สิรินยิ้มออกมาได้ทั้งน้ำตา&lt;br /&gt;“ขอบคุณค่ะคุณน้า”&lt;br /&gt;คืนนั้นสิรินนอนที่บ้านของจารึก นอนลืมตาโพลงบนเตียงที่บัดนี้อ้างว้างโดดเดี่ยว สายตาของเธอจับอยู่แต่ที่ตู้โชว์ที่เต็มไปด้วยตัวแทนแห่งความรัก ที่จารึกเฝ้าเก็บถนอมเอาไว้ แม้นมันจะเหี่ยวแห้งโรยราแต่มันก็เป็นสิ่งที่แสนจะมีคุณค่าและเต็มไปด้วยความหมายสำหรับจิตใจของหล่อน ... &lt;br /&gt;สิรินจำวันที่จารึกย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ดี ..และจำได้ว่าสิ่งที่คนรักของเธอแหนหวงที่สุดคือโถกุหลาบแห้ง..กุหลาบที่เคยมีสีแดงสด ที่เธอยื่นมอบให้หล่อนทุกวันจันทร์..&lt;br /&gt;หญิงสาวลูบไล้หมอนและที่นอน ที่ๆจารึกเคยหนุนนอนทุกค่ำคืน หล่อนคงนอนมองตู้โชว์ใบนี้อย่างนี้เช่นกัน ... และหล่อนคงฝ้าแต่คิดว่า เมื่อไหร่หนอที่เราสองคนจะได้อยู่ด้วยกัน เมื่อไหร่กันที่หล่อนจะลืมตาตื่นขึ้นมา มองเห็นสิรินนอนอยู่เคียงข้างทุกครั้ง และเข้านอนพร้อมกันทุกค่ำ เมื่อไหร่จะได้ใช้ชีวิตอยู่คู่เคียงกัน        ไม่จากพรากกันอีก ทั้งที่หล่อนพร้อมพรั่งไปด้วยสมบัติพัสถาน แต่คนรักของหล่อนก็ได้แต่บอกว่ายังไม่พร้อม ยังต้องสร้างตัว .. ขอเวลาหน่อย .. อา.. หล่อนคงปวดร้าวไม่น้อย...&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8688413871670125189-8619830968662274187?l=sirinrose.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirinrose.blogspot.com/feeds/8619830968662274187/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8688413871670125189&amp;postID=8619830968662274187&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/8619830968662274187'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/8619830968662274187'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirinrose.blogspot.com/2009/05/44.html' title='ตอนที่ 44'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8688413871670125189.post-4067601621005007800</id><published>2009-05-19T23:27:00.002-07:00</published><updated>2009-10-24T01:33:21.446-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ตอนที่ 43'/><title type='text'>ตอนที่ 43</title><content type='html'>"พี่รินจ๋าพี่ริน" สิริยาโทรหาพี่สาวเสียงแจ๋ว หน้าตา เบิกบานเต็มที่&lt;br /&gt;"ว่าไงเสียงใสเชียว"&lt;br /&gt;"มีข่าวดีที่สุดในรอบปีน่ะสิพี่ริน"&lt;br /&gt;"ข่าวดีอะไร? พี่แก้วจะแต่งงานกับพี่หมอหรือไง"&lt;br /&gt;"อ้าว..ทำไมรู้ล่ะ? ใครบอกพี่รินแล้วเหรอ?"&lt;br /&gt;"อ้าว จริงหรือ? พี่แค่เดาเอาน่ะ"&lt;br /&gt;"อ้าวๆ เดาเหรอ แต่เดาถูกนะฮะ น่าไปเป็นหมอดูนะพี่รินนี่พี่แก้วยอมแต่งงานกับพี่หมอแล้วล่ะ โอ๊ยโลกนี้ช่างสดใสสวยงามอะไรอย่างนี้ก็ไม่รู้พี่รินจ๋า"&lt;br /&gt;สิรินเองยิ้มกว้างโดยไม่รู้ตัว พี่สาวที่แสนอาภัพของเธอจะแต่งงาน ... แต่งกับคนรักที่รักกันมานาน ช่างเป็นความรักที่แข็งแรงและมั่นคงอะไรเช่นนี้  คราวนี้พี่สาวของเธอและว่าที่พี่เขยของเธอจะมีความสุขกันเสียที &lt;br /&gt;"เค้าจะแต่งกันเมื่อไหร่หรือริยา?"&lt;br /&gt;"ยังไม่กำหนดฮะ แต่แค่พี่แก้วยอม แค่นี้ก็โอเคแล้วล่ะพี่รินพี่หมอนะหน้าบานยิ่งกว่าอะไรอีกโอ๊ยอยากให้พี่รินมาเห็นจังเลย"&lt;br /&gt;สิรินหัวเราะอย่างมีความสุข เธอมีความสุข และเธอก็รู้สึกปลอดโปร่งเหลือเกิน สร้อยแก้วจะแต่งงาน เป็นข่าวดีจริงๆ  ด้วย .. สร้อยแก้วแต่งงาน ตัวเธอกับแหวนหมั้นวงนั้นก็คงขาดกันแค่นี้ ..  แต่เธอจะทำอย่างไรกับเจ้าของแหวนดี? &lt;br /&gt;สิรินคิดถึงจารึก อยากวิ่งไปกอดหล่อนแน่นๆ อยากบอกว่าเธออยากแต่งงาน... คิดแล้วเธอก็หัวเราะออกมาอีก โอ.. ช่างเป็นเวลาที่รื่นรมณ์จริงหนอ พี่แก้วจะแต่งงาน เธอจะเป็นไท และเธอก็อยากแต่งงาน .. แต่แต่งกับผู้หญิงที่เธอรัก .. ถ้าการแต่งงานหมายถึงการเริ่มต้นชีวิตคู่ .. &lt;br /&gt;"เป็นอะไรริน วันนี้หน้าตาใสปิ๊งสดชื่นมีชีวิตชีวาเหลือเกินอุ๊ย ไม่น่าเชื่อว่าคนที่แฟนเพิ่งจากไปเมืองนอกใหม่ๆ  จะมีหน้าตาสดใสขนาดนี้" จ้อยวิจารณ์พลางค้อนควักตามนิสัยของเขา เมื่อเห็นหน้าเธอในตอนเย็น&lt;br /&gt;"อะไรคะ สดใสก็ไม่ได้"เธอแย้งพลางยิ้มระรื่น&lt;br /&gt;"ผิดปรกติ" เขาเน้นคำด้วยเสียงยานคาง ฟังดูน่าขำ&lt;br /&gt;"มีแต่คนที่แฟนไปไกล เค้าจะหน้าเหี่ยวเหมือนผักลวก"เธอหัวเราะสนุก&lt;br /&gt;"ไม่ไหวหรอกค่ะแบบนั้น .. จะไม่ให้ดีใจได้ไงคะพี่จ้อย ริยาโทรมาบอกรินเมื่อกลางวัน ว่าพี่แก้วจะแต่งงาน"&lt;br /&gt;"หา? แก้วจะแต่งงาน แต่งกับคุณหมอน่ะเหรอริน?"จ้อยทำหน้าตกใจ&lt;br /&gt;"ค่ะ ทำไมเหรอคะ?"&lt;br /&gt;"โอ.."จ้อยอุทานกุมอก&lt;br /&gt;"นี่ละน๊า เค้าว่าอานุภาพแห่งความรัก ผู้ชายคนนี้มั่นคงจริงๆ นะริน" ว่าแล้วจ้อยก็มีอาการน้ำตาคลอ&lt;br /&gt;"ดูเถอะขนาดแก้วพิการ เขาก็ยังผูกพันไม่ไปไหน รินจ๋า ชีวิตพี่จะเจอผู้ชายดีๆ อย่างนี้ซักคนครึ่งคนไหมคะนี่"&lt;br /&gt;สิรินได้แต่ยิ้มและยิ้ม ... และคิดว่า แต่ชีวิตรินเจอแล้ว เจอคนที่รินรักและรักริน และรินจะไม่ไปไหน รินจะอยู่กับคนที่รินรักบ้างละ &lt;br /&gt;"อ้อรินจ๋า คุณหญิงเอียดก็จะแต่งงานเหมือนกันนะ เธอแวะมาบอกพี่ อยากให้รินช่วยออกแบบชุดแต่งงานให้เธอหน่อย"&lt;br /&gt;สิรินเลิกคิ้ว ..เธอคิดถึง มรว.แสงจันทร์ สตรีสาวผู้น่ารัก   ที่เป็นลูกค้าประจำของที่นี่มานานวัน &lt;br /&gt;"อืม.. ทำไมคุณหญิงไม่ไปที่ร้านตัดชุดแต่งงานโดยตรงล่ะคะ.."&lt;br /&gt;"แหม ก็เธอไว้ใจไอเดียการออกแบบของริน และเชื่อในฝีมือการตัดเย็บของพี่นี่คะ รินจะปฏิเสธเธอเหรองานนี้?"&lt;br /&gt;สิรินทำหน้าครุ่นคิด&lt;br /&gt;"เธอคงต้องการชุดแต่งงานแบบเก๋ และทันสมัย"จ้อยออกความเห็น&lt;br /&gt;"ค่ะ.. ตกลงเย็นพรุ่งนี้ก็ได้ค่ะพี่จ้อย ..ดีจังนะคะมีแต่คนจะแต่งงาน" สิรินยิ้มแจ่ม ดวงตาพราว&lt;br /&gt;"รินล่ะ คิดๆ เอาไว้บ้างหรือยัง?"&lt;br /&gt;คราวนี้จ้อยได้รับเสียงหัวเราะใสๆ เป็นคำตอบ  ทำให้เขามองเธอแล้วส่ายหน้าไปมา แต่หน้าตาเขาก็ยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นอันดี &lt;br /&gt;สิรินได้คุยกับคุณหญิงเอียดในเย็นวันต่อมา ซึ่งคุณหญิงมาพร้อมกับผ้าที่จะใช้ตัดเย็บครั้งนี้&lt;br /&gt;"หม่อมแม่ซื้อมาจากปารีสค่ะ"เธอบอกด้วยน้ำเสียงอันหวานใส&lt;br /&gt;"สวยมากค่ะ"สิรินชมและจับต้องเนื้อผ้าสีขาวสะอาด และลูกไม้พร้อมทั้งลูกปัดคริสตัลที่จะใช้ประดับตกแต่ง &lt;br /&gt;"คงแพงมากนะคะคุณหญิง"จ้อยออกความเห็นอย่างสนใจ&lt;br /&gt;"ไม่ทราบค่ะ"&lt;br /&gt;"คุณหญิงอยากได้ชุดแบบไหนคะ?"&lt;br /&gt;คุณหญิงอธิบายให้สิรินฟัง และเอาแบบตัวอย่างที่ต้องการมาให้ดูและถามความเห็นอย่างเช่นเคยว่า&lt;br /&gt;"คุณรินว่า แบบนี้จะเข้ากับตัวหญิงไหมคะ?"&lt;br /&gt;"คุณหญิงเป็นคนตัวเล็ก ลองเปิดไหล่ให้กว้างกว่านี้ซักหน่อยไหมคะ และตัวกระโปรงลองทำให้บานอีกนิดจะดูสง่าขึ้นนะคะ"&lt;br /&gt;"คุณรินลองร่างให้หญิงดูสิคะ"&lt;br /&gt;สิรินร่างแบบคร่าวๆ ให้ดู และต่อมาเธอก็ใส่รายละเอียดในการประดับชุดด้วยการปักลูกปัดลงบนลูกไม้ส่วนที่เป็นชายกระโปรง&lt;br /&gt;หลายวันต่อมาเมื่อชุดแต่งงานชุดนี้ตัดเย็บสำเร็จออกมาแล้วสิรินจึงนำมันกลับไปที่ห้องพักเพื่อลงมือแต่งด้วยลูกปัดและคริสตัลซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร และชุดแต่งงานชุดนี้นับว่าเป็นงานชิ้นพิเศษชิ้นแรกที่เธอลงแรงแต่งด้วยตัวเอง สาเหตุเพราะว่าวัสดุที่ตกแต่งเป็นวัสดุราคาแพง หากให้คนอื่นทำเธอก็กลัวว่าจะผิดพลาดเสียหาย ที่สำคัญคือของพวกนี้หาซื้อในเมืองไทยไม่ได้เสียด้วยสิ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8688413871670125189-4067601621005007800?l=sirinrose.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirinrose.blogspot.com/feeds/4067601621005007800/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8688413871670125189&amp;postID=4067601621005007800&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/4067601621005007800'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/4067601621005007800'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirinrose.blogspot.com/2009/05/43.html' title='ตอนที่ 43'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8688413871670125189.post-2077351382048744966</id><published>2009-05-19T23:27:00.001-07:00</published><updated>2009-10-24T01:33:36.411-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ตอนที่ 42'/><title type='text'>ตอนที่ 42</title><content type='html'>จารึกนั่งมองดอกไม้ในแจกันที่ถูกส่งมาจากร้านดอกไม้วิลันดาทุกสองวัน จารึกมองพลางถอนใจ หล่อนน่าจะรู้สึกสดชื่น แต่กลับไม่สดชื่น หล่อนรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปรกติ เพียงแต่ไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร แต่เป็นสิ่งที่ทำให้คนรักของหล่อนเปลี่ยนไปจากเดิม เปลี่ยนจากคนที่เคยนิ่ง กลายเป็นคนที่เต็มไปด้วยความกะตือรือล้น และรู้จักหึงหวง &lt;br /&gt;สิริยาเคาะประตูห้อง แล้วเดินยิ้มกริ่มเข้ามาหาหล่อนพร้อมข่าวดีที่ว่า&lt;br /&gt;“ครูฮะ พี่หมอจุ่นซื้อบ้านป้าแสงคำไว้ฮะ”&lt;br /&gt;จารึกขมวดคิ้วแล้วคิดตาม บ้านป้าแสงคำ.. อ๋อ บ้านที่อยู่ตรงข้ามกับบ้านสิริยานั่นเอง บ้านนี้ดูเหมือนแขวนป้ายบอกขายไว้นานแล้ว หล่อนคลี่ยิ้มอย่างดีใจ และนึกเอ็นดูหมอหนุ่มคนรักของสร้อยแก้ว โถ.. ผู้ชายคนนี้รักสร้อยแก้วอย่างหมดหัวใจจริงๆ  &lt;br /&gt;จารึกมองสิริยา แล้วสองคนก็ยิ้มให้กันด้วยความตื้นตันใจ&lt;br /&gt;“ดีจัง”&lt;br /&gt;“ดีมากๆ เลยฮะ โอ๊ย พี่แก้วรู้เข้าน้ำตาร่วงเลยนะฮะ”&lt;br /&gt;“แล้วพ่อกับแม่ว่าไงบ้างคะริยา”&lt;br /&gt;“พ่อไม่ว่าไง แต่แม่แอบไปเช็ดน้ำตา”สิริยากระพริบตาปริบๆ ค่าที่น้ำตาเรื้อออกมา&lt;br /&gt;“หลานป้าแสงคำเค้ามาซื้อของ แล้วมาบอกว่าอีกสองวันจะย้ายแล้ว ริยาเลยถามว่ามีคนซื้อบ้านแล้วเหรอถึงจะย้ายไป เค้าก็บอกว่าอ้าว ก็แฟนพี่แก้วนั่นแหละที่มาซื้อเอาไว้ ครูฮะ.. ริยาดีใจจนอยากจะร้องกรี๊ดออกมาเลยนะฮะ และริยาก็อยากจะแบกพี่แก้วขึ้นรถไปหาพี่หมอซะเดี๋ยวนั้นเลย”&lt;br /&gt; จารึกหัวเราะในท่าทางลิงโลดของสิริยา...เฮ้อ เมื่อหนุ่มสาวเขารักกันถึงเพียงนี้ ทำไมหนอ ทำไม ทำไมไม่ให้แต่งงานกันไป เพราะถึงแม้นว่าสร้อยแก้วจะพิการ แต่ฝ่ายนั้นก็ยังรัก และเขาสามารถที่จะดูแลคนรักของเขาได้อย่างดีที่สุดอยู่แล้ว &lt;br /&gt;“ครูฮะ ครูช่วยพูดกับพ่อหน่อยสิฮะ”&lt;br /&gt;จารึกเลิกคิ้ว &lt;br /&gt;“พูดให้พ่อยอมให้พี่แก้วแต่งกับพี่หมอ”&lt;br /&gt;“ครูว่า ทุกอย่างน่าจะขึ้นอยู่กับตัวแก้วนะคะ”&lt;br /&gt;คราวนี้สิริยาทำท่าเศร้าหมอง จากนั้นก็ถอนใจ&lt;br /&gt;“ริยาว่าริยาพูดกับพ่อดีกว่า งั้นครูช่วยพูดกับพี่แก้วหน่อยสิฮะ”&lt;br /&gt;จารึกหัวเราะเบาๆ &lt;br /&gt;“ครูว่า คู่นี้มีแววดีแล้วล่ะค่ะ ... ให้ว่าที่พี่เขยริยาเค้าพิสูจน์ตัวเองอีกสักพัก แล้วแก้วคงเป็นคนตัดสินใจเอง”&lt;br /&gt;“ครูคิดอย่างนั้นเหรอฮะ แต่พี่แก้วเป็นแบบนี้ ..  ถ้าแต่งงาน จะมีปัญหาไหมฮะ” สิริยาข้องใจ&lt;br /&gt;จารึกอดยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้&lt;br /&gt;“รักกันขนาดนี้ ถ้าไม่ได้อยู่ด้วยกันสิ อาจมีปัญหา”&lt;br /&gt;“ถ้าพี่รินโทรมา ครูบอกพี่รินด้วยนะฮะ พี่รินคงดีใจมาก”&lt;br /&gt;“ค่ะ”&lt;br /&gt;“งั้นริยาขอตัวไปทำงานก่อนนะฮะ”&lt;br /&gt;“ค่ะ ไปเถอะ”&lt;br /&gt;คล้อยหลังเมื่อสิริยาเดินออกจากห้องไปแล้วจารึกก็ยกหูโทรศัพท์โทรหาสิรินที่ที่ทำงานและคุยเรื่องนี้ให้คนรักทราบ &lt;br /&gt;“จริงหรือคะ?” เสียงทางโน้นแจ่มใส&lt;br /&gt;“จริงสิคะ ริยามาบอกเมื่อครู่นี้เอง”&lt;br /&gt;“ดีจังค่ะ แบบนี้ไม่นานพี่แก้วคงใจอ่อน พี่หมอน่ารักจังนะคะ”&lt;br /&gt;“เขาทำให้เรารู้สึกได้ว่าเขารักแก้วเหลือเกิน ”&lt;br /&gt;“ค่ะ พี่หมอรักพี่แก้วจริงๆ รักมากๆ ด้วยค่ะ ทั้งรักทั้งห่วง รินเชื่อว่าถ้าไม่ได้อยู่กับพี่แก้ว พี่หมอจะไม่ยอมแต่งกับใครแน่ๆ”&lt;br /&gt;“แล้วรินล่ะคะ” จารึกหยอกด้วยสีหน้ายิ้มกริ่ม หล่อนได้ยินเสียงสิรินหัวเราะเบาๆ &lt;br /&gt;“มีคนอยู่ในห้องนี้หลายคน”สิรินบอกอย่างอารมณ์ดี และทำให้หล่อนหัวเราะออกมา&lt;br /&gt;“คุณรู้ค่ะ ว่ารินรักคุณไม่น้อยไปกว่าหมอจุ่นรักแก้ว”&lt;br /&gt;คำพูดของจารึกทำให้สิรินน้ำตาคลอ&lt;br /&gt;“แล้วคุณล่ะคะ”เธอถามเหมือนหนุ่มสาวที่รักกันใหม่ๆ แต่นั่นก็ทำให้จารึกมีความสุขเหลือเกิน&lt;br /&gt;“คุณไม่รู้หรอกค่ะว่าคุณรักรินมากหรือน้อยกว่าหมอจุ่น รักแก้ว คุณรู้แต่ว่าคุณรักรินหมดหัวใจ”&lt;br /&gt;..&lt;br /&gt;หมอจุ่นมาเยี่ยมเยือนสร้อยแก้วตามปรกติอย่างเช่นที่เคยปฏิบัติ แต่คราวนี้เขาเปิดบ้านที่ซื้อมาจากป้าแสงคำ แล้วเข้าไปจอดรถที่นั่น เอาข้าวของเข้าไปเก็บในบ้าน แล้วเดินข้ามมาหาสร้อยแก้ว &lt;br /&gt;“หมอซื้อบ้านป้าแสงเอาไว้เหรอ” แม่เอ่ยถามเมื่อยกน้ำมาให้เขาในห้องรับแขก หมอจุ่นยกมือไหว้ขอบคุณอย่างเคยก่อนที่จะรับแก้วน้ำมาดื่ม แล้วตอบสั้นๆ ว่า&lt;br /&gt;“ครับแม่”&lt;br /&gt;แม่หล้ามองหน้าเขา มองเข้าไปในดวงตาของเขา แล้วท่านก็ยิ้มให้พลางพยักหน้ารับทราบ &lt;br /&gt;“ผมจะได้มาพักอยู่ใกล้ๆ ไงครับแม่”&lt;br /&gt;แม่พยักหน้าอีกครั้ง แล้วเดินจากไป ปล่อยให้หนุ่มสาวคุยกันตามลำพังในห้องรับแขกแห่งนั้น ผู้ชายคนนี้ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาคิดจะปักหลักกับสร้อยแก้วจริงๆทั้งๆที่สร้อยแก้วเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แต่เขาก็ยังรักมั่นไม่เปลี่ยนแปลง แม่หล้าเดินเข้าไปในบ้านของเขา และเริ่มเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านหลังนั้นอย่าง   เต็มอกเต็มใจ เพราะหัวใจของแม่นั้นรับเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง  ของครอบครัวนานมาแล้ว &lt;br /&gt;“ทำอะไรน่ะแม่?” พ่อร้องถามอยู่นอกรั้วบ้านหลังนั้น&lt;br /&gt;“ทำความสะอาด” แม่บอกเบาๆ &lt;br /&gt;“บ้านไม่มีคนอยู่หลายวัน มีแต่ขี้ฝุ่นหญ้าเญ้อขึ้นรกรุงรัง”นางบ่นแล้วเงยหน้าขึ้นถามว่า&lt;br /&gt;“จะเข้ามาช่วยถางหญ้าไหมล่ะพ่อ”&lt;br /&gt;สองสามีภรรยามองสบตากัน แล้วผู้เป็นสามีก็เดินกลับไปที่บ้านของตน หยิบมีดพร้าออกไปช่วยถางถางหญ้าที่ขึ้นรกอยู่นั้นให้เรียบเตียน&lt;br /&gt;สร้อยแก้วพิมพ์งานที่ทำค้างไว้ คนรักของเธอได้แต่นั่งมองเธอเงียบๆ  สองหนุ่มสาวได้ยินแต่เสียงเคาะแป้นคีย์บอร์ด วันนี้อากาศหนาวเย็นแต่สร้อยแก้วรู้สึกอุ่นใจเหลือเกิน เขาคนนี้รักเธอ สม่ำเสมอต่อเธอมาเป็นเวลานานหลายปี และแม้นเธอเปลี่ยนแปลงไป ก็หาได้ทำให้เขาเปลี่ยนใจไปเป็นอื่น ส่วนเธอเอง เธอก็รักเขา แม้นเธอจะใจแข็งเพียงไร หัวใจของเธอก็มีเลือดเนื้อ ไม่ต่างจากผู้หญิงทุกคนทั่วไป&lt;br /&gt;เขาลุกไปชงเครื่องดื่มร้อนๆ มายื่นให้เธอเหมือนที่เคยทำ&lt;br /&gt;"ขอบคุณค่ะ" สร้อยแก้วมองเขาด้วยแววตาแสดงความขอบคุณจริงใจ และเขาก็ยิ้มให้ ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่แสนจะอบอุ่นเสียเหลือเกิน&lt;br /&gt;"ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง"&lt;br /&gt;"พี่รักแก้ว แก้วก็รู้"เขาคุกเข่าลงกับพื้นเบื้องหน้าเธอ ผู้หญิงที่นั่งอยู่บนรถเข็นสำหรับคนพิการ&lt;br /&gt;"แก้วรู้ดีใช่ไหม ว่าพี่ดูแลแก้วได้ตลอดชีวิต"&lt;br /&gt;"พี่หมอ"...&lt;br /&gt;สร้อยแก้วสุดจะฝืนกลืนกล้ำ เธอไม่สามารถสกัดกั้นน้ำตาเอาไว้ได้อีกต่อไป มันจึงหยาดลงมาเป็นสายตามร่องแก้มทั้งสองข้าง หมอหนุ่มยื่นมือมาจับมือบางๆที่เย็นเฉียบของเธอมากุมไว้ ..โลกทั้งโลกช่างอบอุ่นเหลือเกินสำหรับเขาและเธอขณะนี้.. &lt;br /&gt; มาร์คนั่งมองสิรินที่โต๊ะอาหารในร้านอาหารแห่งนั้น เขาจะเดินทางคืนนี้ แต่สิรินบอกว่าเธอไปส่งเขาไม่ได้เธอจึงขอเลี้ยงอาหารเที่ยงเขาที่ร้านแห่งนี้แทน&lt;br /&gt;"ใจร้ายจัง" เขาตัดพ้อเพราะน้อยใจ เธอได้แต่ยิ้มเยือกเย็น&lt;br /&gt;"ผมจะไปหลายปีนะริน"&lt;br /&gt;"ทราบค่ะ"&lt;br /&gt;"ทราบค่ะ แต่ก็ไม่ไปส่ง"&lt;br /&gt;"คุณจะให้ฉันไปส่งคุณในฐานะอะไรล่ะ?" เธอขมวดคิ้ว&lt;br /&gt;"อ้าว ก็คุณเป็น.. คู่หมั้นของผม" เขามองแหวนที่นิ้ว ทำไมไม่ทราบ ทำไมเธอต้องใส่แหวนวงนี้ทุกครั้งที่รู้ว่าจะได้เจอเขา เธอรักษาน้ำใจเขาทั้งที่ตะขิดตะขวงใจตัวเอง และพอเขาสะกิด เธอก็หงุดหงิด&lt;br /&gt;"ไม่เป็นทางการนี่คะ รู้กันแค่สองคน" เสียงเธอบอกว่าหงุดหงิด และทำให้เขาขมวดคิ้ว ข้องใจว่าทำไมเธอต้องหงุดหงิดแบบนี้เสมอ&lt;br /&gt;"คุณไม่ยอมให้เป็นทางการเสียทีนี่" เขาตัดพ้อ&lt;br /&gt;"แต่ครอบครัวผมก็ทราบดีว่าคุณเป็นเพื่อนหญิงของผมนะริน"&lt;br /&gt;"ฉันเลี้ยงส่งคุณอยู่นี่ไงคะ ฉันไม่ชอบออกไปไหนตอน&lt;br /&gt;ดึกๆ "&lt;br /&gt;"โอเค.." มาร์คถอนใจ &lt;br /&gt;ผู้หญิงคนนี้ไม่เต็มที่กับเขาซักเท่าไหร่ เหมือนมีอะไรอยู่ในใจ อะไรที่ว่านั้น อาจเป็นเรื่องที่คนรักของเขาหายตัวไปในคืนทมิฬนั้น และเขาคว้าเธอมาทดแทน และเขาเป็นเช่นนั้นจริงๆ  ทั้งเขาและเธอต่างรู้สึกเช่นนี้ แต่เธอก็คงมีใจ หาไม่คงไม่คบกับเขา และรับแหวนเขา&lt;br /&gt;อาหารถูกทยอยมาเสริฟที่โต๊ะ และสองหนุ่มสาวก็เริ่มรับประทานอาหารไทยมื้อนั้นด้วยกันเงียบๆ ผู้หญิงคนนี้เป็นคนเงียบ แต่ก็น่ามอง และเขาอยากมองเธอให้เนิ่นนาน เพื่อจดจำเธอไว้ในใจตลอดเวลาเพราะ&lt;br /&gt;"แม้นแต่รูปถ่ายซักใบ คุณก็จะไม่ให้ผมหรือริน?" เขาทวงถามอีกครั้ง หลังจากที่เคย "ขอ" มาครั้งหนึ่ง&lt;br /&gt;เธอถอนใจเหมือนหน่ายเหนื่อย&lt;br /&gt;"ฉันไม่เคยพกรูปถ่ายตัวเอง"&lt;br /&gt;"ถ้าคุณจะให้ ก็ให้ได้"&lt;br /&gt;"ค่ะ" เธอได้แต่ยิ้ม เพราะไม่ทราบจะทำอะไรดีกว่านี้&lt;br /&gt;"คุณรักผมบ้างไหมริน?"เขาข้องใจ&lt;br /&gt;"ฉันรู้สึกดีๆ "เธอบอก&lt;br /&gt;"แต่ยังไม่รัก"เขาต่อคำด้วยสีหน้าเศร้า&lt;br /&gt;"รู้สึกเป็นเพื่อนน่ะค่ะมาร์ค" สิรินหมุนแหวนและจะถอดออก&lt;br /&gt;"อย่านะริน"สายตาเขาเว้าวอน&lt;br /&gt;"บางทีความรู้สึกที่ฉันมีมันอาจไม่พัฒนาต่อ มันจะดูว่าฉันหลอกลวงคุณนะคะ"&lt;br /&gt;"แต่บางทีมันอาจงอกงาม"เขาแย้ง&lt;br /&gt;"ฉันเกรงใจคุณน่ะค่ะ ที่รับไว้ก็เพราะเกรงใจ"&lt;br /&gt;"คุณเกรงใจผมต่อไปเถอะริน อย่าทำร้ายผมตอนนี้เลยนะครับ"&lt;br /&gt;เธอถอนใจออกมา และเธอก็คุยกับเขาด้วยการตอบคำถามเขานิดหน่อย ก่อนจะแยกกันที่หน้าร้านอาหารแห่งนั้นหลังจากที่เธออวยพรเขาว่า&lt;br /&gt;"โชคดีนะคะมาร์ค ขอให้เดินทางปลอดภัย"&lt;br /&gt;เขายิ้มรับ และบอกว่า&lt;br /&gt;"ไปถึงแล้วจะโทรมาบอกนะครับ"&lt;br /&gt;"ค่ะ" เธอพยักหน้า และโบกมือให้เขา&lt;br /&gt;เธอเดินจากเขามาขึ้นรถ โดยคิดว่า ทำไมเธอไม่คืนแหวนให้เขาไป ทำไมเธอต้องเชื่อเขา และรู้สึกติดบ่วงอยู่แบบนี้ทั้งๆ  ที่เธอไม่ได้รักเขา เธอแค่รู้สึกเป็นเพื่อนเท่านั้นจริงๆ ..&lt;br /&gt;อาจเพราะคำว่าอย่าทำร้ายผม.. และอาจเพราะถ้อยคำของแม่ .. อาจเพราะๆ ๆ ๆ ๆ ๆ  เหตุผลมีหลายอย่าง แต่ไม่ใช่เพื่อตัวเอง ไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้เธอมีความสุขสักนิด&lt;br /&gt;"มาร์คเค้าจะไปคืนนี้แล้วเหรอ?" จ้อยจีบปากจีบคอถามเมื่อสิรินบอกเขา&lt;br /&gt;"ค่ะ"&lt;br /&gt;"งั้นรินก็ต้องไปส่งเค้าที่ดอนเมืองน่ะสิ"&lt;br /&gt;"ไม่ล่ะค่ะ รินเลี้ยงส่งเค้าแล้วตอนกลางวัน"&lt;br /&gt;"หา?" จ้อยทำหน้าประหลาดใจ จ้องมองหน้าเธอแล้วทำ  สีหน้าครุ่นคิด&lt;br /&gt;"เป็นแฟนกันประสาอะไร? เค้าจะไปหลายปีรินแค่เลี้ยงส่งเค้าตอนกลางวัน แต่ไม่ไปส่งเค้าขึ้นเครื่อง ไม่ไปจ้องมองกันจนสุดสายตาด้วยความอาลัยอาวรณ์?"&lt;br /&gt;สิรินหัวเราะ&lt;br /&gt;"พี่สงสารพ่อหนุ่มคนนี้จังเลย"&lt;br /&gt;คราวนี้สิรินหัวเราะมากกว่าเดิม&lt;br /&gt;"รินน่ะเฉยชามากเลยนะ ไม่รู้สึกบ้างเลยเหรอ มันดูเหมือนรินไม่รักเค้ายังไงก็ไม่รู้ เพราะถ้าเป็นพี่นะ พี่จะหวานจนหยดสุดท้ายเลยหล่ะ ถ้าพี่ได้แฟนหล่อ และดีแบบนี้"&lt;br /&gt;เธอปล่อยให้เขาพรรณาไปตามประสา ส่วนตัวเองเดินตรวจเสื้อที่แขวนเรียงรายอยู่ที่ราว เตรียมส่งให้ร้านบูติกเจ้าประจำ&lt;br /&gt;"ระวังน๊า เฉยชากับเค้ามากๆ แบบนี้ ไปโน่นเค้าไปเจอแหม่มกะปิเข้า เค้าจะมีข้อเปรียบเทียบ เกิดไปสปาร์คกับใครไฟลุกพรึ่บพรั่บขึ้นมามันจะกู่ไม่กลับนะริน"&lt;br /&gt;สิรินยิ้มเพราะเธอคิดว่า ก็ดีสิ..เธออยากให้เป็นอย่างนั้น..&lt;br /&gt;"ยังจะมายิ้มอีก น่าหยิกจริงๆ  เด็กคนนี้ โอ๊ยกลุ้มใจยายคนนี้จริงๆ  มีแฟนล๊อหล่อ แต่ทำตัวเหมือนไม่มีแฟน เฉยชาเฉื่อยแฉะอยู่ได้น่าหมั่นไส้"&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8688413871670125189-2077351382048744966?l=sirinrose.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirinrose.blogspot.com/feeds/2077351382048744966/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8688413871670125189&amp;postID=2077351382048744966&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/2077351382048744966'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/2077351382048744966'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirinrose.blogspot.com/2009/05/42.html' title='ตอนที่ 42'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8688413871670125189.post-850483472990652629</id><published>2009-05-19T23:26:00.000-07:00</published><updated>2009-10-24T01:33:52.803-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ตอนที่ 41'/><title type='text'>ตอนที่ 41</title><content type='html'>อากาศหนาวเหน็บในฤดูหนาวที่เชียงใหม่ในปีนี้รุนแรงยิ่งกว่าทุกปี สิริยารายงานพี่สาวทางโทรศัพท์ไปว่า ครูจารึกเป็นไข้หวัด แต่เธอไม่ได้บอกรายละเอียดว่า เธอเคี่ยวเข็ญให้ไปหาหมอ แต่ไม่สำเร็จ ดังนั้นเธอจึงบอกหมอกุ้ง หมอกุ้งหิ้วกระเป๋ามาตรวจอาการจนถึงที่&lt;br /&gt;“ครูเขาดูแลตัวเองดี คงไม่มีอะไรน่าห่วงหรอก”  สิรินว่าเสียอย่างนั้น น้องสาวจึงได้แต่แบะปาก&lt;br /&gt;“พี่แก้วเป็นไงบ้าง?”คำถามนี้ของสิรินทำให้น้องยิ้ม&lt;br /&gt;“กำลังนั่งคุยกับพี่หมอจุ่นแน่ะฮะ”&lt;br /&gt;“หรือ?” สิรินนั้นยิ้มอยู่ทางกรุงเทพฯ &lt;br /&gt;“พี่หมอจะย้ายมาอยู่แม่แตงนะพี่ริน ริยาดีใจจังเลยเนี่ยะ”   &lt;br /&gt;สิรินได้แต่ยิ้มปลื้ม .. อย่างน้อยๆ คู่รักคู่นี้จะได้อยู่ใกล้ๆ กัน แม้นว่าความหวังที่จะได้แต่งงานกันนั้นแทบจะเหลือศูนย์ แต่ใครๆก็รู้ดีว่า หัวใจของคนทั้งสองต่างร่ำร้องที่จะอยู่ใกล้ๆ กัน&lt;br /&gt;“ดีแล้วล่ะ”&lt;br /&gt;“ดีที่สุดเลยล่ะพี่ริน .. แล้วพี่รินล่ะ พี่รินคิดจะอยู่กรุงเทพฯอีกนานแค่ไหน ไม่คิดจะกลับบ้านบ้างหรือฮะ?”คำถามของน้อง ทำให้ชะงักไปชั่วครู่ วันนี้สิริยาถามอะไรแปลกๆ  และมันก็เป็นคำถามที่ตอบยากเหลือเกินจริงๆ  ..&lt;br /&gt;“พี่ต้องทำงานนี่ริยา”…&lt;br /&gt;แต่แท้จริงแล้วนั้น สิรินคิดว่าเธอจะไม่กลับไปอยู่ที่บ้าน .. หากเธอแต่งงาน เธอก็จะอยู่ที่อื่นที่ไม่ใช่เชียงใหม่ .. เธอไม่ปรารถนาจะได้เห็นคนที่เธอรักต้องทุกข์ระทมหม่นไหม้&lt;br /&gt;หลังจากวางสายจากน้องสาวแล้ว สิรินก็ต่อสายไปหาจารึกที่บ้านในโรงเรียนอนุบาล เสียงหล่อนบอกว่าเป็นหวัดจริงๆ เสียด้วย&lt;br /&gt;“ทำอะไรอยู่คะนี่”&lt;br /&gt;“ดูแฟ้มงานนิดหน่อยค่ะ”&lt;br /&gt;“เป็นหวัดหรือคะ”&lt;br /&gt;“ค่ะริน แต่ไม่ได้เป็นมาก แค่นิดหน่อยเท่านั้นเอง”&lt;br /&gt;“ปวดหัวหรือเปล่าคะ?”&lt;br /&gt;คราวนี้คนป่วยหัวเราะ&lt;br /&gt;“ไม่ปวดค่ะ”&lt;br /&gt;“เจ็บคอไหมคะ”&lt;br /&gt;“นิดหน่อยค่ะ”&lt;br /&gt;“พรุ่งนี้ไปหาหมอนะคะ”&lt;br /&gt;คราวนี้จารึกหัวเราะอีก&lt;br /&gt;“หมอมาหาแล้วค่ะ หมอกุ้งน่ะค่ะริน เห็นว่าน้องสาวรินโทรไปบอกว่าคุณอาจารึกไม่สบาย หมอกุ้งเลยแวะมาตรวจให้” น้ำเสียงหล่อนชื่นชมไม่น้อย&lt;br /&gt;สิรินขมวดคิ้ว เพิ่งคุยกับสิริยาไปเมื่อครู่ ไม่เห็นน้องบอกเรื่องหมอก้ง หมอกุ้ง &lt;br /&gt;“คุณชวนทานข้าวเย็นเป็นเพื่อน นี่ก็เพิ่งกลับไปนะคะ”&lt;br /&gt;“หรือคะ?” สิรินเลิกคิ้ว &lt;br /&gt;“ค่ะ มาตรวจไข้ เตรียมหยูกยามาเยอะแยะ แถมห้ามนั่นห้ามนี่ …”น้ำเสียงแหบๆ ของจารึกฟังดูมีความสุข แต่กลับทำให้ สิรินรู้สึกเหมือนมีอะไรมาบาดแปลบๆ อยู่ในใจ&lt;br /&gt;“ปีนี้หนาวจังค่ะริน”&lt;br /&gt;“ดูแลตัวเองให้ดีนะคะ”&lt;br /&gt;เสียงหล่อนหัวเราะมาตามสายอย่างอารมณ์ดี&lt;br /&gt;“อยากให้รินอยู่ใกล้ๆ จังค่ะ” &lt;br /&gt;สิรินเหลือบมองนาฬิกาที่แขวนบอกเวลาอยู่ที่  ฝาห้องมันเป็นเวลาทุ่มกว่านิดหน่อย&lt;br /&gt;“รินก็อยากอยู่ใกล้ๆนะคะ .. รินไปหานะคะ”&lt;br /&gt;“คะ?”จารึกทำเสียงสูงด้วยความแปลกใจ หล่อนไม่อยากเชื่อหูตัวเองว่าจะได้ยินสิรินเอ่ยคำนี้ตอนนี้&lt;br /&gt;“ไม่แน่ใจนะคะว่าจะทันหรือเปล่า” สิรินบอกเบาๆ &lt;br /&gt;“แต่จะลองดู”&lt;br /&gt;โถ.. สิริน ..&lt;br /&gt;“ริน”เธอทำให้คนรักรู้สึกอึ้ง.. แปลกใจหนักหนา ดูเหมือนสิรินจะร้อนขึ้น และรักมากขึ้นมากมาย &lt;br /&gt;“ค่ะ..” จารึกน้ำตาเอ่อ&lt;br /&gt;“งั้นรินวางสายนะคะ”&lt;br /&gt;“ค่ะริน … เอ้อ .. รินคะ ..”&lt;br /&gt;“คะ?”&lt;br /&gt;“คุณรักริน”…&lt;br /&gt;สิรินยิ้มอย่างอ่อนโยน .. &lt;br /&gt;“รอรินนะคะ”&lt;br /&gt;“ค่ะ”&lt;br /&gt;สิรินนั่งแท็กซี่ ดูนาฬิกาที่ข้อมือไปตลอดทาง ลุ้นให้ไปถึงสนามบินได้ทันเวลาเที่ยวบินเที่ยวสุดท้าย ความคิดถึงมันร้อนเร่า.. และยิ่งร้อนแรงเหมือนไฟฟอนเมื่อรู้สึกว่าเวลาที่เหลืออยู่นั้นมันเริ่มสั้นลงเรื่อยๆ  &lt;br /&gt;ทำไมไม่ทราบ ทำไมเธอต้องทำอะไรให้มันยุ่งยากแบบนี้ แค่ทำอย่างที่ใจอยากทำเท่านั้นก็น่าจะพอ..&lt;br /&gt;สิรินจะมา.. จารึกคิดแล้วอดยิ้มไม่ได้ สิรินช่างน่ารักเหลือเกิน นานๆ สักหนที่คนอย่างสิรินจะทำอะไรแบบนี้ แต่หล่อนก็ตื้นตันใจซาบซึ้งทุกหน คืนนี้หล่อนเองก็กระวนกระวายใจเฝ้าแต่แหงนดูเวลาจนแทบจะดูข่าวภาคค่ำไม่รู้เรื่อง และในที่สุดเสียงกริ่งโทรศัพท์ก็ดังขึ้น.. &lt;br /&gt;“กริ๊ง ...ๆ ..”&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะ” จารึกกรอกเสียงไปตามสายด้วยความตื่นเต้น หล่อนได้ยินเสียงผู้คนและเสียงประกาศทำให้รู้ว่าที่นั่นคือสนามบินดอนเมือง&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะ”&lt;br /&gt;“ริน” จารึกยิ้มละไม&lt;br /&gt;“เดี๋ยวพบกันนะคะ” .. &lt;br /&gt;คราวนี้รอยยิ้มนั้นขยายกว้าง ความสุขแตะแต้มอยู่ทั่วหน้า &lt;br /&gt;“รินขา ..”&lt;br /&gt;“คะ?”&lt;br /&gt;“เดี๋ยวไปรับค่ะ” ดวงตาของหล่อนพร่าวพราวะยิบระยับ อา..มันเหมือนความรู้สึกตอนรักกันใหม่ๆ  .. ความรู้สึกที่แสน ตื่นเต้นที่จะได้พบกัน แม้นจะพบกันอยู่ทุกวัน&lt;br /&gt;“ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณไม่สบายนะคะ”&lt;br /&gt;“ไม่ได้เป็นอะไรมากค่ะริน ความจริงพอรู้ว่ารินจะมา คุณก็แทบจะหายป่วยแล้วล่ะค่ะ” หล่อนหัวเราะด้วยความสุขที่เต็มตื้นอยู่ในหัวใจ&lt;br /&gt;“รอรินที่บ้านเถอะค่ะ นะคะ.. รินวางสายก่อนนะคะมีคนรอคิวอยู่หลายคน”&lt;br /&gt;“ค่ะ”&lt;br /&gt;ทางโน้นวางสายไปก่อน จารึกยิ้มละไมก่อนวางกระบอกโทรศัพท์ลงกับแป้นอย่างช้าๆ &lt;br /&gt;.. อา..ชาตินี้หล่อนจะรักใครได้เท่าสิรินไหมนะ   สิรินที่น่ารัก   สิรินที่รักหล่อนมากมาย..รักมากจนดูผิดแปลกไปจากเดิม..หล่อนรู้สึกดีใจ ภาคภูมิใจที่สุดในตอนนี้ แต่..ก็รู้สึกว่ามันมากมายเกินไป มากจนกลัวว่าซักวันมันจะหมดไป&lt;br /&gt;... ความรักหมดได้ไหมนะ? ถ้ามันหมดได้ หล่อนอยากให้สิรินรักหล่อนเหมือนเดิมจะดีกว่า .. รักเรื่อยๆ แต่สม่ำเสมอ บอกรักหล่อนด้วยกุหลาบสีแดงทุกสัปดาห์..&lt;br /&gt;แต่นี่อาจเป็นความหวือหวาหนึ่งในชีวิตรักของหล่อนกับ สิริน ที่นานทีจะมีซักครั้ง และทำให้ชีวิตรักที่เรียบง่ายเกิดความตื่นเต้นก็เป็นได้.. ดูซิ อยู่ดีๆแค่ทราบว่าหล่อนไม่สบายเล็กน้อย สิรินก็บินมา แอบย่องมาหาหล่อนโดยไม่บอกให้ทางบ้านทราบ..จารึกยิ้มอีกครั้ง พลางส่ายหน้าอย่างเอ็นดู .. เฮ้อ .. คนที่จะมานี่คือสิรินคนรักของหล่อนหรือนี่ .. สิรินคนนี้ทำไมใจร้อนเสียจัง&lt;br /&gt;และสิรินคนนี้ก็แสนจะโฉบเฉี่ยว ด้วยว่าเมื่อพบกันสองแขนของสิรินก็โอบร่างเล็กๆ ที่บอบบางของหล่อนเข้ามากอดแนบแน่น ถ่ายเทความรู้สึกทั้งหมดที่มีให้หล่อนรับทราบด้วยสัมผัสที่อบอุ่น &lt;br /&gt;“ริน”จารึกโอบรอบเอวเธอไว้&lt;br /&gt;“คิดถึงมากหรือคะ”หล่อนถามพลางหัวเราะเบาๆ &lt;br /&gt;“ค่ะ..คิดถึงมาก” สิรินตอบ แล้วหอมแก้มหล่อนเบาๆ ด้านซ้าย และด้านขวา ก่อนจะค่อยๆ คลายกอดให้หลวม&lt;br /&gt;“แหม” จารึกหน้าแดง แต่หล่อนก็แสนจะมีความสุข สุข อยู่กับความหวานอันแสนอบอุ่นที่ได้รับ และสุขแสนสุขเมื่อรู้สึกว่าสิรินมาคราวนี้ หอบความรักมามากมาย .. ความรักที่หล่อนสัมผัสกับมันได้&lt;br /&gt;“ย่องมาแบบนี้ ถ้าที่บ้านรินรู้จะไม่เคืองเอาหรือคะ”สิรินไม่ได้ตอบคำถามนี้กับหล่อน แต่กลับโอบรอบเอวหล่อนมาแนบชิด ทำให้จารึกหัวเราะให้กับความเกเร ของคนที่ไม่เคยเกเรมาก่อน&lt;br /&gt;“รินทานอะไรมาหรือยัง” จารึกถาม&lt;br /&gt;สิรินยิ้มน่ารัก หันมาบอกว่า&lt;br /&gt;“ยังค่ะ รินทานอะไรก็ได้ที่มีในบ้านไม่อยากทานข้างนอก” &lt;br /&gt;“เดี๋ยวคุณทำข้าวต้มให้รินทานนะคะ”&lt;br /&gt;คราวนี้สิรินหัวเราะเบาๆ &lt;br /&gt;“อย่าเลยค่ะ คุณไม่สบายนะคะ”&lt;br /&gt;“สบายดีแล้วล่ะค่ะ เจอหน้ารินคุณก็หายแล้ว รินเป็นยาที่ดีที่สุดของคุณ” &lt;br /&gt;สิรินมองหน้าหล่อน แล้วรวบหล่อนเข้ามากอด .. เธอรักผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน เธอไม่อยากสูญเสียผู้หญิงคนนี้ไป .. เธออยากอยู่กับจารึกตลอดไป .. ตลอดชีวิตของเธอ&lt;br /&gt;“ดูสิ มาคราวนี้แปล๊กแปลก ไปทำอะไรมาคะ ทำไมโรแมนติกอย่างนี้”จารึกหัวเราะเบาๆอย่างมีความสุข แต่หล่อนก็อดกระเซ้าด้วยความแปลกใจไม่ได้&lt;br /&gt;สิรินไม่ตอบคำถามของหล่อนได้แต่ยิ้ม.. ยิ้มละไม ที่ซ่อนอะไรบางอย่างไว้ข้างใน .. &lt;br /&gt;แล้วคนป่วยก็เข้าครัวทำอาหารที่มีกลิ่นหอมยวนยั่ว สิรินอาบน้ำเสร็จแล้ว อาหารก็พร้อมอยู่บนโต๊ะ&lt;br /&gt;“โถ..”เธอส่ายหน้าไปมา &lt;br /&gt;“ข้าวต้มหมูค่ะริน”จารึกยิ้มให้พลางรินน้ำใส่แก้วเตรียมให้&lt;br /&gt;“ขอบคุณค่ะ”&lt;br /&gt;และเมื่อสิรินนั่งลง ลงมือจัดการกับอาหารฝีมือคนรัก จารึกก็แกะส้มไว้ให้พลางชวนคุย&lt;br /&gt;“หมอกุ้งเอาส้มมาฝาก บอกให้ทานส้มมากๆจะได้หายเร็ว”&lt;br /&gt;สิรินตักข้าวเข้าปากแล้วแต่เคี้ยวช้าลง..อืม หมอกุ้งๆ.. ได้ยินชื่อนี้หลายครั้งแล้ววันนี้ น่าแปลกที่เธอรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเมื่อได้ยินอีกในตอนนี้ และเมื่อเธอทานอิ่มแล้วดื่มน้ำ เธอก็หลีกเลี่ยงไม่ยอมทานส้มที่คนไข้ของหมอกุ้งปอกไว้ให้&lt;br /&gt;“ส้มค่ะริน”จารึกยื่นกลีบส้มให้ แต่สิรินก็ได้แต่มองเฉย&lt;br /&gt;“เป็นอะไรคะ?”&lt;br /&gt;“เปล่าค่ะ คุณทานเถอะ ทานมากๆ ”&lt;br /&gt;ว่าแล้วสิรินก็เก็บชามเข้าไปล้างในครัว ทิ้งให้จารึกนั่งทบทวนอยู่ว่าทำอะไรให้เคืองหรือเปล่า? หล่อนมองกลีบส้มในมือแล้วขมวดคิ้ว .. ตายแล้ว หรือสิรินจะหึง? &lt;br /&gt;หรือสิรินมาที่นี่เพราะหึงหมอกุ้ง? คิดแล้วหล่อนก็หัวเราะเบาๆ ส่ายหน้าไปมา โถ.. รินหนอริน .. โอ..หล่อนไม่คิดซักนิดว่าอยู่ๆ  สิรินจะหึงหล่อน เพราะสิรินไม่เคยหึง ที่ผ่านมามีแต่หล่อนที่คอยหวงคอยหึง คอยระแวงว่าคนรักจะหวั่นไหวไปกับใครที่สาวกว่าสวยกว่า ใครที่อยู่ในวัยเดียวกันกับสิริน ซึ่งเป็นวัยที่กำลังเบ่งบานและเต็มไปด้วยความสดชื่น&lt;br /&gt;“รินกลัวติดหวัดหรือเปล่าคะ?”หล่อนถามเมื่อเข้ามานั่งบนเตียง ในขณะที่สิรินกำลังหวีผมอยู่ที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ฝ่ายนั้นหันมามองช้าๆ &lt;br /&gt;“หมอห้ามไม่ให้นอนกับใครด้วยหรือคะ?”เธอถามเรียบๆ และหวีผมต่อไป แต่คำถามนี้ทำให้จารึกรู้สึกตกใจ&lt;br /&gt;“ริน.. รินคิดอะไรอยู่คะนี่?”&lt;br /&gt;“คะ?” สิรินหันมามองอีกครั้ง&lt;br /&gt;“คิดอะไรหรือคะ?”เธอขมวดคิ้ว&lt;br /&gt;จารึกก็ขมวดคิ้ว แต่หล่อนก็ยิ้ม หล่อนกำลังลังเล .. สิรินหึง แต่ดูเหมือนจะไม่รู้ตัว .. มันจึงทั้งน่าตกใจและน่าขันในขณะเดียวกัน&lt;br /&gt;สิรินแปรงผมเสร็จแล้วเดินมานั่งข้างๆ จารึกจึงกอดเธอเอาไว้และวางศีระษะไว้ที่ไหล่ของเธอด้วยแสนรัก&lt;br /&gt;“รินขา ..”&lt;br /&gt;“มียาก่อนนอนไหมคะ”&lt;br /&gt;คราวนี้จารึกหัวเราะเบาๆ &lt;br /&gt;“ยาก่อนนอนค่อยทานก่อนนอนสิคะ..ตอนนี้ยังไม่อยากนอน”&lt;br /&gt;“แล้วถามทำไมคะว่ารินกลัวติดหวัดหรือเปล่า”   สิรินยิ้ม พลางก้มลงจูบที่ริมฝีปากบางๆ ที่อุ่นจัดของหล่อนอย่างอ่อนโยนและโอบกอดร่างหล่อนไว้ในอ้อมแขน &lt;br /&gt;จารึกครางอู้อี้เบาๆ หายใจโรยริน แต่โอบคอสิรินไว้พลางลูบไล้ศีรษะสิรินไปมาเมื่อฝ่ายนั้นเริ่มบดริมฝีปากเบาๆ แล้วแทรกลิ้นเข้าไปในปากอุ่นๆของหล่อน ก่อนที่จะโน้มร่างให้ค่อยๆ เอนลงบนเตียงนอน&lt;br /&gt;สิรินบอกตัวเองว่า ฉันรักผู้หญิงคนนี้ ฉันปรารถนาผู้หญิงคนนี้ .. และฉันมีความสุขกับความรักและความปรารถนาเช่นนี้ ..&lt;br /&gt;ตอนนี้เธออยากจะให้โลกนี้มีเพียงเธอและจารึก มีเพียงกันและกันเท่านั้น เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องทำอะไรที่ฝืนใจตัวเอง เพื่อใคร .. เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องทำร้ายตัวเอง และทำร้ายผู้หญิงที่เธอรักที่สุดคนนี้ เพื่อใคร &lt;br /&gt;จารึกจะเป็นอย่างไรหนอ ถ้าวันนั้นมาถึง..วันที่เธอจะบอกว่า เธอจะแต่งงาน!!!&lt;br /&gt;สิรินยังจำได้ดีถึงวันที่หล่อนเป็นลมหมดสติ เพียงเพราะเห็นปาจรีย์เดินออกมาจากห้องนอนของเธอ.. ยังจำได้ดีว่าเธอประคองร่างอันบอบบางที่ล้มลงเหมือนใบไม้ร่วง และอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมแขน ...&lt;br /&gt;จารึกนอนหนุนแขนสิริน หล่อนหายใจสม่ำเสมอ และหลับสนิทอย่างมีความสุข แต่สิรินลืมตาโพลงอยู่ในความมืดสลัวของห้อง เธอสูดกลิ่นหอมของเส้นผมอันอ่อนนิ่มของคนรัก..กลิ่นของจารึก เป็นกลิ่นหอมที่เธอจดจำได้ .. &lt;br /&gt;ความจริงแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างของผู้หญิงคนนี้ เธอสามารถจดจำรายละเอียดได้ทั้งหมด .. จำได้ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่เคยใช้ผ้าเช็ดหน้าสีอื่นนอกจากสีขาว จำได้ว่าจารึกใช้แปรงสีฟัน สบู่ และแชมพูยี่ห้ออะไร จำได้ว่าจารึกชอบทานอะไร ไม่ชอบอะไร ... และเธอทราบดีว่าจารึกรักเธอแค่ไหน..จารึกจะทนได้อย่างไรหนอถ้าเธอละทิ้งจากไป .. &lt;br /&gt;สิรินกอดร่างบอบบางนั้นแนบแน่น .. รักแสนรัก อาลัยอาวรณ์ใจจะขาด .. ถึงแม้นว่าเวลาที่เธอจะต้องไปนั้น จะยังอีกนาน  ก็ตามที&lt;br /&gt;“รินขา”จารึกเรียกเบาๆ ด้วยเสียงงัวเงีย หล่อนกอดตอบและยิ้มละไม&lt;br /&gt;“นอนไม่หลับหรือคะ”&lt;br /&gt; “ค่ะ”สิรินจูบที่แก้มหล่อน&lt;br /&gt;“อื้อ..”จารึกยิ้มอย่างมีความสุขอยู่ในความมืด หล่อนรู้สึกได้ว่า สิรินรักหล่อนมากมายผิดปรกติ &lt;br /&gt;“เป็นอะไรคะริน”&lt;br /&gt;“คะ? ไม่ได้เป็นอะไรนี่คะ”&lt;br /&gt;“ก็ อยู่ดีๆ  ก็คิดถึงคุณมากขนาดนี้ อยู่ดีๆ คิดจะมาก็มา รินดูรักคุณม๊ากมาก เหมือนรักมากกว่าเดิมซักร้อยเท่าพันเท่า แล้วอยู่ดีๆ ก็นอนไม่หลับ มานอนกอดคุณซะแน่น”&lt;br /&gt;“รินอยากกอดนี่คะ รินรักของริน”เธอกอดพลางลูบเส้นผมนิ่มๆ  นั้นเล่นไปมา&lt;br /&gt;“คุณเป็นหวัดนะคะนี่ ไม่กลัวติดหวัดบ้างหรือคะ” จารึกหัวเราะเบาๆ &lt;br /&gt;“ติดก็ติดค่ะ รินยอมติดหวัดจากคุณ”&lt;br /&gt;“โถ.. รินขา” หล่อนครางเบาๆ &lt;br /&gt;“ทำไมน่ารักแบบนี้คะนี่”&lt;br /&gt;ถ้อยคำของคนรักทำให้สิรินขมขื่น .. โอ้ ยอดรัก ฉันหรือน่ารัก ถ้าเธอรู้ว่าฉันกำลังคิดจะทอดทิ้งเธอ เธอคงจะไม่พูดแบบนี้แน่ แล้วสิรินก็ให้นึกเกลียดชังตัวเองเสียเหลือเกิน&lt;br /&gt;“คุณอยากอยู่กับริน อยากให้รินกอดคุณทุกคืน ตื่นมาก็อยากเห็นหน้าทุกเช้า”&lt;br /&gt;สิรินไม่ตอบอะไร ได้แต่นอนกลุ้มใจ&lt;br /&gt;“รินขา”&lt;br /&gt;“คะ?”&lt;br /&gt;“คุณจะได้อยู่กับรินไหมคะ”จารึกเว้าวอนถาม&lt;br /&gt;“โถ..”สิรินครางเบาๆ และกอดหล่อนกระชับแน่น&lt;br /&gt;“คุณรักริน คุณอยากอยู่กับริน คุณไม่อยากให้รินจากไปไหนไกลๆ  รินมาเปิดร้านที่นี่นะคะ รินจะทำโรงงานด้วยก็ได้”&lt;br /&gt;“ค่อยคิดเถอะนะคะคนดี”บัดนี้ สิรินไม่มีอนาคตร่วมกันกับผู้หญิงแสนดีคนนี้อีกแล้ว .. เธอได้แต่นอนกอดร่างอุ่นๆที่บอบบางของจารึกอย่างแนบชิด &lt;br /&gt;และจารึกก็ได้แต่น้อยใจที่สิรินไม่เคยยอมรับข้อเสนอใดๆ ของหล่อน สิรินมักทำให้รู้สึกเสมอว่าเงินทองในมือของหล่อนนั้นไร้ค่า ทั้งๆ ที่มันสามารถลัดเส้นทางให้คนสองคนได้อยู่ใกล้กันได้เร็วขึ้น .. และครั้งนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่จารึกรู้สึกท้อแท้ และถามตัวเองว่า หล่อนทำงานหนักในทุกวันนี้ไปเพื่ออะไรกัน?&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8688413871670125189-850483472990652629?l=sirinrose.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirinrose.blogspot.com/feeds/850483472990652629/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8688413871670125189&amp;postID=850483472990652629&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/850483472990652629'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/850483472990652629'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirinrose.blogspot.com/2009/05/41.html' title='ตอนที่ 41'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8688413871670125189.post-6722759697973660758</id><published>2009-05-19T23:25:00.000-07:00</published><updated>2009-10-24T01:34:05.441-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ตอนที่ 40'/><title type='text'>ตอนที่ 40</title><content type='html'>จารึกตกใจตื่นด้วยเสียงโทรศัพท์ที่แผดขึ้นกลางดึก สิ่งแรกที่นึกถึงคือมารดา .. แหละสิ่งที่หล่อนกลัวเหลือเกินก็ได้เกิดขึ้น     ในคืนนั้น เมื่อเสียงตามสายบอกมาอย่างตื่นๆ  ว่า&lt;br /&gt;“น้องจารีบมาบ้านเถอะ”&lt;br /&gt;“คุณแม่เป็นอะไรคะ?”&lt;br /&gt;“มาเถอะ รีบมา” เสียงนั้นอึกอัก แต่นั่นทำให้อีกฝ่าย       เข่าอ่อน&lt;br /&gt;“เกิดอะไรขึ้นคะ” เสียงหล่อนโรยอ่อน หัวใจสั่นหวิว&lt;br /&gt;“มาเถอะน้องจา พี่บอกให้รีบมาไงล่ะ” &lt;br /&gt;หล่อนได้ยินสายเสียงของพี่ชายสั่น จารึกได้แต่ยืนนิ่งอยู่ชั่วครู่ กว่าจะตั้งสติได้ แล้ววางกระบอกโทรศัพท์ลงกับแป้น แล้วเดินไปแต่งตัวง่ายๆ  &lt;br /&gt;หล่อนขับรถออกจากบ้านกลางดึก ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บของเดือนพฤศจิกายน หล่อนนึกรู้โดยสัญชาติญาณ ว่าขณะนี้สิ่งที่พี่น้องทุกคนกลัวอยู่นั้นกำลังเกิดขึ้น .. &lt;br /&gt;มารดาของหล่อนอายุมากแล้ว และเจ็บป่วยบ่อยหนช่วงหลังทุกคนพยายามทำใจ แต่จริงๆ แล้ว จารึกเพิ่งรู้ว่าหล่อนทำใจไม่ได้ หัวใจหล่อนขณะนี้โหวงเหวงยิ่งเมื่อนึกถึงคำว่า “ร่มโพธิ์ร่มไทร” .. บัดนี้ จริงหรือ ที่หล่อนจะต้องไปเผชิญกับความจริงที่ว่าร่มโพธิ์ ร่มไทรของหล่อน กำลังผุกร่อนลงตามกาลเวลา และหล่อนจะต้องยืนอยู่โดยปราศจากร่มเงาที่เคยคุ้มภัยมาตลอดชีวิต&lt;br /&gt;จารึกได้ยินเสียงร้องไห้ เมื่อไปถึงบ้านที่วังสิงห์คำ .. ความหนาวเหน็บเข้ามาครอบคลุมจนหล่อนสั่นสะท้าน .. ความหนาวร้าวเข้าไปถึงก้นบึ้งหัวใจ&lt;br /&gt;“คุณแม่” &lt;br /&gt;“น้องจา…” พฤกษ์ พี่ชายของหล่อนก้าวออกมาจากห้องของท่าน &lt;br /&gt;“พี่พฤกษ์?”&lt;br /&gt;เขาส่ายหน้า น้ำตาไหลพลางเดินตรงเข้ามาสวมกอดหล่อนไว้&lt;br /&gt;“คุณแม่สิ้นแล้ว”&lt;br /&gt;เสียงร้องไห้ดังระงม .. บรรยากาศแห่งความโศกเศร้าแผ่รัศมีไปทั่วบริเวณ .. ตอนนี้บ้านนี้สิ้นแล้วทั้งพ่อและแม่ .. หัวใจ   ของคนเป็นลูกนั้นโหวงเหวงว้าเหว่ยากจะบรรยายได้สิ้น&lt;br /&gt;“แม่จ๋า”…&lt;br /&gt;จารึกสะอึกสะอื้น เดินเข้าไปในห้อง .. ทุกย่างก้าว ของหล่อนนั้นเบาหวิว .. ร่างเล็กๆ ของหล่อนก้มลงสวมกอดมารดาผู้เฒ่าด้วยความรักและอาลัยอย่างสุดแสน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; สิรินรับโทรศัพท์โดยคิดว่าเป็นโทรศัพท์จากมาร์ค ด้วยเป็นตอนใกล้เที่ยง เป็นเวลาที่เขามักโทรเข้ามาชวนไปทานข้าว&lt;br /&gt;“ฮัลโล”&lt;br /&gt;“ริน”&lt;br /&gt;ไม่ใช่มาร์ค แต่เป็นเสียงของจารึกที่แหบแห้งอ่อนแรง&lt;br /&gt;“คุณจา”&lt;br /&gt;“ริน…รินขา”&lt;br /&gt;“คะ? มีอะไรหรือคะ เสียงไม่ค่อยดีเลย”&lt;br /&gt;“ริน .. คุณแม่เสียแล้วค่ะ”&lt;br /&gt;“คะ?”&lt;br /&gt;“ริน” &lt;br /&gt;แล้วสิรินก็ได้ยินเสียงสะอื้น … เธอนึกรู้ว่าตอนนี้สภาพของจารึกเป็นอย่างไร .. &lt;br /&gt;“ค่ะ .. แล้วคุณ ..ไม่เป็นไรนะคะ” สิรินวางงานในมือลง ในขณะที่สมองคิดอย่างไวว่าจะทำอย่างไรดี&lt;br /&gt;“คุณเสียใจ” จารึกบอกมา แล้วทางนี้ก็ได้ยินเสียงร้องไห้เบาๆ  โถ.. &lt;br /&gt;“รอรินนะคะ” สิรินบอก .. เธอมองงานบนโต๊ะ ..ไม่เป็นไร       ก็อะไรเล่าจะสำคัญเท่าหัวใจที่กำลังสั่นไหวและเศร้าโศกของจารึก &lt;br /&gt;“รินจะไปเดี๋ยวนี้”&lt;br /&gt;“ค่ะริน .. ขอบคุณนะคะ”&lt;br /&gt;สิรินฝากฝังงานเรียบร้อยภายในเวลาไม่กี่นาที เธอร้อนใจด้วยความห่วงใยคนรัก โถคุณจา ไม่เป็นไรนะคะ .. รอรินเดี๋ยว      รินกำลังจะไปหาคุณเดี๋ยวนี้ .. ไม่เป็นไร ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณยังมีริน …&lt;br /&gt;สิรินเร่งรุดไป เพื่อกางแขนสองข้างของเธอออก รับร่างเล็กๆ ที่แสนจะบอบบางของจารึกเข้าไว้ในอ้อมกอด&lt;br /&gt;“ริน”&lt;br /&gt;สิรินลูบหลังหล่อนแผ่วเบา สิรินทำให้จารึกรู้สึกอุ่นใจและมั่นคง … หล่อนรู้ ว่าเมื่อหล่อนต้องการ สิรินจะมาทันที มาเพื่อให้หล่อนรู้สึกดี มาเพื่ออยู่เคียงข้าง รับรู้ความรู้สึกทุกอย่าง มาดูแลไม่ให้หล่อนทุกข์เกินไป &lt;br /&gt;“ขอบคุณค่ะริน ขอบคุณที่มา”&lt;br /&gt;“ไม่ต้องขอบคุณค่ะ..รินมีหน้าที่ดูแลคุณ..รินรักคุณ คุณก็รู้นี่คะ”&lt;br /&gt;แต่จารึกก็ขอบคุณสิรินอีกด้วยดวงตาที่ทอดมองเข้าไปในดวงตาคู่สวยของคนรัก .. ดวงตาที่เหมือนดวงดาวสองดวง ที่กระพริบกระพรี้ บอกรักหล่อนเสมอมา&lt;br /&gt;ร่างสองร่างปรากฏขึ้นที่วัดในคืนที่สองของงานศพคุณฟองจันทร์ .. หนึ่งนั้นคือคุณวิลันดา น้องสาวคนเล็กของผู้ตาย อีกหนึ่งคือปิงฟ้า จิตรกรสาว เพื่อนคู่ใจของคุณวิลันดา …&lt;br /&gt;“คุณน้า” จารึกตรงเข้าไปสวมกอดน้าสาวของตนไว้ด้วยความดีใจ แต่แล้วน้ำตาก็ไหลพราก&lt;br /&gt;“คุณน้าขา” &lt;br /&gt;สิรินเดินตามมา แล้วยกมือไหว้คุณวิลันดาและ  ปิงฟ้าคู่รัก&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะคุณน้า คุณปิงฟ้า”&lt;br /&gt;ปิงฟ้ารับไหว้ พลางมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปมองภาพในอดีตของตนและคุณวิลันดา .. ซึ่งต่างเป็นคู่รักหญิงที่มีวัยต่างกันเหลือเกิน &lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะสิริน ดีใจที่ได้เจอเธอที่นี่”ปิงฟ้าทักทาย ตรงไปตรงมา และสิรินรู้สึกเหมือนเธอได้ยินอีกประโยคหนึ่งที่แม้นฝ่ายนั้นไม่ได้บอกออกมาจากปาก แต่มันดังออกมาจากใจกระมัง .. มันดังออกมาบอกเธอว่า .. ขอบใจ …&lt;br /&gt;เหมือนกับที่คุณวิลันดาคลายวงแขนจากหลานสาว แล้วมาโอบกอดเธอไว้ด้วยรักสนิทไม่ต่างกัน&lt;br /&gt;“ขอบใจนะคะริน .. ขอบใจที่ดูแลคุณจา”&lt;br /&gt;อา.. คนคู่นี้ทำให้สิรินรู้สึกอ่อนยวบ ..นี่ถ้าคนทั้งสามรู้ว่าสิรินคนนี้มีผู้ชายคนหนึ่งซุกซ่อนอยู่ในความคิด ผู้ชายที่เธอรับแหวนจากเขามา .. ผู้ชายที่จะเข้ามาทำความหวังธรรมดาๆของคนเป็นพ่อเป็นแม่ให้เป็นจริงได้ …ถ้ารู้..พวกเธอจะว่าอย่างไรกันบ้างหนอ? &lt;br /&gt;สิรินมองคุณน้าและคู่รักเดินตามกันไปเคารพศพ .. ไม่ใช่สายตาของเธอเท่านั้นที่มองคนคู่นี้ แต่แทบทุกสายตากระมังที่มองดูทุกกิริยาอาการของคนทั้งคู่อยู่ แต่ต่างมองด้วยความคิดที่แตกต่างกันออกไป และสิรินก็ได้ยินเสียงกระซิบแว่วๆ ว่า&lt;br /&gt;“คุณวิลันดา เลสเบี้ยนไฮโซกับจิตรกรคู่ขา.. เพิ่งบินมาจากเมืองนอก…”&lt;br /&gt;“จุ๊ๆ  .. เค้าว่าคุณดาเธอเลี้ยงต้อย …”&lt;br /&gt;“แหม ยังกะแม่กับลูกนะคะ” …&lt;br /&gt;เออหนอ.. มีปากสักแต่จะว่ากันไป .. แต่นี่ก็คือสิ่งที่ทุกคนในโลกนี้หนีไม่พ้น ไม่ว่าจะประพฤติตัวดีเลิศเลอเพียงใด .. ด้วยว่า ปุถุชนหนีไม่พ้นคำนินทา .. นั่นคือสัจธรรม …&lt;br /&gt;แต่สิรินมองคนทั้งสองด้วยความซาบซึ้ง ก็คนคู่นี้ติดตามกันไปทุกหนแห่ง .. แต่เธอและจารึก … เธอคงมีวาสนาเพียงเท่านี้แล้วกระมัง เพราะต่อไปในอนาคต เธอคงต้องละไปใช้ชีวิตธรรมดาๆ  ..ต้องหมั้น และแต่งงาน มีลูก .. เพื่ออะไรหนอ? เพื่ออะไรต่อมิอะไรมากมาย ทั้งพ่อแม่ ทั้งสังคม .. แต่มิใช่เพื่อตัวเธอเองอย่างแน่นอน …&lt;br /&gt;สิริยา ประคองสร้อยแก้วขึ้นรถในขณะที่สิรินช่วยพับรถเข็นของพี่สาว แล้วยกไปเก็บที่กระโปรงหลัง พ่อกับแม่ของเธอร่ำลาเจ้าภาพ แล้วหันมาบอกสิรินว่า&lt;br /&gt;“ดูแลคุณครูให้ดีนะริน”&lt;br /&gt;เฮ้อ!…จารึกเหมือนปีกแมลงปอที่ใสบาง ที่ใครๆต่างพากันห่วงใย เกรงไปว่าลมฝนที่พัดแรงจะทำให้หล่อนบอบช้ำบุบสลาย&lt;br /&gt;และนั่นยิ่งทำให้สิรินรู้สึกขมขื่นใจ ที่เธอไม่สามารถจะดูแลผู้หญิงคนนี้ได้ตลอดไป เพราะเธอไม่สามารถจะดูแลทั้งจารึกและพ่อแม่ของเธอให้มีความสุขไปพร้อมๆ  นได้ .. &lt;br /&gt;ถ้าเธอแต่งงาน มีสามี มีหลานให้ท่านอุ้ม ท่านจะมีความสุขตามประสาคนแก่ อันเป็นความสุขปรกติที่พ่อแม่ทุกคนควรได้รับ แต่จารึกคงย่ำแย่ .. &lt;br /&gt;แต่ถ้าเธอจะอยู่อย่างนี้ตลอดไป หัวใจของพ่อแม่ที่เริ่มแก่เฒ่าคงจะเริ่มมีคำถาม และความปรารถนาของท่านจะไม่มีวันเป็นจริงไปได้ นอกจากที่จะหวังไปเพียงลมๆแล้งๆ.. ความปรารถนาของท่าน สิรินเท่านั้นที่สามารถจะทำให้ท่านได้ เวลานี้เธออยากเป็นสิริยา หรือจะให้เธอพิการแทนสร้อยแก้วก็ได้ เธอจะได้พ้นภาระอันหนักหนานี้เสีย และเธอจะไม่ขอห่างจากคนรักของเธอคนนี้เลย…&lt;br /&gt;คุณวิลันดา ปิงฟ้า จารึก และสิริน พักด้วยกันในบ้านที่โรงเรียนอนุบาลจนเสร็จงาน และที่นั่นเธอได้มองเห็นความรัก ความอ่อนเอื้อจากคู่ของคุณวิลันดาและปิงฟ้า และได้รับความรู้สึกแห่งความเป็นคนครอบครัวเดียวกันอย่างแท้จริงกับจารึก.. &lt;br /&gt;จารึกนั้นแม้นจะอยู่ในความทุกข์โศก แต่หล่อนก็สังเกตุเห็นแววหมองในดวงตาของสิริน .. ดวงตาที่เคยพราวจรัส และดูเต็มไปด้วยความหวังเสมอ .. แต่หล่อนกลับคิดไปว่าคนรักหมองเศร้าลงด้วยร่วมความรู้สึกเดียวกับหล่อน .. โถ .. สิริน ..&lt;br /&gt;“เหนื่อยไหมคะริน” คุณวิลันดาถามเธอในคืนสุดท้ายหลังจากกลับจากวัดมาด้วยกัน&lt;br /&gt;“ไม่เหนื่อยหรอกค่ะคุณน้า”&lt;br /&gt;“ขอบใจนะคะ นี่ถ้ายายจาไม่ได้รินคงแย่”&lt;br /&gt;“คุณจาไม่ใช่คนอ่อนแอนะคะ”สิรินว่า และทำให้จารึกยิ้มออกมาได้&lt;br /&gt;“คุณจาของรินไม่ใช่คนอ่อนแอค่ะ แต่เธอเปราะบาง ..คุณจาน่ะเป็นลูกแหง่ออกจะตายไป ..”&lt;br /&gt;“แหมคุณน้า” จารึกแย้งเบาๆ  พลางกอดแขน    สิรินเอาไว้&lt;br /&gt;“แต่ได้รินคอยดูแล น้าก็หายห่วง”&lt;br /&gt;“ย้ำกันบ่อยๆ  คนดูแลอาจซีเรียสนะคะ” ปิงฟ้าพูดพลางยิ้ม แต่.. คำพูดของเธอแทงใจสิรินโดยที่เธอเองหาได้รู้ตัวแม้นแต่น้อย&lt;br /&gt;จารึกพิงศีรษะลงกับไหล่ของคนรักด้วยความรู้สึกอบอุ่นเหมือนว่า ที่แห่งนี้แหละเป็นที่พักพิงที่แสนมั่นคงของตน .. &lt;br /&gt; ค่ำคืนสุดท้ายก่อนที่สิรินจะจากไปกรุงเทพฯนั้น จารึกอยู่ในวงแขน สิรินประทับจูบแผ่วเบาที่แสกหน้า ในห้องนอน ที่จารึกจัดแจกันรูปมือสีขาว เสียบด้วยดอกกุหลาบสีแดงที่คนรักมอบให้ วางไว้ที่โต๊ะเล็กหัวเตียง … &lt;br /&gt;“ไม่อยากให้รินไปไหนเลย” &lt;br /&gt;“รินก็ไม่อยากไปค่ะ ..” สิรินบอกออกมาจากใจจริง เธออยากอยู่กับจารึกเหมือนที่จารึกอยากอยู่กับเธอตลอดเวลาแบบนี้ .. และเหมือนคุณวิลันดากับปิงฟ้าที่ไม่ยอมห่างจากกันอีกแล้ว …&lt;br /&gt;“กลับบ้านสิคะ กลับมาทำงานที่นี่ เปิดร้าน หรือเปิดโรงงานก็ได้”จารึกเว้าวอนจริงจัง&lt;br /&gt;“นะคะริน”&lt;br /&gt;“อย่างอแงสิคะ” สิรินอ่อนใจ&lt;br /&gt;“คุณจะต้องรอไปอีกนานแค่ไหน”&lt;br /&gt;“รินไม่ใช่คนรวยนะคะ รินต้องทำงาน ต้องสร้างตัว”&lt;br /&gt;“แล้วคุณล่ะคะริน คุณก็ทำงาน คุณมีเงินที่ไม่มีค่าสำหรับริน .. ทำไมรินไม่เอาเงินที่คุณไปใช้ อะไรๆ มันจะได้ง่ายกว่านี้”&lt;br /&gt;“นอนเถอะค่ะ..” สิรินตัดบทง่ายๆแต่จารึกร้องไห้&lt;br /&gt;“บอกได้ไหมคะ ว่าเมื่อไหร่เราจะได้อยู่ด้วยกันเหมือนคุณน้ากับคุณปิง”&lt;br /&gt;ลำแขนของจารึกนั้นกอดเกี่ยวสิรินแนบแน่น หล่อนร้องไห้เหมือนเด็กคนหนึ่ง .. ซึ่งทำให้สิรินพลอยรู้สึกว่ากำลังจะ  ขาดใจ เพราะบัดนี้เธอรู้ดีอยู่แก่ใจว่าเธอกับผู้หญิงคนนี้คงจะไม่มีวันได้อยู่ด้วยกันเหมือนดั่งที่หล่อนเฝ้าหวังเอาไว้ …&lt;br /&gt;เธอได้แต่กอดจารึกไว้ ลูบผมอันหยิกสลวยและอ่อนนิ่มนั้นไปมาอย่างอ่อนโยน .. เธอจะบอกอย่างไรได้ เธอไม่สามารถจะหลอกลวงจารึกได้มากกว่านี้อีกแล้วเพราะหัวใจของเธอกำลังจะแหลกสลาย … &lt;br /&gt;จารึกไม่รู้แม้นแต่น้อยว่าสิรินก็ร้องไห้ เพราะเมื่อน้ำตาของเธอไหลซึมออกมา เธอก็เช็ดมันเสีย .. และอดทนกล้ำกลืนไม่ให้มันล่วงล้ำออกมาอีก .. &lt;br /&gt; มาร์คเดินยิ้มเผล่เข้ามาหาที่โรงถ่าย เขารู้ไปเสียสิ้น ว่าเธออยู่ที่ไหนทั้งๆ ที่เธอไม่เคยบอกกล่าวซักคำ&lt;br /&gt;“มารับไปทานข้าวที่บ้านครับ วันนี้พ่อแม่พี่น้องอยู่กันครบเชียวนะริน”&lt;br /&gt;“ฉันคงไปไม่ได้หรอกค่ะมาร์ค”สิรินร้องบอก&lt;br /&gt;“อ้าว”เขาขมวดคิ้ว แล้วเกาหัว ทำหน้าเก้อๆ &lt;br /&gt;“งานฉันยุ่ง”เธอบอกตรงๆ.. และเขาเองก็ไม่สำคัญพอที่เธอจะปลีกตัวออกจากงานที่แสนยุ่งนี้ไปเพื่อเพียงทานข้าวกับครอบครัวของเขา นี่ถ้าเขาเป็นจารึกเธอคงไป ..&lt;br /&gt;“งั้น”เขาทำท่าลังเล&lt;br /&gt;“งั้นผมทานแถวนี้กับคุณก็ได้”ว่าแล้วก็ยิ้มละไมน่ามอง &lt;br /&gt;“เหนื่อยมากไหมริน”&lt;br /&gt;เขาทำให้เธอยิ้ม &lt;br /&gt;“เหนื่อยมากเป็นปรกติค่ะ”&lt;br /&gt;“ลาพักอีกซักอาทิตย์ไหม?” เขาทำหลิ่วตา&lt;br /&gt;“ไปแอลเอกับผม”&lt;br /&gt;สิรินส่ายหน้า แต่ก็ยิ้มให้กับความเป็นเขา .. เธอไม่ได้รังเกียจเขาเลยนะนี่ เพียงแต่เธอไม่ได้รักเขาแบบคู่รักเท่านั้นเอง .. เธอรู้สึกว่าเธอรักเขาเหมือนกัน แต่แบบเพื่อน หรือแบบน้องมากกว่า &lt;br /&gt;“ฉันลาตั้งหลายวันแล้ว กลับมางานสุมหัว ฉันคงไปไหนไม่ได้เป็นปีแน่ๆ ”&lt;br /&gt;“แหมเสียดาย”&lt;br /&gt;“คุณจะทำอะไรก็ทำนะคะ ฉันจะทำงาน”สิรินตัดบทเสียง่ายๆ อย่างนั้นเอง&lt;br /&gt;“ก็ได้ ..” เขาเองก็รับคำง่ายๆ พอกัน .. เฮ้อ.. เมื่อไหร่จะไปเสียที … ถ้าเขาไปเสียได้เธอคงสบายใจ แต่มาร์คกลับบอกเธอหลังจากทานอาหารเที่ยงเสร็จแล้วว่า&lt;br /&gt;“พ่อผมอยากให้ผมหมั้นอย่างเป็นทางก่อนก่อนไป”&lt;br /&gt;เขาทำให้สิรินต้องขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างเคร่งเครียด นี่เขาเห็นเธอเป็นอะไรหรือ จึงจะมารวบรัดง่ายๆ ในเวลาแสนสั้นเช่นนี้&lt;br /&gt;“เพราะงั้นถึงเดินทางกลับมา ตอนนี้อยู่กันครบหน้าเชียวนะริน” เขาทำตาวิงวอน&lt;br /&gt;“ผมเองก็อยากผูกพันคุณไว้บ้างก่อนไป”&lt;br /&gt;“ฉันว่า.. มันง่ายไปหน่อย และมันก็เร็วเกินไป”สิรินรู้สึกหงุดหงิด &lt;br /&gt;“ริน.. ผมจะไปตั้งสองปีนะครับ” เขาฉวยมือเธอมาจับเอาไว้อย่างหน้าตาเฉย แต่สิรินดึงมือกลับ สีหน้าเธอไม่พอใจอย่างมาก&lt;br /&gt;“ขอโทษ”…&lt;br /&gt;“ฉันเสียใจ..” สิรินก้มหน้าให้ แล้วก้าวเดินออกมา&lt;br /&gt;“ริน.. ริน เดี๋ยวสิครับ” มาร์คเดินตาม&lt;br /&gt;“ริน .. ผมเข้าใจ .. ไม่ก็ไม่สิ ทำไมต้องหงุดหงิดแบบนี้”&lt;br /&gt;“ฉันเสียใจค่ะมาร์ค ฉัน..ฉันคิดว่า ฉันคงเป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้น”      สิรินหมุนแหวนที่นิ้ว จะถอดถืนให้เขา เธอรู้สึกขมขื่นประดังประเด แต่เขาจับมือเธอไว้แน่น&lt;br /&gt;“อย่าถอดนะริน .. อย่าทำร้ายผม” ดวงตาเขาเศร้าละห้อย .. มันเป็นดวงตาที่เธอต้องหลบเลี่ยงไม่ปรารถนาจะสบประสานสายตาด้วย &lt;br /&gt;อย่าทำร้ายผม .. แต่ฉันกำลังทำร้ายตัวเองทุกวี่ทุกวันทำร้ายตัวเองอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก .. ฉันทำร้ายตัวเอง ทำร้ายคนที่ฉันรัก..แต่ไม่ใช่เพื่อคุณ..ถึงอย่างไรผู้ชายคนนี้ก็น่าสงสารเสมอสำหรับสิริน เธอพบว่า เธอไม่เคยเกลียดชังเขาสักนิด …&lt;br /&gt;“ปล่อยค่ะ” สิรินพยายามดึงมือกลับ เขายอมปล่อยแต่โดยดี มาร์คพยักหน้าแล้วฝืนยิ้มเศร้า&lt;br /&gt;“ผมกลับก่อนนะริน”&lt;br /&gt;สิรินได้แต่พยักหน้าให้เขา แล้วตัวเองก็หมุนตัวกลับ  มันเหมือนกับเธอกำลังติดอยู่กับบ่วงอะไรสักอย่างหนึ่ง บ่วงที่กำลังจะพันธนาการเธอไว้ และรั้งเธอให้ถอยห่างจากทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8688413871670125189-6722759697973660758?l=sirinrose.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirinrose.blogspot.com/feeds/6722759697973660758/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8688413871670125189&amp;postID=6722759697973660758&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/6722759697973660758'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/6722759697973660758'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirinrose.blogspot.com/2009/05/40.html' title='ตอนที่ 40'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8688413871670125189.post-7816701849247570133</id><published>2009-05-19T23:23:00.001-07:00</published><updated>2009-10-24T01:34:18.102-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ตอนที่ 39'/><title type='text'>ตอนที่ 39</title><content type='html'>จารึกตกใจตื่นกลางดึกด้วยเสียงกริ่งโทรศัพท์   ที่ดังมาจากโรงพยาบาล เนื่องจากมารดาของหล่อนเกิดล้มป่วยกะทันหันอีกครั้งหนึ่ง.. อีกแล้วหรือนี่ .. หมู่นี้ท่านป่วยบ่อยเหลือเกิน &lt;br /&gt;"ค่ะพี่พฤกษ์ จาจะไปเดี๋ยวนี้แหละ"หล่อนวางสาย แล้วแต่งตัวอย่างลวกๆ มุ่งหน้าไปโรงพยาบาลทันทีเหมือนเช่นทุกครั้ง&lt;br /&gt;"เป็นไงบ้างคะ"หล่อนถามพี่สะใภ้ทันทีที่ไปถึงที่เดิม..หน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล&lt;br /&gt;"เหมือนเดิมค่ะคุณจา"&lt;br /&gt;"ตอนเย็นพี่พฤกษ์ไม่ได้วัดความดันคุณแม่หรือคะ?" หล่อนหันไปถามพี่ชายที่ยืนนิ่งอยู่&lt;br /&gt;"วัด" เขาบอก&lt;br /&gt;"วัดได้เท่าไหร่คะ"&lt;br /&gt;"ร้อยห้าสิบห้า.."&lt;br /&gt;"แต่ตอนวัดความดัน คุณแม่ท่านไม่มีอาการนะคะ พี่พฤกษ์ถามคุณแม่แล้วล่ะค่ะว่าท่านจะมาโรงพยาบาลไหม ท่านก็ว่าท่านไม่ได้เป็นอะไร"วรรณาพรอธิบายแทนสามีจารึกถอนใจ &lt;br /&gt;หล่อนรู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่หล่อนจะต้องกลับไปช่วยดูแลท่านที่บ้านใหญ่ .. หาไม่หล่อนอาจต้องมานั่งเสียใจในภายหลังที่ไม่ได้อยู่ดูแลท่านอย่างใกล้ชิด &lt;br /&gt;หล่อนเจอหมอกรรณิการ์ในตอนเช้าที่หน้าหน้าตึก อายุรกรรม ฝ่ายนั้นเดินตรงเข้ามายกมือไหว้&lt;br /&gt;"สวัสดีฮะคุณอา"&lt;br /&gt;"สวัสดีค่ะ"จารึกรับไหว้พลางยิ้มให้&lt;br /&gt;"คุณย่าเข้าโรงพยาบาลหรือฮะ?" &lt;br /&gt;"ค่ะ.."&lt;br /&gt;"ความดันขึ้นสูงอีกหรือฮะ"&lt;br /&gt;"ค่ะ"&lt;br /&gt;"ตอนนี้คงลดแล้วกระมังฮะ"&lt;br /&gt;"ค่ะ"&lt;br /&gt;"คุณย่าไม่ได้วัดความดันทุกเย็นหรือฮะ"หมอกรรณิการ์ถาม เพราะเธอเองเป็นคนหาเครื่องวัดความดันโลหิตให้จารึก และเป็นคนสอนให้จารึกใช้เครื่องนี้เป็น ซึ่งจารึกก็ไปถ่ายทอดให้พี่ชายและพี่สะใภ้อีกทอดหนึ่ง&lt;br /&gt;"วัดค่ะ อาพฤกษ์เธอวัดตอนเย็นวาน เห็นว่าวัดได้ร้อยห้าสิบห้า แต่คุณย่าไม่มีอาการ..ไม่มีอาการอะไรท่านไม่ยอมมาโรงพยาบาลหรอกค่ะ"&lt;br /&gt;"แล้วท่านก็มีอาการกลางดึก"&lt;br /&gt;หมอเดาเอาตามประสบการณ์&lt;br /&gt;"ค่ะ"&lt;br /&gt;"ไม่เป็นไรฮะคุณอา คราวหน้าเอาใหม่ เอาเป็นว่าถ้าความดันขึ้นมากกว่าปรกติ ชวนคุณย่ามาโรงพยาบาลเลยนะฮะ ไม่ต้องรอให้มีอาการวิงเวียน"&lt;br /&gt;จารึกพยักหน้า&lt;br /&gt;"คุณอาคงไม่ได้นอนทั้งคืนสิฮะ.. แล้วนี่จะไปทำงานหรือเปล่าฮะ"&lt;br /&gt;“ไปค่ะ แต่คงไปตอนสายๆ ..แล้วนี่หมอจะขึ้นตรวจใช่ไหมคะ”&lt;br /&gt;“ฮะ”หมอกรรณิการ์ตั้งใจว่าอีกเดี๋ยวพอเสร็จงานของเธอที่ตึกศัลยกรรมแล้วเธอจะแวะไปเยี่ยม “คุณย่า” ถ้าห้องนั้นไม่มีบิดาและมารดาของพิมพ์ทิพย์ .. หรือแม้นว่าห้องนั้นจะมีคนทั้งคู่ แต่หากมีคุณอาจารึกอยู่ด้วย เธอก็อยากแวะเยี่ยมท่าน&lt;br /&gt;“คุณอาจะอยู่ถึงกี่โมงฮะ”&lt;br /&gt;“จะเยี่ยมคุณย่าหรือคะ”&lt;br /&gt;“ฮะ”&lt;br /&gt;“ไปเถอะค่ะ”จารึกยิ้มให้หมอสาวอย่างเอ็นดู&lt;br /&gt;“อาไม่ได้บอกทางลำพูนหรอก”หล่อนหมายถึงทางบ้านของพิมพ์ทิพย์  หมอกรรณิการ์ยิ้มให้&lt;br /&gt;“ขอบคุณฮะคุณอา .. งั้นกุ้งขอตัวก่อนนะฮะ”&lt;br /&gt;“ค่ะ..ไปเถอะ” จารึกยิ้มให้ และมองตามหลังหมอสาวด้วยสายตาชื่นชม .. เฮ้อ.. หากทอมคนนี้เป็นผู้ชาย เพียงแต่ถ้าเป็นผู้ชายเท่านั้นแหละ ความรักของพิมพ์ทิพย์จะสมหวังในทันที เพราะคนรักของเธอเป็นคนมีน้ำใจทีเดียว มีน้ำใจ และเอาใจใส่ญาติผู้ใหญ่ของคนรักเป็นอย่างดี .. &lt;br /&gt; เมื่อมารดาออกจากโรงพยาบาล จารึกก็กลับไปนอนที่บ้านวังสิงห์คำทุกคืน และตื่นมาใส่บาตรกับท่านทุกเช้า และหมอกรรณิการ์ก็มีโอกาสได้แวะมาเยี่ยมเยือน “คุณย่า” ถึงที่บ้านบ่อยหน&lt;br /&gt;“ขอบคุณนะฮะคุณอา”หมอกรรณิการ์เอ่ยแก่หล่อนเมื่อหล่อนเดินมาส่งที่รถในคืนหนึ่ง&lt;br /&gt;“ขอบคุณอะไรกันคะ อาว่า อาเองต่างหากที่ต้องขอบคุณหมอ ที่หมอเอาใจใส่ดูแลคุณย่า”&lt;br /&gt;“กุ้งขอบคุณคุณอาที่ให้โอกาสกุ้งได้ทำหน้าที่แทนทิพย์ .. ทิพย์เค้าห่วงคุณย่ามาก”&lt;br /&gt;“หมอคงจะรักทิพย์มากจริงๆ ”จารึกยิ้มอย่างปลาบปลื้ม&lt;br /&gt;“ฮะรักมาก.. แต่กุ้งจะไม่ยึดทิพย์ไว้หรอกนะฮะคุณอา ถ้าทิพย์จะเปลี่ยนใจ กุ้งก็ยอมฮะ ทิพย์ยังเด็ก ยังมีเส้นทางให้เลือกเดินอีกมากมาย”&lt;br /&gt;“โถ..”&lt;br /&gt;จารึกรู้สึกว่าได้มองเห็นถึงหัวใจที่สวยงามน่ารักของผู้หญิงคนนี้ที่รักหลานสาวของหล่อนโดยไร้เงื่อนไข.. ความรักอย่างนี้ละมังที่เรียกว่ารักบริสุทธิ์..&lt;br /&gt;“พักผ่อนนะฮะคุณอา”&lt;br /&gt;“ค่ะ..ขับรถดีๆนะคะหมอ”&lt;br /&gt;หมอกรรณิการ์ยกมือไหว้หล่อน จารึกรับไหว้ด้วยเอ็นดูแล้วหล่อนก็อดไม่ได้ที่จะชมคนรักของหลานสาวกับสิรินเมื่อได้พบเจอกัน&lt;br /&gt;“หมอกุ้งน่ารักจริงๆ นะคะริน คอยมาเยี่ยมคุณแม่อยู่เรื่อยๆ เห็นบอกว่าทิพย์ห่วงคุณย่ามาก หมอเลยทำหน้าที่แทนทิพย์”&lt;br /&gt;“ดีสิคะ”&lt;br /&gt;“ดีมากเลยล่ะค่ะ เห็นบอกคุณว่ารักทิพย์มาก แต่ก็จะไม่ยึดทิพย์ไว้หรอก ถ้าทิพย์จะเปลี่ยนใจ เขาก็ยอมตามใจ เขาว่าทิพย์ยังเด็ก ยังมีทางให้เลือกเดินมากมาย”&lt;br /&gt;สิรินยิ้มให้คนรัก&lt;br /&gt;“คุณอาจารึกเลยปลื้มใจเป็นการใหญ่”&lt;br /&gt;“แหม แน่ล่ะสิคะ..แต่คุณเป็นห่วงคุณแม่จังเลย.. ปีนี้คุณแม่ป่วยบ่อยมาก เผลอเดี๋ยวเดียวก็ต้องเข้าโรงพยาบาลอีกแล้ว”คราวนี้   สิรินโอบหล่อนไว้ พลางปลอบว่า&lt;br /&gt;“อย่าคิดมากสิคะ”จารึกเอนศีรษะลงพิงไหล่คนรักอย่างสนิทสนมแนบชิด&lt;br /&gt;“คุณรู้สึกกลัวๆ ”&lt;br /&gt;สิรินลูบไหล่หล่อนไปมาปลอบโยน&lt;br /&gt;“บางทีคุณอาจไม่ค่อยได้มาหารินบ่อยเหมือนเดิม”..หล่อนบอก .. เพราะหล่อนห่วงกังวล กลัวว่าท่านจะล้มป่วยไประหว่างที่หล่อนมาอยู่กับ       สิรินที่กรุงเทพฯ&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ.. คุณมาไม่ได้ รินจะไปหาคุณเอง”&lt;br /&gt;จารึกมองสิริน..&lt;br /&gt;“ไปได้หรือคะ”&lt;br /&gt;“ได้สิคะถ้าจะไปจริงๆ ”&lt;br /&gt;จารึกกอดคนรักของหล่อนเอาไว้ด้วยความรู้สึกขอบคุณ&lt;br /&gt; “รินรักคุณมากเหมือนกันนะคะ” หล่อนยิ้มละไมอย่างมีความสุข&lt;br /&gt; สิรินก้มลงจูบหล่อนแผ่วเบาแล้ว สองคนก็เริ่มโลมไล้เนื้อตัวกันและกันด้วยสัมผัสแห่งอันอ่อนหวาน &lt;br /&gt;สำหรับสิรินแล้ว ยิ่งคิดถึงคำพูดของแม่ ยิ่งรู้สึกรักและผูกพันกับจารึกมากขึ้น แต่ก็ยิ่งปวดร้าวและคิดถึงการจากพรากที่อาจเกิดขึ้นในวันข้างหน้า&lt;br /&gt;จารึกรู้สึกว่าสิรินกอดหล่อนแนบแน่นกว่าทุกครั้งทุกคราว .. และ “รัก” หล่อนเป็นพิเศษ เหมือนเมื่อคราวที่ได้พบกันหลังจากที่ไม่ได้พบกันมานานเมื่อครั้งที่สิรินเข้ากรุงเทพฯใหม่ๆ  … ความสุข  ที่ได้รับนั้น มาจากความคิดถึงซึ่งมีมากมายในหัวใจของคนทั้งคู่ ..แต่ขณะนี้นั้น.. หล่อนไม่รู้เหตุที่มา หล่อนรู้สึกสังหรณ์ถึงอะไรบางอย่าง แต่ความสุขนั้นมีมากกว่า .. และจารึกล่องลอยไปกับความสุขนั้น ด้วยมันพร่างพรมไปด้วยความรัดรึงใจ และอ่อนหวานในขณะเดียวกัน &lt;br /&gt;สิรินกลับจากส่งจารึกที่ดอนเมืองตอนสายของวัน เธอรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่นักที่จะต้องบ่ายหน้าไปโรงงานของจีนนี่พี่สาวของมาร์ค แต่เธอเลี่ยงไม่ได้เพราะจีนนี่โทรหาเธอตอนเช้า บอกให้เธอช่วยเข้าไปอธิบายแบบชุดใหม่ที่เพิ่งส่งไป&lt;br /&gt;เธอรู้สึกไม่ดี เพราะเธอเพิ่งส่งคนรักขึ้นเครื่อง แล้วก็ต้องไปพบพี่สาวของมาร์ค ซึ่งเธออาจพบเขาที่นั่น.. &lt;br /&gt;ระยะหลังมานี่มาร์คยิ่งพยายามที่จะพบปะเธอบ่อยครั้งเท่าที่เขาจะทำได้ เพราะใกล้เวลาที่เขาจะไปเมืองนอกแล้ว .. สิรินเข้าใจเขาทีเดียว เธอคิดว่าคนที่มีความรักทุกคนคงเป็นเช่นนี้..เธอเองก็เคยเป็น และกำลังเป็นอยู่ .. &lt;br /&gt;เธอเองก็ไม่อยากจะต้องจากพรากจากคนที่เธอรัก .. ยิ่งรู้สึกว่าจะต้องจาก ก็ยิ่งอยากใกล้ชิดยิ่งกว่าเดิม&lt;br /&gt;สิรินพบมาร์คที่โรงงานจริงๆ หลังจากที่เธอทำงานของเธอเสร็จสิ้นลงแล้ว จีนนี่กับมาร์คชวนเธอดื่มน้ำชาที่บ้าน แต่แล้วเมื่อ   เสิร์ฟชาเสร็จจีนนี่ก็ออกตัวว่า&lt;br /&gt;“มาร์คเขามีเรื่องสำคัญจะคุยกับริน..”แล้วพี่สาวก็หันไปยิ้มกับน้องชาย ก่อนจะหันกลับมายิ้มกับสิริน&lt;br /&gt;“พี่ขอตัวก่อนนะคะ”&lt;br /&gt;สิรินได้แต่มองพี่สาวของมาร์คเดินจากไปด้วยท่าทางแจ่มใส  ทิ้งให้เธอกับมาร์คนั่งมองกันอยู่ที่โต๊ะ&lt;br /&gt;“มีอะไรหรือคะ” &lt;br /&gt;“ดื่มชาก่อนก็ได้”เขาหลิ่วตา พยายามทำท่าทางกลบเกลื่อนแววตื่นเต้น แล้วเขาเองก็ยกถ้วยชาขึ้นดื่มแต่ สิรินไม่ยอมทำตาม เธอได้แต่นั่งมองเขานิ่งเพื่อที่จะรอฟังธุระของเขามาร์คหยิบขนมใส่ปากด้วยท่าทางน่าอร่อย เขาเหมือนเด็กชายน่ารักที่ทำให้เธอยิ้มออกมาได้โดยไม่รู้ตัว และที่สุดเธอก็ยกถ้วยชาขึ้นจิบ  มาร์คยิ้มให้เธอทั้งปากทั้งตาที่พราวเป็นประกาย…และทั้งปากทั้งตาของเขามันบอกโจ่งแจ้งว่ารักเธอ.. &lt;br /&gt;แต่แล้วสิรินก็รู้สึกไม่สบายใจ …เธอเพิ่งจากจารึก แล้วอยู่ๆก็ยอมมานั่งจิบชากับมาร์คให้เขาทำตาหวานๆใส่เธอ &lt;br /&gt;“ริน..”มาร์คล้วงกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกง และเปิดมันออกต่อหน้าเธอ..&lt;br /&gt;สิรินเห็นแหวนเพชรวงหนึ่ง .. สวยเรียบๆในแบบที่เธอชอบ แต่มันทำให้เธอต้องเหลือบมองเจ้าของแหวน&lt;br /&gt;“แต่งงานกับผมนะริน”เขาเอ่ยกับเธอด้วยปากและตามันเหมือนกับว่าโลกหยุดหมุน…เธอมองไม่เห็นอะไรอย่างอื่น นอกจากดวงตาอันเว้าวอนของมาร์ค และแหวนวงนั้น และเธอหวนคิดถึงถ้อยคำของแม่..ถ้อยคำอันเสมือนเสียงที่ดังออกมาจากหัวใจของแม่และพ่อทุกคนในโลก .. พ่อแม่ที่ปรารถนาจะได้เห็นลูกเป็นฝั่งเป็นฝา มีครอบครัวที่มีความสุข และมีหลานให้ท่านอุ้ม..&lt;br /&gt;ในครอบครัวของเธอ ขณะนี้มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่จะทำให้ความปรารถนานั้นของพ่อแม่เป็นจริงได้ ..มาร์คสวมแหวนวงนั้นให้กับสิรินโดยง่าย เหมือนเธอถูกสะกดจากอะไรบางอย่าง ซึ่งเขาเข้าใจว่าอะไรบางอย่างนั้นคือความรักที่เธอเองก็มีให้กับเขา อา.. เธอรักเขาจริงๆ แหละ มาร์คยิ้มอย่างแจ่มใส .. &lt;br /&gt;“คุณพร้อมจะแต่งกับผมใช่ไหมริน” คำถามของเขาเต็มไปด้วยความลิงโลด และนั่นทำให้สิรินรู้สึกตัว&lt;br /&gt;“คะ?.. เอ้อ.. คุณต้องไปเรียนไม่ใช่หรือคะ?”&lt;br /&gt;“ใช่ .. แต่งแล้วไปก็ได้” รอยยิ้มของเขาแจ่มเจิดลอยเด่นอยู่ตรงหน้าเธอ&lt;br /&gt;“เอ้อ..” เธอหมุนแหวนจะถอดออกจากนิ้ว แต่มือหนาใหญ่ของมาร์คเอื้อมมายุดไว้เสียก่อน มือเขาและมือของเธอ เป็นสองมือที่เคยจับยึดกันไว้แน่นในคืนที่เต็มไปด้วยความน่ากลัว คราวนี้เขาจับมือเธอไว้แน่นด้วยปรารถนาจะปกป้องดูแลผู้หญิงคนนี้ตลอดชีวิต&lt;br /&gt;“คุณรับหมั้นผมแล้วนะ คุณจะคิดอะไรก็คิด แต่อย่าถอดแหวนวงนี้”&lt;br /&gt;สิรินได้แต่มองแหวนที่นิ้วอย่างเลื่อนลอย.. ถ้าเธอแต่งงาน พ่อแม่คงดีใจ .. แต่จารึก คงเสียใจมาก แล้วตัวเธอล่ะ? ขณะนี้เป็นอย่างไร &lt;br /&gt;สิรินรู้สึกมึนชา เหมือนคนสมองเฉื่อย เธอเฝ้าแต่ถามตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่า ฉันทำอะไรลงไป ..ทำไมยอมให้ผู้ชายคนนั้นสวมแหวนให้ง่ายๆ.. และบัดนี้มีคำถามเกิดขึ้นในหัวใจของหญิงสาวว่า เธอรักเขาหรือ? &lt;br /&gt;เธอไม่ได้เกลียดเขา เขาดูน่ารักในความรู้สึกของเธอ .. เธอเข้าใจความรู้สึกที่เขามีต่อเธอ เขายึดเธอไว้เป็นตัวแทนสิ่งมีค่าที่เขาทำหลุดมือหายไปในคืนนั้น .. เขาใช้เธอเป็นยาสมานบาดแผลในหัวใจ จริงๆ แล้วเขาอาจไม่ได้รักเธอ และ ความจริงเธอเองก็ไม่ได้รักเขา เธอเพียงแต่เข้าใจเขา รู้สึกปรารถนาดีต่อเขา และถ้าเธอจะต้องแต่งงานเพื่อพ่อแม่ .. เธอก็เลือกที่จะแต่งกับเขา .. แต่ถ้าเพื่อตัวเองแล้ว เธอไม่ลังเลสักนิดที่จะขอใช้ชีวิตอยู่กับจารึก ผู้หญิงที่เธอรักและรักเธอหมดหัวใจ ..&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8688413871670125189-7816701849247570133?l=sirinrose.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirinrose.blogspot.com/feeds/7816701849247570133/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8688413871670125189&amp;postID=7816701849247570133&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/7816701849247570133'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/7816701849247570133'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirinrose.blogspot.com/2009/05/39.html' title='ตอนที่ 39'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8688413871670125189.post-5707731386117537643</id><published>2009-05-19T23:22:00.002-07:00</published><updated>2009-10-24T01:34:34.728-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ตอนที่ 38'/><title type='text'>ตอนที่ 38</title><content type='html'>สิรินก้มลงกราบที่ตักของมารดาของจารึกซึ่งนั่งอยู่ที่เก้าอี้หินอ่อนในสวนหลังบ้านของท่านที่วังสิงห์คำ ที่ๆ  เธอเคยนั่งเรียนพิเศษกับจารึก ในสมัยที่เธอยังเป็นนักเรียน&lt;br /&gt;"ไหว้พระเถอะลูก" มารดาผู้ชราเอ่ยแก่สิรินอย่างมีเมตตาเช่นเคย&lt;br /&gt;"ไม่ได้เจอหลายปี ดูเป็นผู้ใหญ่ทีเดียวนะริน"สิรินยิ้ม พลางถามท่านว่า&lt;br /&gt;"คุณยายเป็นอย่างไรบ้างคะ"&lt;br /&gt;"ยายสุขสบายดี ไม่มีอะไรน่าห่วง"ท่านบอกแล้วก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี ฝ่ายจารึกอดยิ้มไม่ได้ ดูเหมือนท่านจำไม่ได้เสียแล้วว่า ตัวท่านเพิ่งออกจากโรงพยาบาลเมื่อไม่กี่วันมานี่เอง .. หมู่นี้สุขภาพของท่านไม่ดีนัก ทั้งโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคหัวใจ พากันผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันออกอาละวาดกับท่านอยู่เรื่อยๆ ช่วงหลังอาการขี้หลงขี้ลืมก็เริ่มเข้ามาทักทาย &lt;br /&gt;"ว่าแต่เราเถอะ งานการทางโน้นเป็นอย่างไรบ้าง?"&lt;br /&gt;"ตอนนี้รินรับออกแบบให้โรงงานเสื้อผ้าเด็กเพิ่มอีกอย่างค่ะคุณยาย"&lt;br /&gt;"เสื้อผ้าเด็กหรือ?"&lt;br /&gt;"ค่ะ เสื้อผ้าเด็กสำหรับออกงานต่างๆ  เช่นงานแต่งงาน งานรับปริญญา .. เสื้อผ้าเด็กรวยๆ น่ะค่ะ"สิรินหัวเราะ&lt;br /&gt;"ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป"ท่านว่า&lt;br /&gt;"สมัยนี้อะไรๆมันก็สำเร็จรูปไปหมด มันง่ายกว่าสมัยก่อนๆ เยอะ สมัยก่อนใครจะไปงานต้องมีเวลาเตรียมตัวล่วงหน้า ต้องไปซื้อผ้าเอาไปตัดที่ร้าน เดี๋ยวนี้บางคนไม่รู้จักว่าเอาผ้าไปตัดที่ร้านมันเป็นยังไง เพราะมันเป็นยุคสำเร็จรูป มีหลายราคาหลายระดับให้เลือกเสียด้วย"&lt;br /&gt;จารึกยิ้ม.. หล่อนรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่สิรินมาที่นี่เพื่อกราบมารดาของหล่อน และท่านคุยกับสิรินได้นานๆ เหมือนสิรินเป็นลูกเป็นหลานคนหนึ่งของท่านและสิรินเองก็ยึดถือเป็นธรรมเนียม ที่จะต้องมากราบท่านเมื่อกลับบ้านทุกครั้ง … &lt;br /&gt;สิรินช่างน่ารัก เสมอต้นเสมอปลาย .. สิรินทำให้หล่อนรู้สึกอบอุ่นใจ รู้สึกถึงความเป็นครอบครัวเดียวกัน &lt;br /&gt;เมื่อออกจากบ้านมารดา จารึกบอกสิรินว่า&lt;br /&gt;"วันนี้ หมอกุ้งแวะมาเยี่ยมที่โรงเรียน"&lt;br /&gt;"หมอกุ้ง?" สิรินขมวดคิ้ว&lt;br /&gt;"คนรักของทิพย์หลานคุณไงคะ ที่เคยเล่าให้ฟัง"คราวนี้  สิรินพยักหน้า&lt;br /&gt;"คุณชวนหมอกุ้งทานข้าวเย็นด้วยนะคะ สงสารน่ะค่ะ ตัวคนเดียว เพื่อนไม่ค่อยมี .. คุณว่าจะชวนริยาด้วย   จะได้รู้แนะนำให้รู้จักกัน หมอจะได้มีเพื่อนที่เป็นทอมเหมือนกัน"&lt;br /&gt;"แหม" สิรินยิ้มให้กับความช่างจัดการของคนรัก&lt;br /&gt;"แหมอะไรคะ" จารึกยิ้มหวานส่งให้&lt;br /&gt;"คิดว่าคุณเจ้ากี้เจ้าการล่ะสิคะ"&lt;br /&gt;คราวนี้สิรินโอบลำเอวของหล่อนไว้ ถึงหล่อนจะเจ้ากี้เจ้าการ ขี้บ่น หรือเจ้าระเบียบไปบ้าง แต่สิรินก็รักหล่อน .. ยังเห็นว่าสิ่งเหล่านี้ในตัวหล่อนนั้นน่ารัก .. &lt;br /&gt;"นัดคุณหมอไว้กี่โมงล่ะคะ รินไม่แน่ใจว่ารินจะตามตัวริยาเจอ"&lt;br /&gt;"ไม่ต้องห่วงค่ะ .."จารึกยิ้ม บอกให้รู้ว่าหล่อนชวนสิริยาเรียบร้อยแล้วสิรินได้แต่ส่ายหน้าแต่เธอก็ยิ้ม .. &lt;br /&gt;"แล้วตอนนี้เราจะไปไหนกันดี" สิรินถาม เพราะกว่าจะถึงเวลาอาหารค่ำ ก็อีกนาน&lt;br /&gt;"คุณนัดหมอกุ้งไว้หกโมง ยังมีเวลาอีกประมาณสองชั่วโมง .. นั่งรถเล่นนะคะ ไปโรงเรียนเก่ากันไหม?"ดูเหมือนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้ว .. กับการมากราบผู้ใหญ่ แล้วนั่งรถชมเมือง ผ่านไปที่โรงเรียนเก่า .. ที่ๆเต็มไปด้วยอดีตของเธอกับจารึก &lt;br /&gt;ที่ๆทุกครั้งที่มองเข้าไปในรั้วสถาบันแห่งนั้น เธอจะมองเห็นตัวเอง เห็นจารึก เห็นสิริยา สร้อยแก้ว เห็นพ่อรอรับนักเรียน .. เห็นเพื่อนๆ .. เห็นอดีตเด่นชัดขึ้น .. &lt;br /&gt;แต่แล้วสิรินก็คิดถึงใบหน้าของแม่ และคำพูดของแม่ .. ก็เหลือแต่แกคนเดียว … เหลือคนเดียว.. &lt;br /&gt;"ริน" จารึกเรียกเบาๆ เมื่อเห็นสิรินขมวดคิ้วนิ่วหน้า&lt;br /&gt;"คะ?"&lt;br /&gt;"เป็นอะไรคะ?" หล่อนถาม เพราะเห็นแววกังวลในสีหน้าของคนรักเมื่อฝ่ายนั้นมองเข้าไปในโรงเรียน &lt;br /&gt;สิรินได้แต่ส่ายหน้า&lt;br /&gt;"เปล่าค่ะ"&lt;br /&gt;"จอดรถนะคะ" หล่อนชะลอรถ&lt;br /&gt;"ค่ะ..ตามใจ"&lt;br /&gt;จารึกจอดรถข้างรั้วโรงเรียน แล้วสองคนก็นั่งพิงเบาะ และทอดสายตาเข้าไปในโรงเรียนแห่งนั้น&lt;br /&gt;"เรารักกันมากี่ปีแล้วคะนี่" จารึกถามพลางยิ้มละไม&lt;br /&gt;"มันเหมือนรินเพิ่งให้ดอกกุหลาบดอกแรกเมื่อวานนี้เอง"&lt;br /&gt;สิรินมองดูคนรัก .. ดูหล่อนมีความสุขเหลือเกิน หล่อนจะรู้หรือหาไม่ว่าคนรักของหล่อนกำลังสับสนว่าจะต้องดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร&lt;br /&gt;สิรินถามตัวเองว่าเธอจะทำอย่างไรดีหนอ .. เธอคิดว่าพ่อแม่ของเธอน่าจะมีลูกสี่คน พอให้เธอดิ้นได้ ไม่ต้องถูกกดดันอย่างนี้ ... พอให้เธอสามารถเลือกใช้ชีวิตอย่างที่เธอต้องการได้ โดยที่พ่อและแม่ของเธอจะไม่เดือดร้อน และเชื้อสายเผ่าพันธ์ของเธอจะยังคงสามารถสืบลูกสืบหลานต่อไปได้อีก .. พ่อแม่ปรารถนาจะมีหลานไว้อุ้มเหมือนคนสูงอายุอื่นๆ ที่มีความสุขในบั้นปลายชีวิตด้วยการได้นั่งดูลูกหลานเจริญเติบโต …&lt;br /&gt;สิรินเอื้อมมือไปจับมือขาวๆ บางๆ ของจารึกไว้ …มือนี้เองที่ยื่นมายุดขวดน้ำไว้ในวันนั้น .. วันที่สิรินรู้ตัวว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้เปลี่ยนไป .. วันที่เธอตกหลุมรักจารึก และอยู่ในหลุมนั้นตั้งแต่นั้นจนถึงวันนี้&lt;br /&gt;หรือบางที อาจถึงเวลาที่เธอจะต้องปีนป่ายออกจากหลุม ขึ้นมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง และดำเนินชีวิตไปตามวัฎจักรเหมือนผู้คนส่วนใหญ่ในโลกนี้&lt;br /&gt;เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้วสิรินกลับกระชับมือแน่น .. &lt;br /&gt;"ริน .. รินเป็นอะไรคะ"&lt;br /&gt;"คะ?..เป็นอะไรคะ?" เธอหันไปถาม&lt;br /&gt;"วันนี้รินดูแปลกๆ " จารึกบอก &lt;br /&gt;สิรินลูบมือหล่อนไปมา แล้วชวนดูดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า&lt;br /&gt;"ดูแล้วรู้สึกเหงานะคะ" หล่อนออกความเห็น&lt;br /&gt;"คุณชอบดูอาทิตย์ขึ้นตอนเช้ามากกว่า"&lt;br /&gt;"ก่อนจะขึ้น .. มันต้องตกก่อน"สิรินรำพึงเบาๆ  &lt;br /&gt;"แหม.."&lt;br /&gt;"ดูแล้วเหงาก็ไปกันเถอะค่ะ"สิรินหัวเราะ&lt;br /&gt;"รินไม่อยากให้คุณเหงา"&lt;br /&gt;"จริงหรือคะ?"จารึกเอียงหน้าถาม&lt;br /&gt;"ไม่อยากให้เหงาก็มาอยู่ด้วยกันสิคะ .. เมื่อไหร่เราจะได้อยู่ด้วยกันเสียทีก็ไม่รู้"จารึกไม่รู้ตัวสักนิดว่าทำให้สิรินรู้สึกขมขื่นมากมาย .. &lt;br /&gt;อยู่ด้วยกันหรือ? ตอนนี้เธอยังมองไม่เห็นทาง และที่แย่กว่านั้นคือ บัดนี้ตัวเธอเป็นเป้าหมายเดียวที่บุพการีของเธอตั้งความหวังเอาไว้ .. ทำไมเธอต้องมีน้องเป็นทอม และทำไมสร้อยแก้วต้องโชคร้ายถึงเพียงนั้น .. พี่สาวโชคร้าย แล้วตัวเธอเองล่ะ..โชคดีกว่า หรือว่าที่แท้ ก็โชคร้ายพอๆ กัน ..&lt;br /&gt;สิรินอยากดึงจารึกมากอดเหลือเกิน .. แต่ที่ทำได้ตอนนี้ก็แค่บอกหล่อนเบาๆ  ว่า&lt;br /&gt;"ขอเวลารินหน่อยนะคะ"&lt;br /&gt;"โถริน.. คุณทำให้รินคิดมากหรือเปล่า"&lt;br /&gt;"รินรักคุณ".. สิรินบอกออกมาจากหัวใจ และทำให้จารึกเอียงอาย คำรักของสิรินไม่ใช่ถ้อยคำที่พร่ำเพรื่อ และทุกครั้งจารึกรู้สึกได้ว่ามันเต็มไปด้วยความจริงใจ และจริงจัง .. และมันเข้ามาโอบอุ้มหล่อนชีวิตหล่อนไว้ให้อบอุ่น&lt;br /&gt;"คุณก็รักริน"&lt;br /&gt;หมอกรรณิการ์หรือหมอกุ้งที่จารึกเคยเอ่ยถึง เป็นผู้หญิงรูปร่างเล็ก ผิวขาวใส ท่าทางพอมองออกนิดหน่อยว่าเธอน่าจะ เป็นทอม แต่ก็คนเรียบร้อย อย่างน้อยท่าทางของเธอก็ดูเรียบร้อยกว่าสิริยา&lt;br /&gt;"นี่หมอกุ้งค่ะริน ส่วนนี่สิริน.. แล้วนี่สิริยาค่ะ"จารึกแนะนำง่ายๆ  &lt;br /&gt;"อายุเท่าไหร่ฮะ ริยาอายุ 25"สิริยาถาม&lt;br /&gt;"27"หมอบอก&lt;br /&gt;"งั้นริยาเรียกพี่นะฮะ"&lt;br /&gt;"ได้..ฮะ" หมอยิ้ม ..&lt;br /&gt;"27 ก็เท่ารินน่ะสิคะ"จารึกบอก&lt;br /&gt;"ปีเดียวกับริน"&lt;br /&gt;"ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ"สิรินเอ่ยทักทาย&lt;br /&gt;"ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกันฮะ" คำว่าฮะของหมอนั้นแผ่วเบา ดูกล้าๆ กลัวๆ ไม่เหมือนสิริยา&lt;br /&gt;"มาเถอะค่ะ ไม่รู้ว่าอาหารจะถูกปากหมอหรือเปล่านะคะ อาไม่ทราบว่าหมอชอบทานอะไรบ้าง เลยมีแต่ของโปรดของสองพี่น้องทั้งนั้นเลย"จารึกเดินนำไปที่โต๊ะ&lt;br /&gt;"งั้นพี่หมอต้องบอกเมนูที่ชอบเอาไว้"สิริยาบอกอย่างครึกครื้น&lt;br /&gt;สิริยาและหมอกรรณิการ์เข้ากันได้ดิบดี บรรยากาศที่นี่   ทำให้รู้สึกอบอุ่น และเป็นครั้งแรกที่มีคนทำให้เธอรู้สึกว่าการเป็นทอมไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะที่นี่มีทอมอีกคน ที่ดูมั่นอกมั่นใจในตัวเองเป็นอย่างยิ่ง &lt;br /&gt;ทั้งหมดคุยกันด้วยเรื่องสรรเพเหระทั่วไปอย่างเป็นกันเอง และมีเสียงหัวเราะครืนๆ เป็นระยะๆ เนื่องด้วยความคุยสนุกของสิริยา&lt;br /&gt;"วันหลังไปดริ้งกันนะฮะ" หลังอาหารสิริยาออกปากชวนเพื่อนใหม่อย่างหน้าตาเฉย&lt;br /&gt;"ตายละ"จารึกอุทานติดตลก&lt;br /&gt;"ดูริยาสิคะริน .. ชวนต่อหน้าต่อตา"&lt;br /&gt;สิรินหัวเราะ&lt;br /&gt;"อย่าถือสาริยานะคะ"สิรินเอ่ยกับหมอพลางยิ้ม หมอหัวเราะจนตาหยี&lt;br /&gt;"ไปสิฮะ.. ท่าทางคงดริ้งบ่อย"&lt;br /&gt;"ไม่บ่อยหรอกฮะ แค่อาทิตย์ละวันสองวันเอง บ่อยไม่ได้ เจ้านายเข้มงวดมาก" เธอชำเลืองมองมายังจารึก&lt;br /&gt;"ขนาดเข้มงวดมาก แกยังสามารถทะลึ่งได้ขนาดนี้"สิรินว่าด้วยความหมั่นไส้&lt;br /&gt;"หมอดื่มเหมือนกันหรือคะ" จารึกเอ่ยถาม&lt;br /&gt;"ถ้านิดหน่อยพอได้ฮะ"ฝ่ายนั้นยิ้มน่ามอง&lt;br /&gt;"อย่าตามริยามากนะคะ"สิรินเตือน&lt;br /&gt;"โห ห่วงกันใหญ่ ตามริยาหมาไม่กัดนะพี่หมอ"เจ้าตัวคุยโว&lt;br /&gt;ครั้นต่อมา สิริยากับหมอกรรณิการ์ก็คบหากันซี้ปึ๊ก เนื่องด้วยฝ่ายหนึ่งโฉ่งฉ่างแคล่วคล่อง แถมมั่นใจในความเป็นทอมของตัวเองอย่างยิ่งยวด ส่วนอีกฝ่าย ไม่ค่อยได้คบหากับทอมด้วยกันสักเท่าใดนัก พอมาคบกันเข้า ก็ได้รู้จักกับเพื่อนที่เป็นทอมในก๊วนของสิริยาอีกหลายคน ทำให้เธอไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอย่างแต่ก่อนดังนั้นเมื่อจารึกถามสิริยาว่า เจอหมอกรรณิการ์บ้างไหม จึงได้คำตอบดังนี้&lt;br /&gt;"เจอเกือบทุกวันฮะ"คนตอบยิ้มแฉ่งน่าหมั่นไส้&lt;br /&gt;"แล้ว ดริ้งเกือบทุกวันหรือเปล่า อย่าชวนไปเสียนะริยา"&lt;br /&gt;"แหม ห่วงจัง" สิริยาแซว &lt;br /&gt;"พี่หมอแกไม่ค่อยดริ้งหรอกฮะ ไปกินกับแกล้มแล้วก็จ่ายตังค์เท่านั้นแหละ หญิงแหญ๋งแกก็ไม่เหล่"สิริยาบอกละเอียดละออ&lt;br /&gt;"ดูๆ  ให้ด้วยนะคะ"&lt;br /&gt;"ดูอะไรฮะ?..ดูเรื่องหญิงน่ะเหรอ?เอ.." คราวนี้สิริยาข้องใจว่า หรือจารึกกับหมอกรรณิการ์จะชอบกัน .. แล้ว.. พี่สาวเธอล่ะ? แต่สิริยาก็ไม่เคยแน่ใจว่าจารึกและพี่สาวของเธอรักชอบกันแบบไหน บางทีเหมือนดูออก แต่บางทีก็เหมือนไม่ใช่ &lt;br /&gt;มาตอนนี้ดูจารึกใส่ใจกับหมอกรรณิการ์เป็นพิเศษ จารึกมองตาสิริยาแล้วหล่อนก็หัวเราะ&lt;br /&gt;"หมอกุ้งเป็นแฟนหลานสาวครูน่ะ ตอนนี้แกเรียนอยู่ที่อังกฤษ ครูถึงอยากให้ริยาช่วยดูๆ ให้หน่อยว่าหมอกุ้งเค้ามีคนอื่นหรือเปล่า"&lt;br /&gt;"อ๋อ.." สิริยาลากเสียงยาว เธอรู้สึกทึ่งที่จารึกเข้าใจชีวิตแบบนี้ และเข้าใจอย่างดีเสียด้วยสิ&lt;br /&gt;"ได้ฮะ ริยาจะดูให้.. แหม อยากเป็นหลานครูจังฮะ .."&lt;br /&gt;"เจอกันบ่อยๆ ริยาดูว่าหมอเค้าเป็นคนยังไงคะ เค้าไม่เจ้าชู้ใช่ไหม"&lt;br /&gt;"เท่าที่ดู ริยาว่าเค้าไม่เจ้าชู้นะฮะ เค้าบอกเหมือนกันว่าแฟนเค้าเรียนเมืองนอก..แล้วเค้าก็บอกว่าเค้ารักแฟนเค้ามาก"&lt;br /&gt;คราวนี้จารึกยิ้ม&lt;br /&gt;คล้อยหลังจารึกเดินจากไป สิริยาก็ยิ้มเช่นกัน .. ยิ้มชื่นชมผู้หญิงคนนี้ คนที่เป็นผู้ให้ .. ให้ทุกอย่างแก่เธอและผู้คนรอบข้าง  ให้โดยไม่เคยหวังสิ่งตอบแทน..&lt;br /&gt;"พี่ว่าพี่โชคดีมากๆ  เลยนะที่คุณอาจารึกเข้าใจพี่" หมอกุ้งระบายความในใจกับสิริยาในวันหนึ่ง&lt;br /&gt;"ครูจารึกเป็นคนดีที่หนึ่งน่ะฮะพี่"สิริยาหัวเราะ&lt;br /&gt;"ดูคุณอาเข้าใจพวกเรามาก คุณอามีแฟนเป็นทอมหรือริยา?"&lt;br /&gt;"เฮ้ย" สิริยาสะดุ้งโหยง&lt;br /&gt;"ไม่หรอกพี่ ตั้งแต่ริยารู้จักครูจารึก ริยาไม่เคยเห็นครูจารึกเธอมีแฟน แต่.."แล้วสิริยาก็เกาหัวแกรกๆ  &lt;br /&gt;"แต่อะไร?"&lt;br /&gt;"แต่ริยาแค่สงสัย ว่าระหว่างครูจารึกกับพี่ริน..จะมีอะไรๆหรือเปล่า"&lt;br /&gt;"พี่สาวริยาน่ะหรือ?"&lt;br /&gt;"ฮะ เค้าสนิทสนมกันมาก ขนาดพี่รินไปอยู่กรุงเทพฯตั้งหลายปี ยังไปมาหาสู่กันบ่อยๆ แต่พี่รินไม่ได้เป็นทอมนะฮะ.." &lt;br /&gt;หมอกรรณิการ์คิดถึงพี่สาวของสิริยา เธอมองไม่เห็นบุคลิกทอมในตัวผู้หญิงคนนั้น แต่เธอก็อยากจะเข้าใจว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนพิเศษของคุณอา เพราะเธอไม่เชื่อว่าหากคุณอาเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดา คุณอาจะสามารถเข้าใจความรู้สึกของคนที่เป็นหญิงรักหญิงได้ดีขนาดนี้&lt;br /&gt;"แล้ว…สมมุติว่าถ้าพี่สาวริยากับคุณอารักกันจริงๆล่ะ"คราวนี้สิริยาขมวดคิ้ว.. &lt;br /&gt;"ถ้าจริง.. ริยารับได้นะฮะ แต่พ่อแม่สิ.."&lt;br /&gt;"แต่อาจไม่จริงก็ได้นี่นา" อีกฝ่ายหัวเราะ&lt;br /&gt; กลับจากเชียงใหม่งวดนี้สิรินรู้สึกเนือยๆ เพราะครุ่นคิดถึงแต่ถ้อยคำของแม่ ..ถ้อยคำไม่กี่คำ แต่นั่นคือเสียงในหัวใจของพ่อแม่ทุกคนเลยทีเดียว ..แต่สิรินก็นึกภาพไม่ออกที่เธอจะแต่งงาน และตั้งท้อง..มีหลานให้ท่านอุ้ม เธออาจทำได้แต่ต้องแลกกับความสุขทั้งชีวิตของเธอเลยทีเดียว หัวใจของเธอจะต้องดับมืดไปตลอดกาล และยังหัวใจของจารึกอีกล่ะ .. หัวใจอันอ่อนบางของหล่อนคงแตกสลายยับเยิน .. &lt;br /&gt;หัวใจสลายสองดวง แลกกับรอยยิ้ม และความยินดีของหัวใจอีกสองดวง.. &lt;br /&gt;มีบ้างไหมครอบครัวที่พ่อแม่มีลูกหลายคน แต่ทุกคนมีอันต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ และไม่มีใครสักคนสมบูรณ์พอที่จะแตกหน่อแตกแขนงสืบเผ่าพงษ์ .. &lt;br /&gt;พ่อกับแม่ของเธอคงไม่คิดว่าครอบครัวของตนเองจะเป็นหนึ่งในจำนวนครอบครัวที่โชคร้ายนั้น.. เพราะท่านคิดว่า ท่านยังเหลือเธออีกคน ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาร์คโผล่มาหาเธอด้วยสีหน้าแจ่มใส พร้อมบอกกับเธอว่า&lt;br /&gt;"ละครปิดกล้องแล้วล่ะริน.. ผมไม่ต้องเป็นคุณชายอีกต่อไปแล้ว"&lt;br /&gt;เธอมองเขาแล้วอดยิ้มไม่ได้ &lt;br /&gt;"ต้องยินดีด้วยหรือเปล่าคะ"&lt;br /&gt;"ถ้าจะให้ดีน่าจะฉลองให้ผมหน่อย"เขาโมเมตามเคย แต่เขาก็ทำให้เธอหัวเราะ เธอไม่ได้รังเกียจผู้ชาย โดยเฉพาะผู้ชายคนนี้ ทั้งๆที่ใครต่อใครมักจะบอกว่าพวกหญิงรักหญิงมักจะรังเกียจผู้ชาย .. แต่สำหรับเธอมันไม่จริง ..เธอคิดว่าหากเธอไม่มีจารึก เธอคงรักผู้ชายคนนี้ .. ถ้าเธอรักเขา ชีวิตเธอก็จะไม่แตกต่างจากผู้คนส่วนใหญ่ทั่วไป .. &lt;br /&gt;"ฉันไม่ว่าง" เธอบอกเขาด้วยถ้อยคำที่บอกบ่อยๆ &lt;br /&gt;"ไม่ว่างแม้นแต่จะทานข้าว"เขายักไหล่&lt;br /&gt;"แปลว่าบอสของคุณเป็นคนใจร้ายมากถึงมากที่สุด" เขาแกล้งพูดเสียงดัง ทำให้สิรินต้องเหลียวหน้าเหลียวหลัง เกรงว่า     ใครผ่านไปผ่านมาจะได้ยินเข้า มาร์คหัวเราะ&lt;br /&gt;"ไปเถอะรินจะเที่ยงแล้ว ทานแถวนี้ก็ได้ ผมหิว"&lt;br /&gt;"นี่คุณ" สิรินชักรำคาญ&lt;br /&gt;"ฉันไม่มีหน้าที่ต้องคอยตามใจคุณนะคะ คุณหิวคุณก็ไปทานสิ"&lt;br /&gt;"โธ่"มาร์คทำหน้าเศร้า&lt;br /&gt;"คุณนี่แปลกนะ เดี๋ยวก็ดี เดี๋ยวก็.."&lt;br /&gt;สิรินเงยหน้าจากสมุดร่างแบบ รอท่าฟังคำพูดต่อไปของเขาว่าเดี๋ยวก็อะไร เธอพบว่าเขาเอียงหน้าล้อหลอก&lt;br /&gt;"เดี๋ยวก็แปลกๆ "เขาว่า&lt;br /&gt;แปลกยังไง..เธอคิด แต่ช่างเถอะ เธอไม่อยากต่อล้อต่อคำด้วย &lt;br /&gt;"คุณคงยุ่ง"เขาว่า&lt;br /&gt;"งั้นผมซื้อเข้ามาทานนะ จะเอาแบบข้าวเหนียวไก่ทอด หรือเอาเป็นพวกพิซซ่า แฮมเบเกอร์ดี"&lt;br /&gt;เฮ้อ..คราวนี้สิรินถอนใจ&lt;br /&gt;"คุณไม่เหนื่อยบ้างหรือไงคะ ถ้าคุณว่างมาก น่าจะเล่นละครอีกซักเรื่อง" เพื่อจะได้ไม่มีเวลามาคอยทำอะไรไร้สาระแบบนี้&lt;br /&gt;"ไม่ไหว เรื่องเดียวก็แย่แล้ว อีกอย่างอีกสองเดือนผมก็จบแล้ว ผมมีโครงการจะไปเรียนต่ออีกหน่อย..ยังไม่อยากทำงานน่ะฮะ"&lt;br /&gt;สิรินฟังแล้วคิดว่า งั้นอีกสองเดือน เธอคงสบายเพราะจะไม่มีเขามาคอยกวนใจอีกต่อไป&lt;br /&gt;"เรียนที่ไหนคะ"เธอสนใจนิดหน่อย&lt;br /&gt;"อเมริกา"เขาบอก&lt;br /&gt;แล้วเธอก็ยิ้ม&lt;br /&gt;"คุณคงคิดถึงผมนะ"&lt;br /&gt;คราวนี้เธอหัวเราะในความช่างโมเมของเขา&lt;br /&gt;"เที่ยงตรง.." เขาบอกพลางชี้ให้ดูนาฬิกาที่ผนังห้อง&lt;br /&gt;"ไปทานข้าวกันเถอะริน" ดวงตาเขาเว้าวอน เธอครุ่นคิดสามสี่วินาที .. ไปก็ได้ อีกไม่นานเขาก็จะไปแล้ว&lt;br /&gt;"ก็ได้ค่ะ"&lt;br /&gt;เธอทำให้เขายิ้ม&lt;br /&gt;"ขอบคุณ"&lt;br /&gt;"ขอบคุณอะไรคะ"&lt;br /&gt;"ขอบคุณที่ยอมไปทานข้าวกับผม"เขามองเข้าไปในดวงตาเธออย่างลึกซึ้ง และทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ &lt;br /&gt;"ขอบคุณอะไรกันคะ แค่ทานข้าวแถวนี้ .." &lt;br /&gt;"ก็นั่นแหละ.."เขายิ้มน่ามอง แต่ทำให้เธอนึกรำคาญ&lt;br /&gt;แต่สิรินและมาร์คก็เข้ามานั่งในร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวๆ นั้น เป็นร้านเล็กๆ ที่มีบรรยากาศดีพอสมควร และเย็นสบายดีด้วยติดเครื่องปรับอากาศ&lt;br /&gt;"ที่นี่ข้าวคลุกกะปิอร่อย"เธอบอก&lt;br /&gt;"งั้นผมเอา"เธอหัวเราะ แล้วสั่งข้าวคลุกกะปิสองที่&lt;br /&gt;"ผมคงต้องทานอาหารไทยตุนไว้เยอะๆ "เขาว่า&lt;br /&gt;"คุณทำอาหารเป็นคงไม่เดือดร้อนหรอกค่ะ"&lt;br /&gt;"ทำเป็นแต่บางทีมันก็ไม่อร่อยยิ่งทำทานคนเดียว ยิ่งไม่อร่อย"&lt;br /&gt;เธอนึกหมั่นไส้ ว่าเขาจะไปเรียนต่อหรือจะไปเป็นพ่อครัวกันแน่ &lt;br /&gt;"คุณทำอาหารเป็นไหมริน"เขาถามพลางยิ้มละไมทำให้เธอหัวเราะเบาๆ  &lt;br /&gt;"ฉันเป็นลูกชาวบ้านนะคะ"&lt;br /&gt;"ผมเห็นคุณทำงานเก่ง ผู้หญิงเก่งมักไม่ค่อยเป็นงานบ้าน แต่สมัยนี้ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่างเหมือนนางเอกหนังไทยหรอก แต่งงานแล้วมีอะไรๆ  ต้องช่วยๆกันทำ เพราะผู้ชายสมัยนี้ก็ไม่เหมือนผู้ชายสมัยก่อน.."เขาโมเมไปกันใหญ่ &lt;br /&gt;"ฉันว่า.. เรื่องแบบนี้คุณน่าจะพูดกับคนอื่นมากกว่า" สิรินรู้สึกอึดอัด &lt;br /&gt;"ทำไมหรือริน"มาร์คตีหน้าซื่อ&lt;br /&gt;"ผมจะพูดกับคนอื่นทำไม เรื่องแบบนี้ผมต้องพูดกับคน ที่ผมอยากแต่งด้วยสิ"&lt;br /&gt;คราวนี้เธอมองหน้าเขาด้วยสีหน้าหงุดหงิด เธอหงุดหงิดเสียจนอยากจะเสียมารยาทลุกจากโต๊ะแล้วเดินจากเขาไปเสีย .. และยิ่งหงุดหงิดเมื่อคิดถึงแม่.. &lt;br /&gt;"เป็นอะไรไปหรือริน"เสียงเขาอ่อนโยนน่าฟัง และมันทำให้เธออ่อนลง &lt;br /&gt;"ฉันเพียงแต่ .. ไม่อยากให้คุณพูดอะไรแบบนี้กับฉัน"&lt;br /&gt;"ทำไม?"เขาถามด้วยเสียงและด้วยดวงตาที่มีเครื่องหมายคำถามอันใหญ่อยู่ในนั้น ซึ่งเมื่อสิรินมองเห็นมัน เธอต้องหลบตาเขา&lt;br /&gt;"ฉันคิดว่า ฉันไม่ใช่คนที่คุณจะคิดอะไรๆ แบบนั้น"&lt;br /&gt;"ทำไมล่ะฮะ" คราวนี้เครื่องหมายคำถามเปลี่ยนเป็นอันใหญ่กว่าเดิมเสียอีกสิรินถอนใจ&lt;br /&gt;"ก็เพราะฉันไม่ได้คิดแบบนั้นกับคุณน่ะสิ .." เธอบอกเขาออกไปได้แล้วเธอก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาร์คแบะปากน่าขัน&lt;br /&gt;"ไม่คิดก็เริ่มคิดได้แล้ว"เขาบอกอย่างหน้าตาเฉย และทำให้เธอหัวเราะออกมา ผู้ชายคนนี้เป็นคนเดียวกับคนที่คว้ามือเธอวิ่งพล่านไปทั่วสนามหลวงในค่ำคืนอันเลวร้าย เป็นคนเดียวกับที่นั่งลงร้องไห้กับเธอ บัดนี้เขาดูแจ่มใส มีความหวังพราวอยู่ในดวงตาที่เคยโศก &lt;br /&gt;"ทานเถอะค่ะ"เธอบอกเขาเมื่อพนักงานนำอาหารมา เสิร์ฟ&lt;br /&gt;"อิ่มแล้วจะได้แยกย้าย"&lt;br /&gt;"คุณเป็นผู้หญิงที่ไม่โรแมนติกเลย"เขาบ่น&lt;br /&gt;"กับคนที่ฉันรัก ฉันอาจโรแมนติกมากก็ได้"เธอยิ้ม รู้สึกพอใจที่ได้บอกเป็นนัยกับเขาว่าเธอไม่ได้คิดอะไรกับเขาเลย&lt;br /&gt;แต่..เขากลับยิ้มละไม&lt;br /&gt;"ผมจะรอนะริน"&lt;br /&gt;สิรินแอบถอนใจ..เฮ้อ..เป็นงั้นไป .. ฉันก็จะรอ รออีกสองเดือนที่ผู้ชายคนนี้จะเรียนจบ แล้วบินจากไป .. เธอภาวนาขอให้เขาพบผู้หญิงสักคนที่เขาจะรัก และเป็นผู้หญิงที่รักเขา .. เธออยากให้เขามีความสุข ..&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8688413871670125189-5707731386117537643?l=sirinrose.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirinrose.blogspot.com/feeds/5707731386117537643/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8688413871670125189&amp;postID=5707731386117537643&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/5707731386117537643'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/5707731386117537643'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirinrose.blogspot.com/2009/05/38.html' title='ตอนที่ 38'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8688413871670125189.post-4251837695857598442</id><published>2009-05-19T23:22:00.001-07:00</published><updated>2009-10-24T01:34:47.037-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ตอนที่ 37'/><title type='text'>ตอนที่ 37</title><content type='html'>งานแต่งงานของณัฐกับจั่นจัดขึ้นในโรงแรมหรูหรา มีแขกเหรื่อหลายวงการพากันไปชุมนุมกันอย่างพร้อมพรั่ง &lt;br /&gt;"เสียดายจังที่แก้วมาไม่ได้"เพื่อนคนหนึ่งของเจ้าสาวบ่นถึงสร้อยแก้ว &lt;br /&gt;"แต่น้องสาวเค้ามานะ เมื่อกี้เห็นอยู่แว๊บๆ "คนพูดหมายถึงสิริน &lt;br /&gt;ณัฐและจั่นไปเชิญสิรินถึงที่ทำงาน และวันงานหมอจุ่นก็เป็นคนไปรับเธอ แถมเขายังดูแลเธออยู่แทบตลอดเวลา &lt;br /&gt;"เออ..แล้วพี่หมอกับแก้ว.."&lt;br /&gt;หัวข้อสนทนาของเพื่อนๆ ทำให้เจ้าสาวไม่สบายใจนัก เธอส่งการ์ดไปให้สร้อยแก้ว แต่ฝ่ายนั้นก็ได้แต่ส่งของขวัญพร้อมการ์ดอวยพรมาให้ &lt;br /&gt;"เห็นแทคแคร์น้องรินดิบดี.."คนวิจารณ์ทำท่ากังขา &lt;br /&gt;"ไม่ใช่อย่างที่เธอคิดหรอกน่ะ"จั่นดุเอาเบาๆ  &lt;br /&gt;..เธอรู้ดีว่าพี่ชายไม่ใช่คนแบบนั้น อีกอย่างเธอเคยเห็นสิรินเดินอยู่กับเพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง &lt;br /&gt;หมอจุ่นแค่ดูแลน้องสาวของสร้อยแก้วเท่านั้นเอง เพราะงานทั้งงาน สิรินรู้จักใครอยู่ไม่กี่คน แต่เธอก็เต็มใจที่จะมา &lt;br /&gt;"พี่หมอจะทักทายใครก็เชิญตามสบายนะคะรินดูแลตัวเองได้"&lt;br /&gt;สิรินบอกด้วยความเกรงใจ &lt;br /&gt;"พี่เองก็ไม่ค่อยรู้จักใครเหมือนกันแหละหนูริน"เขายิ้มพลางเดินไปเขยิบเก้าอี้ให้เธอนั่ง &lt;br /&gt;"ขอบคุณค่ะ" &lt;br /&gt;หมอจุ่นอ้อมมานั่งเก้าอี้ตัวตรงกันข้าม &lt;br /&gt;"เสียดายนะที่แก้วไม่มา"เขาเปรย พลางมองไปทั่วงาน..เขาคิดว่าเขาพอเข้าใจว่าสร้อยแก้วไม่มาเพราะอะไร สร้อยแก้วรังเกียจพ่อของเจ้าภาพ .. และเธอคงไม่อยากมาพบเจอพ่อแม่ของเขาด้วย .. เธอคงพอรู้ว่าท่านคิดอย่างไรกับเธอ &lt;br /&gt;"ถ้ามาคงลำบากนะคะพี่หมอ คนเยอะมากคนขาดีๆยังเดินชนกัน" &lt;br /&gt;สิรินว่าไปเสียอีกทาง &lt;br /&gt;"ความจริงงานนี้มันน่าจะเป็นงานของพี่กับแก้วนะ" &lt;br /&gt;คราวนี้สิรินมองหน้าเขา พบความเศร้าในดวงตาใต้แว่นใสนั้น &lt;br /&gt;"แหม.. น้องแต่งก่อนพี่มีถมไปค่ะ" &lt;br /&gt;"รินช่วยพูดกับพี่สาวรินหน่อยได้ไหม" &lt;br /&gt;"พูดอะไรหรือคะ?" &lt;br /&gt;"พูดให้แก้วยอมแต่งกับพี่" &lt;br /&gt;โถ.. พี่หมอ.. พี่แก้ว .. &lt;br /&gt;"พี่อยากดูแลพี่สาวของรินตลอดไป" &lt;br /&gt;"พี่หมอคะ" สิรินรู้สึกน้ำตาเรื้อ .. สงสารเขา สงสารพี่สาว เธอเห็นความรักของคนคู่นี้มานาน ความรัก…มันช่างมีอานุภาพทะลุทะลวงข้ามผ่านได้ทั้งสิ้นทีเดียว &lt;br /&gt;ผู้ชายคนนี้รู้ดีที่สุดว่าพี่สาวของเธอไม่สามารถให้ความสุขทางเพศแก่เขาได้เนื่องด้วยความพิการ แต่เขายังยืนยันที่จะรัก…และเช่นกันในกรณีของเธอ ความรักไม่สนใจเลยว่าเธอเป็นผู้หญิง และอีกฝ่ายก็เป็นผู้หญิง ..&lt;br /&gt;"นะริน"หมอจุ่นเว้าวอน เฮ้อ..เธอจะช่วยเขาอย่างไรได้ เธอเองยังมองไม่เห็นหนทางที่จะทำให้สร้อยแก้วยอมแต่งงานกับเขา เพราะถ้าเป็นเธอ.. เธอก็คง..คงทำอย่างที่สร้อยแก้วทำ &lt;br /&gt;.. ผู้ชายคนนี้สมควรเป็นสามีที่ดี เป็นพ่อที่ดีสำหรับลูกๆ  .. สร้อยแก้วไม่มีวันจะให้ครอบครัวที่สมบูรณ์แก่เขาได้ &lt;br /&gt;"รินชักหิวๆ  .."เธอหาทางออก &lt;br /&gt;"ไปสิหนูรินจะทานอะไรเดี๋ยวพี่ตักให้" &lt;br /&gt;"แหมไม่ต้องหรอกค่ะพี่หมอรินไปเลือกตักเองดีกว่า" &lt;br /&gt;สิรินมองดูเขา.. ผู้ชายน่ารักที่ปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเป็นพี่เขยของเธอ เขาคงน้อยใจเพราะบางทีงานนี้อาจเป็นงานของเขาเอง...แต่โชคชะตาช่างไม่เข้าข้างเขาและสร้อยแก้วเสียเลย &lt;br /&gt;"รินสงสารพี่หมอจังค่ะ" สิรินระบายความรู้สึกของเธอแก่จารึกเมื่อนั่งทานอาหารด้วยกันในร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่งแถวๆ สยามสแควร์ &lt;br /&gt;"เฮ้อ.. หมู่นี้ไม่รู้เป็นไงนะคะริน ทำไมมีแต่เรื่องเศร้าๆ  แบบนี้ .. นี่ยายทิพย์ก็เพิ่งถูกจับขึ้นเครื่องบินไปอังกฤษเมื่อสองวันนี้เอง" &lt;br /&gt;"คนที่คุณเคยบอกว่ามีแฟนเป็นหมอน่ะหรือคะ?" สิรินสนใจ &lt;br /&gt;"ค่ะ… ถ้าคุณเป็นผู้วิเศษณ์ คุณจะทำให้คู่รักทุกคู่สมหวัง" &lt;br /&gt;คราวนี้สิรินหัวเราะเบาๆ  ..ดูสิ บางทีเหมือนจารึกมีเด็กหญิงคนหนึ่งแอบอยู่ในตัว .. &lt;br /&gt;"แล้วผู้วิเศษณ์ก็คงจะเหนื่อยมาก" &lt;br /&gt;"จริงๆ นะคะ .. คุณรู้สึกโกรธอะไรก็ไม่รู้"&lt;br /&gt;สิรินก็รู้สึกคล้ายๆ อย่างนั้นเหมือนกัน.. แต่เธอก็ขันคนรัก.. &lt;br /&gt;"อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดค่ะ"เธอคีบกุ้งเทมปุระให้ &lt;br /&gt;จารึกยิ้มให้.. อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด .. แต่หล่อนขอภาวนา อย่าให้เรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นระหว่างความรักของตนและสิรินเลย .. &lt;br /&gt;"งานรินเป็นไงบ้างคะ?" &lt;br /&gt;"เหนื่อยเหมือนเดิม"สิรินบอกพลางหัวเราะพลาง &lt;br /&gt;"ทำให้น้อยลงบ้างก็ได้นี่คะ ถ้าเสื้อยี่ห้อจารินไปได้สวย รินน่าลาออกจากร้านดาวนะคะ" &lt;br /&gt;"รอซักพักเถอะนะคะ ยังไงร้านดาวก็ให้อะไรรินเยอะมากเหนื่อยหน่อยไม่เป็นไรหรอกค่ะ รินยังเหนื่อยได้อีกนาน อายุยังไม่มาก" &lt;br /&gt;"แหม.." &lt;br /&gt;"รินไม่ได้ว่าคุณนะคะ"สิรินหัวเราะ&lt;br /&gt;"ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ"หล่อนพลอยหัวเราะไปด้วย &lt;br /&gt;"แต่มีข่าวดีเรื่องหนึ่งค่ะ"จารึกบอกอย่างอารมณ์ดี ได้หัวเราะออกมาบ้างอารมณ์ก็ดีขึ้น &lt;br /&gt;"เรื่องดีของริยา" &lt;br /&gt;คราวนี้สิรินนึกเดาว่าน้องสาวมีแฟนสาวคนใหม่&lt;br /&gt;"ริยาโชคดีนะคะ อกหักไม่นาน" &lt;br /&gt;"คนนี้สวยไหมคะ?" สิรินยิ้ม &lt;br /&gt;"หน้าตาดีค่ะ .. เป็นเจ้าของร้านเบเกอรี่" &lt;br /&gt;สิรินนึกเบาใจไปเรื่องหนึ่ง .. การที่น้องสาวอกหัก พี่สาวมีความรักที่น่าเศร้า .. บรรยากาศในบ้านของเธอคงหมองไม่น้อย เอ..เธอน่าจะหาเวลากลับบ้านบ้าง น่าจะลางานบ้าง…อย่างน้อยการที่เธอกลับบ้านวันสองวัน บ้านคงมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อยแหละน่า &lt;br /&gt;หลายวันต่อมาสิรินก็หิ้วกระเป๋าขึ้นเครื่องบินกลับบ้าน พ่อแม่และพี่น้องของเธอต่างดีใจที่ได้พบหน้า สิรินพบว่าบอดี้การ์ดของพี่สาวยังคงทำหน้าที่ของพวกเขาอย่างดีดังเดิม แต่สนิทสนมกลมเกลียวเหมือนญาติไปเสียแล้ว เพราะพวกเขากินอยู่หลับนอนนั่งดูทีวีในบ้านของเธอ เวลาสร้อยแก้วจะไปไหน พวกเขาก็อาสาขับรถไปส่ง &lt;br /&gt;สิรินนึกถึงเงินจำนวนมากที่ผู้จ้างคนพวกนี้จะต้องจ่าย.. ว่ากันว่าเงินเดือนของพวกบอดี้การ์ดแต่ละคนไม่ใช่น้อยทีเดียว ..สิรินรู้จากแม่ว่าพวกเขาสอนพ่อ สิริยากับสร้อยแก้วยิงปืนด้วย…&lt;br /&gt;"ดีเหมือนกันนะคะ"สิรินพยักหน้าไปมา &lt;br /&gt;"ทำไมแม่ไม่เรียนด้วยล่ะคะ" &lt;br /&gt;"ไม่ล่ะ..แม่กลัว" &lt;br /&gt;"เห็นหมอจุ่นว่าคราวหน้าจะลองมาเรียนดู.. พูดถึงคนนี้แล้วแม่ว่าเขาคงไม่ไปไหนแล้วละริน เทียวไปเทียวมาจนคนแถวบ้านรู้จักมักจี่กันทั่ว เฮ้อ.. จะตกจะแต่งกันยังไงในเมื่อคนของเราเป็นแบบนี้.. คราวนี้พ่อกับแม่ก็เหลือแต่แกแล้วล่ะริน" &lt;br /&gt;"เหลือแต่รินยังไงคะ?"สิรินรู้สึกงงๆ  &lt;br /&gt;"ก็เหลือแต่แกคนเดียวที่แม่จะได้เห็นแกแต่งงานมีเหย้ามีเรือนสืบเชื้อตระกูลต่อไปยังไงล่ะ" &lt;br /&gt;"แหมแม่.."สิรินรู้สึกใจหาย &lt;br /&gt;แต่…แต่จะให้คนเป็นพ่อเป็นแม่หวังอะไรล่ะ พอลูกๆ ย่างเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ พ่อแม่ก็มีแต่แก่เฒ่าลงไป ต่างล้วนหวังจะได้เห็นลูกแต่งงานมีฝั่งมีฝา จากนั้นก็เฝ้าคอยเวลาที่จะได้อุ้มหลาน…ก็เท่านั้นเองเป็นเรื่องธรรมดาๆ  &lt;br /&gt;แต่เรื่องธรรมดาแสนธรรมดานี้ทำให้สิรินรู้สึกกดดันอย่างมาก …เหลือเธอคนเดียวจริงๆ เพราะสิริยาก็เป็นทอม พ่อแม่จะหวังเรื่องนี้กับสิริยาอย่างไรได้..&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8688413871670125189-4251837695857598442?l=sirinrose.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirinrose.blogspot.com/feeds/4251837695857598442/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8688413871670125189&amp;postID=4251837695857598442&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/4251837695857598442'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/4251837695857598442'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirinrose.blogspot.com/2009/05/37.html' title='ตอนที่ 37'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8688413871670125189.post-8887181389578094283</id><published>2009-05-19T23:21:00.000-07:00</published><updated>2009-10-24T01:35:00.290-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ตอนที่ 36'/><title type='text'>ตอนที่ 36</title><content type='html'>สิรินไม่ได้ยุ่งอยู่กับงาน เธอกำลังยุ่งอยู่กับการช่วยมาร์คเลือกของขวัญวันเกิดให้กับแม่ของเขา...ตอนนี้มาร์คเป็นพระเอกหน้าใหม่ที่เริ่มมีคนรู้จักบ้างแล้ว ผู้คนในห้างสรรพสินค้ามองเธอเหมือนเธอเป็น "คู่รัก"ของเขา &lt;br /&gt;"ฉันคิดผิดหรือเปล่าที่มากับคุณ" เธอบ่นออกมาอย่างหงุดหงิด .. เธอรู้สึกผิดนิดหน่อยด้วย &lt;br /&gt;"คิดไม่ผิดหรอก" เขาบอกพลางยิ้มละไม &lt;br /&gt;"ถ้าผมเป็นคนอื่นอาจผิด" &lt;br /&gt;เธออดจะยิ้มไม่ได้ เขาช่างขยันเข้าข้างตัวเองเหมือนเด็กชายเล็กๆที่ฉลาดในการตอบโต้เพระสามารถลดเลี้ยวไปได้เรื่อยๆ แต่..เธอรู้สึกว่าเขาน่ารัก ถ้าเธอมีน้องชาย เธออยากได้น้องชายที่มีนิสัยแบบเขา &lt;br /&gt;"ฉันไม่ชอบให้คนมองฉันยิ้มๆแบบนี้เลย"เธอบอก เขายักไหล่ &lt;br /&gt;"คงเป็นอย่างนี้อีกพักเดียวแหละคุณ ผมไม่คิดจะเอาจริงเอาจังกับงานละครหรอก ปีหน้าคนก็ลืมแล้ว ดาวดวงใหม่เกิดขึ้น ทุกวันคุณเคยได้ยินไหม"&lt;br /&gt;เธอคิดว่า ไม่เห็นจะเกี่ยวกับเธอตรงไหนสักนิด&lt;br /&gt;"ผ้าคลุมไหล่คงดีนะคะ" เธอมองเห็นผ้าคลุมไหล่ผืนหนึ่งพิมพ์ลายไทยโทนสีน้ำตาลอ่อน เธอเดินตรงเข้าไปจับเนื้อผ้า.. เนื้อไม่หนามาก แต่ก็ไม่บางจนเกินไป แถมยังมีเนื้อนุ่มดี &lt;br /&gt;"สวยดีนะ" &lt;br /&gt;เธอพลิกดูป้ายราคา &lt;br /&gt;"โอ้โห.."สิรินทำตาโต เขามองแล้วยิ้มละไม &lt;br /&gt;"เท่าไหร่ฮะ แพงหรือริน?" เขาเรียกเธอแสนสนิทสนม แต่กระนั้นสิรินก็ไม่ชินเสียที ไม่ชินเหมือนที่พี่แจ้เรียก ไม่ชินเหมือนเพื่อนร่วมงานหรือผู้ชายทุกคนที่เธอรู้จักเรียก &lt;br /&gt;"ค่ะ.. ตั้งแปดพัน" &lt;br /&gt;"แต่แม่คงชอบ"เขาลูบผ้าผืนนั้นไปมา &lt;br /&gt;"นุ่มดี..ตกลงเอาผืนนี้นะฮะ" &lt;br /&gt;ถ้า.. ถ้าเป็นคนอื่น เป็นเพื่อน หรือเป็นจารึก สิรินคงห้าม ..เธอคิดว่าเธอสามารถหาผ้าแบบนี้ได้ เอามาตัดเป็นผืนสี่เหลี่ยม แล้วทำชายให้สวย ผ้าพันคอแบบนี้เธอทำให้แม่ และทำให้จารึกหลายผืนแล้ว แต่นี่เป็นมาร์ค…ถ้าเธอขันอาสา เขาคงยิ่งเข้าข้างตัวเองมากกว่านี้ เธอปล่อยให้เขาซื้อ แล้วรอให้พนักงานนำไปห่อของขวัญ.. &lt;br /&gt;"ขอบคุณนะริน" &lt;br /&gt;"คะ?.." &lt;br /&gt;"ขอบคุณที่เลือกของขวัญให้แม่ ถ้าแม่รู้ว่าคุณเป็นคนเลือกให้ แม่คงดีใจนะฮะ .." &lt;br /&gt;"แหม.. ฉันก็แค่คนเลือก ไม่ใช่คนจ่ายเงินซักหน่อย" &lt;br /&gt;"แค่เลือกก็เกินพอแล้วล่ะริน" &lt;br /&gt;คราวนี้เธอหันหน้าไปมองเขา ใบหน้าเขายิ้มกริ่มน่ามอง .. อย่างน้อยมันก็น่ามองกว่าเดิม ตอนที่เขาทำหน้าเศร้าทำตาเศร้าตลอดเวลา .. เขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี .. เวลาอารมณ์ดีมีแววขี้เล่น &lt;br /&gt;"ฉันไม่รู้ว่าคุณหมายความว่าไง.."เธอบอกแล้วเดินไปดูเสื้อผ้าเสียอีกด้านหนึ่งของร้าน เธอไม่อยากรู้ด้วยว่าเขาหมายความว่าอย่างไร &lt;br /&gt;"คุณนี่ขี้หงุดหงิดจังเลย.. ขี้หงุดหงิดอย่างนี้ต้องไปทานอะไรเย็นๆ เดี๋ยวไปทานข้าว แล้วหาไอศรีมอร่อยๆทานกันนะฮะ"เขาตามมาโมเม &lt;br /&gt;"อืม…ฉันว่า .." เธอไตร่ตรอง.. &lt;br /&gt;"ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันมีธุระกับพี่จ้อย กะว่าจะไปทานกับพี่จ้อยจะได้คุยธุระกับแกด้วย" &lt;br /&gt;"ธุระอะไรกันป่านนี้" เขาบ่น เธอมองเขาอีกครั้ง มาร์คช่างโมเมจริงๆเขาทำราวกับว่าเธอตกร่องปล่องชิ้นยอมเป็นแฟนกับเขาแล้วอย่างนั้นแหละ.. &lt;br /&gt;"นี่คุณ.."เธอชักหงุดหงิดขึ้นมาอีก &lt;br /&gt;เขายักไหล่ &lt;br /&gt;"โอเค.."&lt;br /&gt;เขาทำเหมือนเขาอนุญาตเธอ สิรินได้แต่ถอนใจ หมั่นไส้จนขำแต่ป่วยการจะต่อล้อต่อคำกับเขา เพราะมาร์คสามารถเลี้ยวลดไปได้เรื่อยๆ  &lt;br /&gt;ความจริงเธอยกจ้อยมาเป็นข้ออ้างเท่านั้น .. ค่ำแล้ว เธอไม่อยากต้องอยู่กับเขาให้ยืดยาวไปอีก แค่นี้เธอก็รู้สึกผิดมากพออยู่แล้ว &lt;br /&gt;"ดูแลตัวเองนะริน" เขาบอกก่อนจากกันที่โรงรถในห้างสรรพสินค้า เธอได้แต่ยิ้มเล็กน้อยเท่านั้น.. &lt;br /&gt;สิรินคิดถึงจารึก .. ถ้าจารึกรู้.. หล่อนคงเสียใจ… สิรินขับรถไปคิดไปว่าเธอจะทำอย่างไรกับมาร์คดี .. และกับจารึกล่ะ เธอกับจารึกจะดำเนินชีวิตอย่างไรต่อไป     จะเริ่มต้น "อยู่ด้วยกัน" อย่างไร &lt;br /&gt;สิรินมีแผนการที่จะทำการตลาดให้ดี แล้วจึงจะเดินทางไปเรียนต่อ แล้วต่อจากนั้น.. คงถึงเวลาที่เธอจะต้องเริ่มคิดถึงการอยู่กับจารึกอย่างเป็นเรื่องเป็นราว   ยิ่งฝ่ายนั้นอายุมากขึ้น ก็คงต้องการความมั่นคงแน่นอนมากขึ้น &lt;br /&gt; "คุณอา..คุณอาเห็นพี่กุ้งไหมคะ?"พิมพ์ทิพย์กระวนกระวายถามเมื่อเวลาผ่านไปจนดึกดื่น &lt;br /&gt;"ทิพย์นัดหมอไว้หรือจ๊ะ" &lt;br /&gt;หลานสาวถอนใจพลางทำหน้าเศร้าสลด&lt;br /&gt;"เปล่าค่ะ แต่ทิพย์คิดว่าบางทีพี่กุ้งอาจจะ.." &lt;br /&gt;"ไหนว่าคุยกันแล้ว"จารึกยิ้มให้อย่างอ่อนโยน &lt;br /&gt;"ค่ะ..คุยกันแล้ว แต่ทิพย์ยังอยากเจอพี่กุ้งอีก ทิพย์คิดว่าเราน่าจะเจอกันคืนนี้..ทิพย์คิดว่าเรายังมีเวลา.."ว่าแล้วน้ำตาก็ไหลรินๆ ออกมาอย่างน่าสงสาร &lt;br /&gt;"ทิพย์"&lt;br /&gt;“คุณอา..คุณอาเคยรักใครไหมคะ?"แล้วหลานสาวก็สวมกอดหล่อนไว้เมื่อหล่อนเดินเข้าไปหา พิมพ์ทิพย์คงรู้สึก ว้าเหว่ เธอคงต้องใครสักคนให้เธอพักพิง &lt;br /&gt;"ทิพย์ต้องทนให้ได้นะจ๊ะ.. ต้องผ่านมันไปให้ได้.. อารู้ว่าหนูรู้สึกยังไง" &lt;br /&gt;"ทิพย์ทรมานเหลือเกิน" … &lt;br /&gt;"อาเข้าใจ.." &lt;br /&gt;"พี่กุ้งกับทิพย์จะจากกันแล้วจริงๆหรือคะ?"สาวน้อยคร่ำครวญเหมือนคนที่จวนเจียนจะขาดใจ &lt;br /&gt;"ทิพย์ต้องยอมรับความจริงนะจ๊ะ.." &lt;br /&gt;"ทิพย์รู้ค่ะ.. แต่มันทรมาน.." &lt;br /&gt;"ในโลกนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับคนอ่อนแอนะจ๊ะทิพย์ ในชีวิตของคนแต่ละคนจะมีอะไรๆ เข้ามาพิสูจน์ความเข้มแข็งของเราหลายอย่าง มันจะเข้ามาสอนให้เราอดทน" &lt;br /&gt;"คุณอา…" &lt;br /&gt;"เข้มแข็งเอาไว้ลูก"… &lt;br /&gt;เข้มแข็งเอาไว้..อย่ายอมแพ้ อย่าฟูมฟาย .. ตอนนี้หล่อนคิดถึงคุณอาวิลันดาจับใจ .. หล่อนเองก็มีแต่คุณอาคนเดียวเท่านั้นที่เข้าใจ..เฮ้อ..นี่ถ้าหล่อนไม่ใช่หญิงรักหญิง พิมพ์ทิพย์อาจหาคนที่เข้าใจไม่ได้ แล้วหัวใจดวงน้อยของเธอจะบอบช้ำยิ่งกว่านี้สักปานใด&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8688413871670125189-8887181389578094283?l=sirinrose.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirinrose.blogspot.com/feeds/8887181389578094283/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8688413871670125189&amp;postID=8887181389578094283&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/8887181389578094283'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/8887181389578094283'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirinrose.blogspot.com/2009/05/36.html' title='ตอนที่ 36'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8688413871670125189.post-5438109854578527881</id><published>2009-05-19T23:20:00.000-07:00</published><updated>2009-10-24T01:35:16.224-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ตอนที่ 35'/><title type='text'>ตอนที่ 35</title><content type='html'>ขณะเดียวกันนั้น จารึกกำลังปวดหัวกับหลานสาวที่นั่งอยู่เบื้องหน้าพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้า พ่อแม่ของเธอกำลังจัดการเดินเรื่องจะให้พิมพ์ทิพย์ไปเรียนที่วิทยาลัยในลอนดอน แต่เธอไม่ยอมอย่างเด็ดขาด..&lt;br /&gt;"คุณอา แม่ทิพย์โทรไปบอกทางโน้นว่าทิพย์     มีแฟนเป็นทอม"พิมพ์ทิพย์สะอึกสะอื้น.&lt;br /&gt;"แม่ประจานทิพย์ ประจานพี่กุ้ง ..แม่ไปว่าพี่กุ้งถึงโรงพยาบาล ทำให้พี่กุ้งอายมาก คุณอาขา..ทิพย์ไม่อยากไปอังกฤษ ทิพย์ไม่อยากอยู่บ้าน ..ทิพย์อยู่กับคุณอานะคะ คุณอาให้ทิพย์อยู่ด้วยนะคะ ช่วยทิพย์ด้วย.."&lt;br /&gt;พิมพ์ทิพย์ทะเลาะกับพ่อแม่ เก็บข้าวของขับรถออกจากบ้านมาโดยไม่บอกใครว่าจะไปไหน &lt;br /&gt;“ป่านนี้พี่กุ้งของทิพย์มิแย่ไปแล้วหรือ?”…ก็ถ้าทางโน้นออกตามลูกสาว จุดแรกคงต้องมุ่งไปที่หมอกรรณิการ์ร์หรือพี่กุ้งของพิมพ์ทิพย์นั่นแหละ &lt;br /&gt;หลานสาวเบิกตากว้าง… จริงสิ… &lt;br /&gt;“ทิพย์ทำให้พี่กุ้งเดือดร้อนอีกแล้ว” ว่าแล้วเธอก็ร้องไห้อีก คิดภาพไปสารพัดสารเพ เดี๋ยวนี้หมอกรรณิการ์กลายเป็นคนดังไปแล้ว แต่ดังในทางที่ไม่ดี เพราะมายุ่งเกี่ยวกับเธอเข้า &lt;br /&gt;ถึงไม่ผิด ไม่เป็นคดีความอย่างการพรากผู้เยาว์ หรือผิดที่ไปทำลูกสาวใครเขาท้อง เพราะต่างเป็นผู้หญิงเหมือนกัน แต่พ่อแม่ของพิมพ์ทิพย์ก็ทำให้หมอกรรณิการ์ดูมีความผิดมากอยู่ดี ผิด.. ที่เป็นทอม ผิดที่มายุ่งเกี่ยวกับเธอ … ผิดที่พวกท่านไม่ยอมรับ มิหนำซ้ำยังรังเกียจกันอย่างรุนแรงเสียด้วย &lt;br /&gt;พ่อแม่ของเธอทำให้คนที่เธอรักเดือดร้อนทำตัวลำบากและเป็นที่เพ่งเล็ง โดนติฉินนินทา… &lt;br /&gt;“เอาเถอะทิพย์ จะอยู่ก็อยู่อาไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ แต่อาว่า เราน่าจะไปดูหมอก่อนดีกว่า” &lt;br /&gt;หลานสาวมองผู้เป็นอาอย่างไม่อยากเชื่อว่าท่านจะห่วงคนรักของเธอ เธอคิดว่าท่านคงตำหนิเธอบ้างในเรื่องนี้ แต่ท่านก็จะให้เธออยู่ด้วย เพราะอาจารึกคนนี้แม้นจะเข้มงวด แต่ก็เข้าใจเธอดีกว่าพ่อแม่ เธอหวังแค่ว่าท่านจะไม่ประจานเธอเท่านั้น … &lt;br /&gt;จารึกลุกขึ้นยืน… &lt;br /&gt;“คุณอาจะ…จะไปไหนคะ?” &lt;br /&gt;“จะไปโรงพยาบาล” &lt;br /&gt;หล่อนไม่เคยรู้จักมักคุ้นกับหมอสาวคนนี้มาก่อน เคยพบกันหนเดียว ตอนที่มารดาล้มในห้องน้ำ หัวแตกหมดสติ หมอคนนี้ดูแลท่านจนปลอดภัยดี … พิมพ์ทิพย์เองก็คงรู้จักกับหมอกรรณิการ์ตอนนั้นเอง เพราะเธออาสาเฝ้าคุณย่าในคืนนั้น .. &lt;br /&gt;“คุณอา ให้ทิพย์ไปด้วยนะคะ” สายตาหลานสาววิงวอน จารึกพยักหน้า แล้วสองอาหลานก็ออกไปที่รถด้วยกัน &lt;br /&gt;“ทิพย์สัญญากับอาก่อนนะคะ ถ้าพบพ่อกับแม่ที่นั่น ทิพย์ต้องใจเย็นๆ อย่าร้องไห้โวยวาย” &lt;br /&gt;จารึกเอ่ยแก่หลานสาวเมื่อเข้ามานั่งในรถด้วยกันแล้ว &lt;br /&gt;“ทิพย์จะพยายามค่ะคุณอา” &lt;br /&gt;จารึกมุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาล &lt;br /&gt;ที่นั่นหล่อนได้พบผู้คนมุงกันอยู่หน้าห้องตรวจ .. &lt;br /&gt;เสียงฮือฮาวิพากวิจารณ์แทรกเสียงบริภาษด่าทอประจานหมอกรรณิการ์ว่าวิปริตผิดปรกติ ..&lt;br /&gt;เสียงนั้นมาจากแม่ของพิมพ์ทิพย์นั่นเอง จารึกยืนตะลึงนิ่ง มองพี่สะใภ้อย่างแปลกใจ ด้วยไม่คิดมาก่อนเลยว่า ในยามโกรธผู้หญิงคนนี้จะเอ่ยถ้อยคำได้หยาบคายรุนแรงถึงเพียงนี้ …ผู้หญิงคนนี้ในวันนี้เหมือนคนแปลกหน้าที่จารึกไม่เคยรู้จักมาก่อนอย่างนั้นแหละ… &lt;br /&gt;“พี่ศาล”จารึกแหวกฝูงคนเข้าไปหาพี่ชายที่ยืนอยู่ข้างภรรยา &lt;br /&gt;“ยายจา” &lt;br /&gt;“หายายทิพย์หรือคะ ยายทิพย์ไปหาจาค่ะ ทำไมถึงมาด่าว่าหมอกรรณิการ์เธออย่างนี้ล่ะคะ” &lt;br /&gt;พี่สะใภ้หันขวับมาดูจารึก และแลเห็นลูกสาวแอบอยู่ข้างหลังจารึกนั่นเอง &lt;br /&gt;“นังทิพย์”สายตาของผู้เป็นแม่นั้นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อลูกสาวเสียให้สมแค้น แต่พิมพ์ทิพย์เหลืออด เธอลืมสัญญาที่ให้ไว้กับผู้เป็นอาเสียสิ้น เธอตรงเข้าไปกอดหมอกรรณิการ์ไว้แน่น &lt;br /&gt;“พี่กุ้ง” &lt;br /&gt;“ทิพย์ คุณพ่อคุณแม่เป็นห่วงทิพย์มากรู้ไหม?” เสียงนุ่มนั้นเอ่ยอย่างสุภาพมือที่ลูบไหล่อันบอบบางของพิมพ์ทิพย์นั้น  ดูอ่อนโยนไปด้วยความรักและห่วงใย..ใครไม่เข้าใจก็ช่าง แต่จารึกเข้าใจ..เข้าใจว่าคนคู่นี้รักกัน &lt;br /&gt;บรรดาไทยมุงทั้งหลายที่ดูเหตุการณ์มาตลอดก็รู้เห็นว่า หมอกรรณิการ์ไม่ได้โต้เถียงพ่อแม่ของสาวคนนี้เลยสักคำ &lt;br /&gt;“ยายทิพย์” แม่ตรงเข้าไปกระชากแขนลูกสาวออกมาอย่างรุนแรงด้วยความโมโห &lt;br /&gt;“แกจะยั่วฉันหรือไงอีลูกไม่รักดี ผู้หญิงคนนี้มันมีดีอะไร แกถึงได้หลงไหลมันนักหนา แกไม่อายเขาหรือไงที่แกมีแฟนเป็นทอมแบบนี้ ฉันไม่มีวันยอมหรอกจะบอกให้ ตราบใดที่แกยังเป็นลูกฉัน ฉันไม่ยอมให้แกเป็นแบบนี้” &lt;br /&gt;แม่ยังตบตีเธออีกด้วย … หมอกรรณิการ์ถลาเข้าไปหมายจะปกป้องคนรัก แต่พ่อของพิมพ์ทิพย์กันเธอเอาไว้ &lt;br /&gt;“อย่ายุ่ง!!!” เขาตวาด &lt;br /&gt;“อย่าทำอะไรทิพย์เลยค่ะคุณลุงคุณป้า” &lt;br /&gt;“อย่ามาเรียกฉันว่าลุง ฉันไม่ได้เป็นญาติข้างไหนของแก” &lt;br /&gt;“พี่ศาล” จารึกร้องเตือน &lt;br /&gt;“ไปค่ะไป.. กลับกันเถอะ” หล่อนจัดแจงต้อนพี่สะใภ้และหลานสาวกับพี่ชายให้เดินออกมา &lt;br /&gt;พิมพ์ทิพย์ร้องห่มร้องไห้ราวกับว่าโลกกำลังจะสลายไปต่อหน้า เธอถูกหยิกถูกตีจากแม่ ราวกับเธอเป็นเด็ก แต่ถึงเป็นเด็ก พ่อแม่ก็ไม่ควรตีลูกอย่างระบายความแค้นอย่างนี้ ยิ่งเป็นการตีต่อหน้าผู้คนมากมายด้วยแล้วจิตใจของลูกยิ่งจะแย่หนัก&lt;br /&gt;พิมพ์ทิพย์ดิ้นรณขัดขืนสุดกำลัง เธอทั้งร้องไห้ และทั้งกรีดร้องสะอึกสะอื้น.. หมอกรรณิกาได้แต่มองด้วยความปวดร้าว แต่เธอไม่สามารถจะทำอย่างไรได้ &lt;br /&gt;พิมพ์ทิพย์รู้สึกว่าเธอไม่ได้เป็นลูกของผู้หญิงและผู้ชายคู่นี้เสียแล้ว หากแต่เธอได้กลายเป็นนักโทษของพวกเขาต่างหาก &lt;br /&gt;“ไปคุยกันที่บ้านจาก่อนนะคะ” จารึกบอกเบาๆเมื่อลากจูงกันไปจนถึงรถ พิมพ์ทิพย์ยังร้องไห้สะอึกสะอื้นขัดขืนอยู่ตลอดเวลา &lt;br /&gt;“จะดีหรือ? คนเยอะแยะ” พ่อพิมพ์ทิพย์ว่า &lt;br /&gt;“ไปบ้านวังสิงห์คำดีกว่า” &lt;br /&gt;“อย่าเลยค่ะพี่ศาล อย่าให้คุณแม่ร้อนใจดีกว่า” &lt;br /&gt;“งั้นพากลับลำพูนเลย ไม่มีอารมณ์จะคุย ขืนอยู่นานเดี๋ยวมันก็บ้าขึ้นมาอีก” เขาว่า &lt;br /&gt;“พี่ศาล .. นี่ลูกนะคะ” จารึกร้องครวญ ไม่ชอบเลยที่พี่ชายพูดกับลูกอย่างนี้ &lt;br /&gt;“ลูกไม่รักดีจะพูดดีด้วยยังไงคะ ดูเอาเถอะ มันรักดีเสียที่ไหน ทำเรื่องขายหน้าพ่อแม่ขนาดนี้ พี่กับพี่ศาลกลุ้มใจเพราะยายทิพย์จนอกจะแตกตายกันอยู่แล้วนะคะ”พี่สะใภ้พูดฉอดๆ  &lt;br /&gt;“น้องจาไม่มีลูก น้องจาไม่รู้หรอกค่ะ” &lt;br /&gt;จารึกรู้สึกว่ากำลังถูกลมบูดพัดกระแทกเอาซึ่งหน้า &lt;br /&gt;“คุณอาขา” หลานสาวร้องเรียกด้วยเสียงสะอื้น &lt;br /&gt;“ให้ทิพย์อยู่กับคุณอานะคะ นะคะคุณอา คุณอาบอกพ่อกับแม่สิคะ ให้ทิพย์อยู่กับคุณอา ทิพย์ไม่อยากกลับบ้าน” เธอเว้าวอน   น่าสงสาร &lt;br /&gt;“แกอย่าฝันไปเลยว่าฉันจะให้แกอยู่เชียงใหม่” พ่อของเธอหัวเราะหึๆ  อย่างเหี้ยมเกรียมแกมเย้นหยัน … จารึกหลับตาเสีย ไม่อยากเห็นภาพอย่างนี้ ไม่อยากได้ยินเสียงอย่างนี้ ไม่อยากให้มีอย่างนี้ในโลก &lt;br /&gt;“ไป กลับบ้าน จะคุยอะไรค่อยคุยกันวันหลัง” พี่ชายหิ้วแขนลูกสาวไปถึงรถแล้วเปิดประตูโยนใส่เบาะหลังโดยมีแม่นั่งคุมอยู่เหมือนผู้คุมนักโทษอย่างไรก็อย่างนั้น &lt;br /&gt;และตัวนักโทษเองก็ยังดิ้นรณขัดขืน ยังร้องเรียกหล่อน ยังวิงวอนด้วยความขมขื่นใจ .. พิมพ์ทิพย์ต้องการดิ้นรณไปสู่อิสระจารึกเดินไปที่รถบ้าง เมื่อรถของพี่ชายเคลื่อนออกไปแล้ว หล่อนเปิดประตูรถก้าวขึ้นไปนั่งด้วยจิตใจหดหู่เต็มทน &lt;br /&gt;หล่อนมีความรู้สึกว่ามันไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องนัก ที่พ่อแม่จะทำอย่างนี้ต่อลูกหลายที่มีจิตใจอย่างนี้ไม่ถูกต้องเลยที่จะประนามด่าว่าให้ได้อาย ไม่ถูกต้องที่จะกักขังหน่วงเหนี่ยวหรือควบคุมไว้&lt;br /&gt;จารึกรู้สึกกลัวเหลือเกินว่าหลานสาวจะหาทางออกด้วยวิธีโง่เขลา เช่นการฆ่าตัวตาย หนีออกจากบ้าน หรือ…กล่อมเกลาจิตวิญญาณอันว้าเหว่ของตนเองด้วยการเสพยาเสพติดที่มีระบาดมากมายในบ้านเมืองนี้ &lt;br /&gt; ที่ประตูโรงพยาบาล ขณะรถจอดรอเลี้ยวหน้าโรงพยาบาล .. จู่ๆ  โดยไม่มีใครทันคิดฝัน พิมพ์ทิพย์ก็เปิดประตูผลั่วะออกมา.. &lt;br /&gt;ร่างของเธอพุ่งออกจากรถอย่างรวดเร็ว กลิ้งไปกระแทกกระถางปูนขนาดใหญ่ที่ปลูกดอกไม้ประดับไว้ข้างประตูทางออกเสียงคนกรีดร้องอย่างตกใจที่ได้เห็นภาพนั้น … จารึกอ้าปากค้าง    แลเห็นใครต่อใครกรุ้มรุมเข้าหาร่างของเด็กสาววัยรุ่นที่นอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น… &lt;br /&gt;“ยายทิพย์” &lt;br /&gt;สองสามีภรรยารีบเปิดประตูรถวิ่งถลาเข้าหา จารึกเองก็วิ่งออกจารถด้วยความตระหนกตกใจเช่นกัน ..ตายจริง ทำไมนะ ทำไมสิ่งที่หล่อนคิดกลัวอยู่ในใจมันถึงเป็นจริงอย่างนี้..โธ่เอ๋ย &lt;br /&gt;“ยายทิพย์ลูกแม่” พี่สะใภ้ของหล่อนอุทานเสียงสั่น &lt;br /&gt;“ทำไมทำอย่างนี้ลูก” ผู้เป็นพ่อครวญพลางก้มลงช้อนตัวลูกสาวไว้ในวงแขน แล้วอุ้มขึ้น กึ่งวิ่งกึ่งเดิน      พาร่างที่อ่อนปวกเปียกอยู่ในอ้อมแขนนั้น เข้าไปในอาคารโรงพยาบาล &lt;br /&gt;เสียงคนฮือฮาตามหลังอย่างแปลกใจ ตกใจระคนตื่นเต้น .. แล้วเสียงถามไถ่กันก็กระจายอยู่ทั่วไป เกิดอะไรขึ้น? อ๋อ .. เด็กสาวกระโดดออกจากรถกะโหม่งกระถางปูน .. อ้าว เอ้อ.. คือเรื่องมันมีอยู่ว่า เด็กคนนี้แกเป็นดี้ เห็นว่าหนีพ่อแม่มาอยู่กับทอมที่นี่.. ก็หมอกรรณิกานั่นไงล่ะ รู้จักไหม? เรื่องของพวกทอมดี้น่ะ … แต่สาวดี้ คนนี้ใจถึงชมัด เขาจะพากลับบ้าน แกยอมโดดจากรถเลยเสยเข้ากับกระถางปูนใบใหญ่นั่นแน่ะ.. &lt;br /&gt;…โถ.. โธ่เอ๋ย คนเขารักกัน จะไปกีดกันทำไม ทำไมไม่ปล่อยเขาไป …แต่บ้างก็ว่า … รักกันยังไง มันฝืนธรรมชาติ เป็นลูกฉัน ฉันก็ไม่ยอม .. อายคนตายห่ะ.. &lt;br /&gt;แล้วก็ว่ากันไป…นานาจิตตังนี่นะ มีใครบ่างเล่าที่เกิดมาโดยไม่เคยโดนติฉินนินทา.. หาเถอะ .. จะมีหรือก็หาไม่ .. ล้วนแล้วแต่ต้องโดนนินทาให้ได้ราคินกันทั้งสิ้น ไม่มากก็น้อย…&lt;br /&gt;เมื่อเด็กสาวพิมพ์ทิพย์ได้สติในห้องฉุกเฉิน เธอร้องหาแต่ “พี่กุ้ง” … พี่กุ้งของเธอเอื้อมมือให้เธอจับไว้เมื่อเธอไขว่คว้าหา… &lt;br /&gt;สิ่งแรกที่เธอมองเห็นเมื่อลืมตาขึ้นมาคือรอยยิ้มที่อบอุ่นดั่งแสงตะวัน พิมพ์ทิพย์น้ำตาไหลย้อย จับมือคนที่เธอรักไว้แน่น ..เธอรู้สึกมึนศีรษะเหมือนมันโตกว่าเดิมนับสิบเท่า แต่เธอไม่อนาทรต่ออาการของตน ความสนใจของเธออยู่ที่หมอกรรณิกา คนที่จิตใจของเธอพะวงหาตลอดเวลาต่างหาก &lt;br /&gt;“เป็นไงบ้าง” เสียงที่ถามนั้นอ่อนโยน ดวงตาที่มองดูเธอก็ฉายประกายความห่วงอาทร &lt;br /&gt;“มึนค่ะ”เธอขยับศีรษะเล็กน้อยแล้วก็ร้องออกมา &lt;br /&gt;“โอ๊ย”.. &lt;br /&gt;“ทนเอาหน่อยนะ .. แล้วอย่าทำอะไรอย่างนี้อีกนะจ๊ะ..พี่ขอ” &lt;br /&gt;สองคนสบตากัน… &lt;br /&gt;“ทิพย์ไม่อยากจากพี่กุ้ง ไม่อยากถูกใครบังคับ ทิพย์ไม่อยากกลับบ้าน ไม่อยากไปอังกฤษ แม่ทิพย์โทรไปบอกป้าหมดเลย แม่บอกว่าทิพย์เป็นเลสเบี้ยน แม่พูดเหมือนกับว่าคนที่เป็นเลสเบี้ยนเป็นโรคร้าย ขืนให้อยู่ที่นี่ต่อไปก็มีแต่จะอาการหนักขึ้น พี่กุ้งขา ทิพย์รู้สึกไม่ดีเลย ถึงอยู่ที่ไหนคนเขาก็รู้ว่าทิพย์เป็น เลสเบี้ยน คงไม่มีใครรู้สึกดีต่อทิพย์ คงมีแต่คนรู้สึกว่าทิพย์ไม่ปรกติ … ไม่มีใครเข้าใจทิพย์จริงๆ เลย ทิพย์ไม่รู้ว่าทิพย์จะทำยังไง ทิพย์ทำอะไรไม่ถูกแล้วค่ะพี่กุ้ง” &lt;br /&gt;เธอโอดครวญน่าเวทนา หมอกรรณิการ์บีบมือบางๆนั้นเบาๆ  …เธอเองก็ต้องใช้ความอดทนไม่ใช่น้อยบนถนนสายแปลกแยกนี้ … และครั้งนี้ กับเด็กสาวที่น่ารักคนนี้เธอยิ่งต้องอดทนอดกลั้นอย่างมากมาย ต้องทนให้คนมาชี้หน้าด่าว่าตรงๆ  ทนให้เหยียบย่ำเธอเหมือนเธอมีความเป็นคนน้อยกว่าใครในโลกนี้ .. &lt;br /&gt;เพียงเพราะเธอรักลูกสาวของพวกเขา .. และลูกสาวของพวกเขาก็รักเธอ ..มันผิดตรงที่เธอและพิมพ์ทิพย์เป็นผู้หญิงเหมือนกัน มันผิดสำหรับพวกเขา .. ผิดราวกับว่าเธอกระทำอาชญากรรมอันร้ายแรงที่ไม่สามารถให้อภัยกันได้ในชาตินี้ &lt;br /&gt;แต่สำหรับเธอและพิมพ์ทิพย์ ต่างไม่คิดว่าตนผิด .. ถ้าจะหาตัวคนผิด เธอคิดว่ากามเทพนั่นแหละที่ผิด ผิดที่ทำให้ผู้หญิงรักกัน .. ผิดที่ทำให้เธอมาพบรักกับผู้หญิงที่แสนจะอ่อนหวานน่ารักอย่างพิมพ์ทิพย์ ..&lt;br /&gt;ความรักของเธอยังใหม่เอี่ยมสดใส แต่แล้วเมื่อพิมพ์ทิพย์พยายามจะทำให้เธอได้มีโอกาสใกล้ชิดสนิทสนมกับครอบครัว เพื่อให้เธอเป็นที่ยอมรับ แต่ปฏิกิริยาที่ได้รับตอบกลับมา มันกลับไม่เป็นอย่างที่คิด&lt;br /&gt;เพราะนอกจากตะขิดตะขวงใจแล้ว ต่อมาทางบ้านของพิมพ์ทิพย์ยังประกาศไม่ยอมรับ สั่งห้ามไม่ให้เธอเข้าบ้าน ไม่ให้คบหากัน… เพราะรังเกียจเธอ! &lt;br /&gt;“พี่กุ้งขา” พิมพ์ทิพย์เรียกเบาหวิวเธอบีบมือคู่รักไว้ แม้นรู้สึกเจ็บปวดเนื้อตัวไปหมด &lt;br /&gt;“เรื่องมันเข้าใจยากนี่จ๊ะทิพย์” พี่กุ้งของเธอพึมพำ &lt;br /&gt;“ทิพย์สงสารพี่กุ้งเหลือเกิน พี่กุ้งโดนพ่อแม่ทิพย์ด่าครั้งแล้วครั้งเล่า ทิพย์ขอโทษนะคะพี่กุ้ง ทิพย์ขอโทษแทนเขาด้วย”&lt;br /&gt;“พี่ไม่โกรธท่านหรอกทิพย์ ท่านรักทิพย์ ท่านรับไม่ได้ที่ทิพย์จะคบหาเป็นแฟนกับพี่ ท่านไม่เข้าใจเราหรอก เพราะ…เรื่องมันเข้าใจยาก” &lt;br /&gt;“เราจะทำยังไงกันดีคะ?” เสียงนั้นอ่อนระโหยเหมือนคนที่เดินอยู่กลางทะเลทรายที่แห้งแล้งกันดาร &lt;br /&gt;หมอกรรณิการ์จ้องตาเด็กสาวนิ่งนาน…พิมพ์ทิพย์เป็นผู้ป่วยที่มีผ้าพันที่ศีรษะขาวโพลน เธอรู้สึกมึนแต่ก็ยิ้มให้หมอสาวอย่างอ่อนหวาน ดวงตาคู่ที่มองสบประสานสายตากับสายตาอันอ่อนโยนของหมอนั้นเป็นสายตาที่มากมายไปด้วยความรักที่มีอยู่เต็มหัวใจ.. &lt;br /&gt;“ทิพย์” &lt;br /&gt;“คะ?” เด็กสาวละเมอขานรับ &lt;br /&gt;“จำไว้นะ ต่อไปนี้ถึงทิพย์จะอยู่ที่ไหน ไม่ว่าจะไกลแค่ไหน… แต่ใจเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป ถ้าทิพย์ต้องไปอังกฤษ ทิพย์ไปเถอะอย่าดื้อ … ถึงทิพย์ของพี่จะอยู่ที่ไหน เราก็ยังติดต่อกันได้นี่จ๊ะ .. เราอาจได้อยู่ด้วยกันตอนที่ทิพย์เป็นผู้ใหญ่พอที่จะตัดสินใจ  ทุกอย่างในชีวิตของทิพย์เองได้ .. ถ้าตอนนั้นทิพย์ยังไม่เลิกรักพี่” &lt;br /&gt;“พี่กุ้งขา”&lt;br /&gt;หมอกรรณิการ์ยิ้มให้ทั้งน้ำตาปริ่มขอบตา &lt;br /&gt;“ทำไมทิพย์ไม่มีทางเลือกเลยคะ”เธอทำท่าเง้างอนงอแง &lt;br /&gt;“ทิพย์อยากอยู่กับพี่กุ้งตั้งแต่เดี๋ยวนี้เลย ทิพย์ไม่อยากให้ใครมายุ่งกับเรา” &lt;br /&gt;“ทิพย์ก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ .. มีเหตุผลบ้างสิคนดี..” &lt;br /&gt;“ทิพย์ไม่อยากเป็นคนดีแล้วค่ะ คนดีมีแต่คนคอยบังคับ” &lt;br /&gt;หมอสาวถอนใจ &lt;br /&gt;“พี่กุ้งต้องรอทิพย์จริงๆนะคะ พี่กุ้งห้ามมีใครนะคะ” &lt;br /&gt;“พี่รักทิพย์ พี่จะรอ.. แต่สำหรับทิพย์ เมื่อไหร่ที่ทิพย์เปลี่ยนใจ แค่บอกพี่สักคำก็พอ พี่จะได้ไม่รอเก้อ” &lt;br /&gt;“ไม่ค่ะ ไม่มีวัน..”พิมพ์ทิพย์จับมือคู่รักมาแนบแก้ม &lt;br /&gt;คนสองคนมองตากันด้วยความรู้สึกมั่นอกมั่นใจในความรักและพันธะสัญญาที่มีต่อกัน &lt;br /&gt;“พี่ต้องไปแล้วล่ะทิพย์” &lt;br /&gt;“พี่กุ้งจะมาดูทิพย์อีกไหมคะ” &lt;br /&gt;“อาจจะนะจ๊ะ ..” หมอถอนใจ บางที..ญาติผู้ป่วยคนนี้อาจร้องขอเปลี่ยนหมอ..อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น เธอต้องทำใจพร้อมที่จะรับทุกอย่างให้ได้ .. &lt;br /&gt;พิมพ์ทิพย์อยากจะถามว่า เราอาจจะจากกันตั้งแต่ตอนนี้เลยหรือ แต่เธอก็ปวดร้าวเกินกว่าที่จะเอ่ยออกมาได้ &lt;br /&gt;“เข้มแข็งนะจ๊ะ..” &lt;br /&gt;แต่คนที่หมอกรรณิการ์บอกให้เข้มแข็งกลับน้ำตาไหล.. ทั้งสองต่างรู้สึกอาลัยอาวรณ์ใจเหมือนกำลังจะขาดใจ &lt;br /&gt;“ป่านนี้พ่อแม่ทิพย์คงเป็นห่วงมาก” &lt;br /&gt;หมอลูบแก้มเธอเบาๆ แสนถนอม แล้วตัดสินใจหมุนตัวเดินจากไปช้าๆ.. เมื่อผลักประตูห้องฉุกเฉินออกมาได้ ก็ก้าวเข้าไปหาพ่อแม่และอาของคนรักที่รออยู่ด้วยสีหน้าท่าทางร้อนใจพ่อแม่ของพิมพ์ทิพย์เมินหน้าใส่เธอ จารึกจึงเอ่ยถามเสียเองว่า &lt;br /&gt;“ยายทิพย์เป็นไงบ้างคะ” &lt;br /&gt;“รู้สึกตัวแล้วค่ะ น้องหน้าผากและศีรษะแตก หัวไหล่กับช่วงต้นแขนซ้ายมีแผลถลอกพอสมควร เดี๋ยวพยาบาลจะพาน้องไปเอ็กเรย์กะโหลกศีรษะ ถ้าผลเอ็กเรย์ออกมาไม่มีปัญหา พรุ่งนี้คงกลับบ้านได้” &lt;br /&gt;“ค่ะ” &lt;br /&gt;หมอมองจารึกแวบหนึ่ง ก้มศีรษะให้ แล้วเดินกลับ &lt;br /&gt;“เอ้อ เดี๋ยวค่ะหมอ” จารึกร้องเรียกพลางสาวเท้าตาม &lt;br /&gt;“มีอะไรหรือคะ?” &lt;br /&gt;“หมอพอจะว่างซักห้านาทีไหมคะ ฉันอยากจะคุยอะไรด้วยหน่อยน่ะค่ะ”น้ำเสียงของจารึกนั้นต่างจากพ่อแม่ของพิมพ์ทิพย์อย่างสิ้นเชิง หล่อนสุภาพ และดูมีความเป็นมิตร &lt;br /&gt;“ค่ะ” หมอพยักหน้าเล็กน้อย เธอเองก็อยากจะรู้ว่าผู้หญิงคนนี้มีอะไรจะคุยกับเธอ แต่มันคงเป็นเรื่องของเธอกับพิมพ์ทิพย์อย่างแน่นอน &lt;br /&gt;“ไปที่ระเบียงดีกว่านะคะ” จารึกชักชวน แล้วพากันเดินไปที่ระเบียงตึก ห่างออกไป แต่ก็ยังอยู่ในระยะที่สายตาของพี่ชายและพี่สะใภ้จะมองเห็น &lt;br /&gt;“ฉันเป็นอาของทิพย์” หล่อนแนะนำตัวเอง &lt;br /&gt;หมอกรรณิการ์ยกมือไหว้ จารึกรับไหว้ด้วยความรู้สึกเอ็นดู &lt;br /&gt;“หมอจะเรียกอาว่าอาก็ได้นะคะ อาอยากขอโทษหมอแทนพี่ชายกับพี่สะใภ้.. เอ้อ..พ่อแม่ของทิพย์น่ะค่ะ” หมอสาวยิ้มอ่อนโยน แล้วก็ถอนใจเล็กน้อย &lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ กุ้งไม่โกรธท่าน กุ้งเข้าใจท่านค่ะ” &lt;br /&gt;“ขอบใจค่ะ ที่เข้าใจ .. ความจริง เรื่องของหมอกับทิพย์ มันก็เป็นเรื่องที่พ่อแม่คนไหนๆ  ก็คงไม่ยอมเข้าใจง่ายๆ .. แต่อาเข้าใจนะจ๊ะ”&lt;br /&gt;คราวนี้หมอกรรณิการ์มองจารึกเต็มตาด้วยความรู้สึกแปลกใจ… อา คำว่าเข้าใจประโยคเดียว..ทำให้จิตใจอันแห้งแล้งกลับพลันชุ่มชื้นขึ้นมามากมาย.. &lt;br /&gt;“คุณอา”… สายตาคู่นั้นบอกหล่อนว่า ขอบคุณ.. ขอบคุณค่ะ ขอบคุณจากหัวใจ..ขอบคุณเหลือเกินที่เข้าใจ.. &lt;br /&gt;“ถ้าหมอกับทิพย์ชอบกันจริงๆ.. ก็อดทนกันหน่อยนะคะ”&lt;br /&gt; “ค่ะ” &lt;br /&gt;“พ่อแม่เค้าจะส่งลูกสาวไปอังกฤษ” &lt;br /&gt;“กุ้งทราบแล้วค่ะ”&lt;br /&gt; “คุยกันแล้วใช่ไหม?” &lt;br /&gt;“ค่ะ …ทิพย์ยังเด็ก.. ถ้าผู้ใหญ่ตัดสินใจให้ไป ทิพย์ก็ควรไป กุ้งไม่คิดจะเหนี่ยวรั้งน้องหรอกค่ะคุณอา” &lt;br /&gt;จารึกพยักหน้า.. &lt;br /&gt;“ยายทิพย์คงรักหมอมาก… คุยกันแล้วแกว่ายังไงล่ะคะ” &lt;br /&gt;“ทิพย์ยอมไปค่ะคุณอา” &lt;br /&gt;“ด้วยความเต็มใจหรือคะ?”หล่อนถามออกมาอย่างไม่สู้จะแน่ใจนัก ก็พิมพ์ทิพย์ยอมกระโดดลงจากรถ เธอดื้อดึงดิ้นรณขนาดนั้นมีหรือจะยอมง่ายๆ  &lt;br /&gt;“คงไม่เต็มใจเท่าไหร่หรอกค่ะ แต่ก็ยอม” &lt;br /&gt;“แล้วหมอกับทิพย์ยังจะคบกันต่อไป หรือว่าจะ…” &lt;br /&gt;คราวนี้หมอกรรณิการ์ไม่แน่ใจว่าอาของคนรักจะมาไม้ไหน … &lt;br /&gt;“เรามีสิทธิ์ในความเป็นมนุษย์เท่ากันทุกคนนะคะคุณอา”เธอพูดออกมาเรียบๆและนั่นทำให้จารึกรู้ว่าคนคู่นี้จะคบหากันต่อไป จารึกรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มั่นใจในตัวเองไม่น้อย เพียงแต่เธอไม่ใช่คนแข็งกร้าว &lt;br /&gt;“อาไม่คิดจะตำหนิอะไรนะคะ อาเพียงแต่อยากจะรู้จักหมอเท่านั้นเอง สำหรับอาน่ะ หลานรักชอบใครอายินดีด้วยขอเพียงแต่คนๆ  นั้นจริงใจกับหลานอาจริงๆ  เท่านั้น” &lt;br /&gt;“กุ้งรักทิพย์จริงๆ  ค่ะ แต่ไม่คิดว่าจะมีใครเข้าใจ ..กุ้งดีใจที่คุณอาเข้าใจ” &lt;br /&gt;“อาก็ดีใจที่เรามีโอกาสได้พูดกันอย่างตรงไปตรงมาแบบนี้ แล้วนี่คิดจะทำยังไงกันต่อไปคะ?” &lt;br /&gt;“กุ้งจะรอทิพย์ค่ะ” &lt;br /&gt;คราวนี้จารึกยิ้มพลางพยักหน้าช้าๆ  ..รู้สึกพอใจ &lt;br /&gt;แล้วหล่อนก็เปิดกระเป๋า หยิบนามบัตรออกมาส่งให้หมอกรรณิการ์คู่รักทอมของหลานสาว &lt;br /&gt;“นี่นามบัตรของอา มีอะไรโทรไปคุยกับอาได้ หรือจะแวะไปคุยที่บ้านหรือที่ทำงานก็ได้ค่ะ บ้านอาอยู่ในโรงเรียนนี่แหละ..คิดว่าเราเป็นญาติกันก็แล้วกันนะคะ” &lt;br /&gt;หมอกรรณิการ์ยกมือไหว้ พลางมองหล่อนอย่างซาบซึ้งใจ &lt;br /&gt;“อาการของน้องมีอะไรน่าห่วงหรือเปล่าคะหมอ” หล่อนถามถึงหลานสาวอย่างห่วงใย &lt;br /&gt;“อย่างอื่นไม่มีอะไรมากค่ะ แต่ต้องขอดูผลเอ็กเรย์ก่อนว่ามีปัญหาหรือเปล่า ส่วนที่หน้าผาก คงจะมีรอยแผลเป็นนิดหน่อย .. ทิพย์ไม่น่าทำแบบนี้เลย” &lt;br /&gt;“แกไม่มีทางออกน่ะค่ะ คนไม่เคยถูกควบคุมอย่างหนักแบบนี้ พอถูกบังคับมากๆ ข้าแกก็ดิ้นรณ .. แกทะเลาะกับแม่ที่บ้าน แล้วขับรถออกมาหาอา ทางบ้านเลยคิดว่าแกจะมาหาหมอ… ช่างเถอะค่ะ ยังไงมันก็ผ่านไปแล้ว หวังว่าต่อไปคงไม่มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นอีก” &lt;br /&gt;“กุ้งก็หวังอย่างนั้นค่ะ” &lt;br /&gt;“เอาล่ะค่ะ หมอกลับไปทำงานเถอะนะคะ อาได้คุยกับหมอแล้วก็สบายใจขึ้น” &lt;br /&gt;“กุ้งก็เหมือนกันค่ะ..สวัสดีค่ะคุณอา”หมอกรรณิการ์ยกมือไหว้ &lt;br /&gt;“ค่ะ สวัสดีค่ะ” จารึกรับไหว้พร้อมรอยยิ้ม ..หล่อนก็แค่รับในสิ่งที่คนอยากเป็นมันก็แค่นั้นเอง หล่อนรับได้ แต่พี่ชายกับพี่สะใภ้รับไม่ได้ คนรับไม่ได้จึงต้องทุกข์ร้อนไปเรื่อยๆ อย่างนั้น หรือว่าหล่อนรับได้เพราะหล่อนเองก็รักผู้หญิงเหมือนกัน..&lt;br /&gt;แต่ถ้าทอมคนนี้เป็นคนไม่ดี ไม่จริงจังหรือจริงใจต่อพิมพ์ทิพย์หล่อนก็คงไม่ยอมรับ หล่อนรู้สึกว่าไม่ว่าใครจะเป็นหญิง ชาย หรือใครจะเป็นทอมเป็นดี้ หรือเป็นเกย์ เป็นกะเทย สิ่งเหล่านี้หาใช่ตัวกำหนดพฤติกรรมดีเลวแต่อย่างใดไม่ &lt;br /&gt;พิมพ์ทิพย์ไม่ยอมพูดกับพ่อแม่ของเธอเลย ยอมพูดด้วยก็แต่จารึกเท่านั้น เธอรู้สึกว่าพ่อแม่ไม่เข้าใจเธอ และเธอเองก็ไม่อยากเข้าใจท่านแล้วเหมือนกัน ก็..ไม่ต้องเข้าใจกันอย่างนี้แหละ..ช่างปะไร&lt;br /&gt;แม่เธอถามคำถามมากมายต่ออาการป่วยของเธอ แต่พิมพ์ทิพย์ก็เมินเสีย .. &lt;br /&gt;"โกรธอะไรแม่นักหนาหาทิพย์"แม่ครวญครางอย่าง     อ่อนใจ &lt;br /&gt;"แม่ดุด่าว่ากล่าวเราก็เพราะรักเพราะห่วง ถ้าแม่ไม่รักไม่ห่วงไม่หวังดีต่อทิพย์ แม่คงไม่มาสนใจ คงปล่อยเราไปตามยถากรรม แต่นี่แม่ดูแลทิพย์มาอย่างดี ถ้าแม่ไม่สนใจป่านนี้ทิพย์จะเป็นยังไง" &lt;br /&gt;พิมพ์ทิพย์คิดในใจ .. แม่สนใจดูแลเธอดีมาก มีทั้งหยิกทั้งตี ทั้งบีบคั้นสารพัด พ่อก็เหมือนกัน จับเธอเหวี่ยงขึ้นรถเหมือนเธอเป็นสัตว์เลี้ยง .. &lt;br /&gt;"คุณอา …ๆ อยู่เป็นเพื่อนทิพย์นะคะ"เธอเอ่ยชวนแกมวิงวอนแทรกระหว่างที่แม่ยังพูดไม่จบ ซึ่งทำให้แม่เธอโกรธ ..      เธอจงใจ! &lt;br /&gt;"ไม่ได้ .. มีพ่อมีแม่ ทำไมต้องกวนคุณอา ให้แม่แกเฝ้า" พ่อออกคำสั่ง&lt;br /&gt;"ทิพย์จะอยู่กับคุณอา นะคะคุณอา..นะคะ" พิมพ์ทิพย์ไม่พูดกับพ่อแม่ แต่พูดกับอาผ่านไปยังท่าน .. โธ่เอ๋ย หลานสาวของอา &lt;br /&gt;"ให้จามาเฝ้าหลานเถอะค่ะ" จารึกเอ่ยแก่พี่ชาย หล่อนไม่ชอบใจที่พวกเขาตั้งหน้าตั้งตาแต่จะฝืนใจลูกอยู่นั่นแล้ว จนอย่างนี้แล้วเขายังไม่ยอมผ่อนปรน &lt;br /&gt;"ตามใจลูกบ้างสิคะพี่ศาล พี่ณี ลูกเคยมีอิสระมาตลอดชีวิต อยู่ๆ ก็มากักแก เฝ้าแกให้อยู่ในสายตาตลอดเวลาอย่างนี้ ไม่คิดว่าลูกจะอึดอัดบ้างหรือคะ แค่จาจะมาอยู่เป็นเพื่อนหลานมันจะเป็นอะไรกันนักหนา กลัวว่าจาจะปล่อยให้หมอกรรณิการ์แกเข้ามาพาหลานจาหนีไปหรือคะ ..ยายทิพย์แกเป็นลูกนะคะแกไม่ใช่นักโทษ" &lt;br /&gt;"นี่ใครเป็นพ่อเป็นแม่ยายทิพย์กันแน่" พ่อของพิมพ์ทิพย์ถามด้วยความโมโห จารึกก็โมโห ถ้าหล่อนเป็นเขา หล่อนจะไม่ทำอย่างนี้กับลูกแน่ๆ  &lt;br /&gt;"อาต้องกลับไปทำงานก่อนนะทิพย์ เอาเป็นว่าเย็นๆอาจะมาเยี่ยมใหม่ พ่อแม่ทิพย์เขาไม่ไว้ใจให้อานอนเฝ้าทิพย์ แล้วอาจะทำยังไงได้ล่ะ" .. หล่อนหันไปบอกหลานสาว พิมพ์ทิพย์ทำตาละห้อย.. &lt;br /&gt;"คุณอา" &lt;br /&gt;"โตแล้ว อดทนเอาหน่อยเถอะ..หลับเสียก็ดี.."หล่อนพูดกับหลานสาวแค่นั้นแล้วเดินมาบอกพี่ชายว่า &lt;br /&gt;"จากลับล่ะค่ะ" &lt;br /&gt;เขาได้แต่พยักหน้าให้อย่างเนือยๆ  &lt;br /&gt;"ไปนะคะพีณี"หล่อนบอกพี่สะใภ้แล้วเดินออกจากห้อง &lt;br /&gt;เดินออกมาสักครู่ แม่ของพิมพ์ทิพย์ก็เดินกึ่งๆ วิ่งตามออกมาทันที่หน้าลิฟต์ที่จารึกหยุดรอเพื่อจะลงไปชั้นล่าง &lt;br /&gt;"มีอะไรคะพี่ณี" &lt;br /&gt;"พี่อยากคุยกับน้องจา" &lt;br /&gt;จารึกเดาในใจว่าเรื่องที่จะคุยคงไม่พ้นเรื่องหมอกรรณิการ์นั่นแหละ &lt;br /&gt;"คะ" &lt;br /&gt;"น้องจาเรียกมันไปคุยอะไรกันที่ระเบียงคะ คุยเรื่องมันกับยายทิพย์ใช่ไหม ..แล้วมันว่ายังไงบ้าง" &lt;br /&gt;คำว่ามันจากปากผู้หญิงคนนี้ทำให้จารึกขมวดคิ้วเพราะรู้สึกแสลงหู หล่อนรู้สึกว่ามันได้ลดราคาของพี่สะใภ้ลงไปตั้งครึ่งค่อนทีเดียว.. &lt;br /&gt;สรรพนามที่เรียกหมอกรรณิการ์เป็นสรรพนามที่บ่งบอกความจงชังและหยามหยันให้ต่ำชั้นกว่าตน เพียงเพราะคนๆ  นั้นเป็นทอม และเกี่ยวพันกับพิมพ์ทิพย์.. แม้นว่าจารึกจะเห็นใจหัวอกแม่ แต่ก็รู้สึกไม่ดีที่พี่สะใภ้ไม่รักษาความเป็นผู้ดีกับหมอกรรณิการ์ &lt;br /&gt;"คนที่พี่ณีเรียกว่ามันน่ะ เค้าเป็นหมอนะคะ เป็นคนมีคุณภาพคนหนึ่ง" &lt;br /&gt;"เอ๊ะ น้องจานี่ยังไง พี่ชักรู้สึกว่าน้องจาเป็นใจกับ…กับผู้หญิงคนนั้น" &lt;br /&gt;"ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ เพียงแต่จายังเห็นเค้าเป็นคนเท่าๆ กับจา เท่ากับทุกๆ คน จาแค่ถามเค้าว่าคิดยังไงที่พ่อแม่ทิพย์จะส่งทิพย์ไปอังกฤษ หมอเค้าก็ว่าเค้าไม่เคยคิดจะเหนี่ยวรั้งทิพย์ไว้เลย แล้วยายทิพย์แกก็ยอมไปแล้ว .. แค่นี้พีณีก็น่าจะพอใจนะคะ อย่าเฝ้า อย่ากักแกนักเลยค่ะ ยายทิพย์ไปเมืองนอกยังไงก็ต้องห่างหมอกรรณิการ์เธออยู่ดี อย่าบีบคั้นลูกมากสิคะ ที่แกดิ้นรณกระโดดออกจากรถแบบนี้ พี่ณีไม่รู้สึกบ้างหรือคะว่าเพราะลูกไม่มีทางออก คนคับใจทำอะไรบ้าๆ ได้ง่ายๆ นะคะ.." &lt;br /&gt;ประตูลิฟต์เปิดออก… &lt;br /&gt;"จาไปนะคะ"จารึกก้าวเข้าไปข้างใน .. แล้วประตูก็ปิดลง ทิ้งให้แม่ของพิมพ์ทิพย์ยืนอยู่เดียวดาย  หล่อนค่อยๆเดินออกไปรับลมเย็นที่ระเบียงตึก หล่อนยังรับไม่ได้อยู่ดี กับการที่ลูกสาวมีความรักกับผู้หญิงด้วยกัน มันเป็นเรื่องที่หล่อนไม่เคยคาดคิดมาก่อน.. &lt;br /&gt;ลูก.. คือความงดงาม คือสายเลือดของพ่อและแม่ และพ่อแม่ทุกคนต้องการให้ลูกมีชีวิตที่ดี หล่อนและสามีเลี้ยงลูกผิดพลาดตรงไหนไม่ทราบ ลูกสาวจึงมีจิตใจเป็นเช่นนี้ .. หล่อนไม่เห็นความผิดพลาดของตน ก็ถ้างั้น มันก็ต้องเป็นความผิดของผู้หญิงคนนั้นที่เข้ามาในชีวิตพิมพ์ทิพย์ เข้ามาเพื่อหลอกล่อให้เด็กสาวบริสุทธิ์เหมือนน้ำค้างยามเช้าอย่างพิมพ์ทิพย์ก้าวผิดไป .. &lt;br /&gt;จารึกบอกออกมาได้อย่างไรกันว่ามันคนนั้นเป็นคนมีคุณภาพคนหนึ่ง.. คิดแล้วหัวใจของคนเป็นแม่ก็ยิ่งหงุดหงิดว้าวุ่น&lt;br /&gt;ตอนเย็นขณะที่จารึกกำลังเตรียมจะออกจากบ้านเพื่อไปโรงพยาบาลนั้น เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น .. แม่บ้านเป็นคนรับสายแล้วเดินเข้ามาบอกหล่อนว่า &lt;br /&gt;"โทรศัพท์คุณศาลค่ะ" &lt;br /&gt;พ่อของพิมพ์ทิพย์.. เอ.. ก็รู้อยู่แล้วว่าเดี๋ยวหล่อนก็ต้องไปแล้วโทรมาทำไมไม่ทราบ… &lt;br /&gt;"ว่าไงคะ?" &lt;br /&gt;"จาเดี๋ยวถ้าจะมาเตรียมตัวมานอนนี่เลยนะ"เสียงเขา เรียบกริบ &lt;br /&gt;"อ้าว ไหนว่า.." &lt;br /&gt;"เถอะน่า อย่าถามอะไรมาก"คราวนี้เสียงหงุดหงิด &lt;br /&gt;"พี่กับพี่ณีจะไปนอนบ้านวังสิงห์คำ" &lt;br /&gt;"เอ้อ.. ค่ะ" &lt;br /&gt;"งั้นเดี๋ยวจาไปนะคะ" &lt;br /&gt;"ตามใจ" &lt;br /&gt;เขาวางสาย จารึกวางสายบ้าง &lt;br /&gt;คิดถึงหลาน.. พิมพ์ทิพย์คบหาทอม คนในครอบครัวรู้กันทั่ว พี่ป้าน้าอาก็รู้หมด ความกลุ้มใจทำให้สองสามีภรรยาปรึกษาใครต่อใครทั่วไปหมด หารู้ไม่ว่ามันไม่ต่างอะไรกับการ "โพนทะนา" ให้ลูกต้องได้อาย แม้นแต่ญาติผู้พี่ที่อังกฤษ ที่พวกเขาจะส่งลูกไปอยู่ด้วยก็รู้ ว่าหลานมีพฤติกรรมอย่างไรจึงต้องถูกส่งไปอยู่ที่โน่น &lt;br /&gt;เรื่องของพิมพ์ทิพย์เป็นเรื่องที่ "เปิดเผย" ในหมู่ญาติพี่น้อง มันถูกเปิดเผยโดยพ่อแม่ มิใช่โดยเจ้าตัว ดังนั้นมันจึงถูกเปิดออกมาแต่ในแง่ที่พ่อแม่คิดต่อเธอและคู่รัก … แง่ที่มันไม่งามเลยแม้นแต่น้อย .. &lt;br /&gt;หล่อนคิดถึงแม่ของสิรินเมื่อคราวที่สิริยาเริ่มเป็นทอม เริ่มมีเรื่องยุ่งๆ เกี่ยวกับผู้หญิง .. แม่ของสิรินเป็นเพียงผู้หญิงชาวบ้านที่มีความรู้ติดตัวเพียงน้อยนิด แต่ก็เป็นแม่ที่รู้ว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องบอบบาง หล่อนมิได้กระโตกกระตากโวยวายไป ได้แต่เก็บความกลัดกลุ้มไว้ในอก และเฝ้าดูลูกอยู่ห่างๆคอยห่วง คอยดูแลเวลาที่ลูกล้ม ..จารึกรู้สึกว่าสิริยาโชคดี .. อย่างน้อยก็ไม่มีใครคอยกระหน่ำซ้ำเติมตอกย้ำหรือตัดสินว่าเธอผิด เธอเลว .. อย่างน้อยครอบครัวก็รักเธออย่างที่ควรจะรัก.. และให้เธอมีชีวิตของเธออย่างที่เธอต้องการได้ &lt;br /&gt;หรือต่างกันตรงที่สิริยาเป็นทอม แต่พิมพ์ทิพย์เป็นดี้ .. แต่เหมือนกันตรงที่สองคนนี่เป็นลูก ลูกที่มีพ่อแม่คอยรัก คอยห่วง แต่รักและห่วง หวงกันไปคนละอย่าง &lt;br /&gt;หล่อนโทรหาสิริน คิดถึงสิริน .. วันนี้หล่อนได้รับการ์ดจากสิรินในตอนเช้า การ์ดกุหลาบแดงที่เขียนด้านหลังเหมือนเดิมทุกประการ …&lt;br /&gt;แต่สิรินไม่อยู่ ไม่มีใครรับสาย .. คงอาจกำลังติดอยู่บนถนนที่จอแจ หรืออาจกำลังยุ่งอยู่กับงาน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8688413871670125189-5438109854578527881?l=sirinrose.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirinrose.blogspot.com/feeds/5438109854578527881/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8688413871670125189&amp;postID=5438109854578527881&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/5438109854578527881'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/5438109854578527881'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirinrose.blogspot.com/2009/05/35.html' title='ตอนที่ 35'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8688413871670125189.post-1512122360994558027</id><published>2009-05-19T23:19:00.000-07:00</published><updated>2009-10-24T01:35:32.264-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ตอนที่ 34'/><title type='text'>ตอนที่ 34</title><content type='html'>จีนนี่กับสามีชาวอเมริกันรูปร่างสูงใหญ่ และลูกสาว ผมทองสองคน วัยเจ็ดขวบกับสามขวบ กำลังรับประทานอาหารเช้ากันที่โต๊ะอาหาร &lt;br /&gt;มาร์คเดินงัวเงียลงบันไดมาทั้งยังสวมชุดนอน เขาเอ่ยทักทายสวัสดียามเช้ากับพี่สาว พี่เขยและหลานๆแล้วเข้าไปในครัว คว้าถ้วยกาแฟออกมารินกาแฟดำจากโถบนโต๊ะอาหาร แล้วนั่งลงดื่ม พลางคว้าหนังสือพิมพ์มาอ่าน &lt;br /&gt;"ตีสามได้ไหมเมื่อคืน" พี่สาวถามเวลากลับบ้านของเขา &lt;br /&gt;"ราวๆ นั้นแหละฮะ ไม่ไหว.." เขาบ่นออด &lt;br /&gt;"ดูสิ ใครจะเชื่อว่าท่านชายจะโทรมขนาดนี้ในตอนเช้า" หลานสาวคนโตสัพยอก &lt;br /&gt;"นั่นสิ ดูในทีวีเท่ห์แทบจำไม่ได้ว่าเป็นน้ามาร์คของเรา" หลานคนเล็กหัวเราะคิกคัก ทำให้เห็นฟันอันหลอของเจ้าหล่อน &lt;br /&gt;"เขาถึงเรียกว่าวงการมายาไง มายามันแปลว่าไม่จริง"พ่อลูกต่างมีอารมณ์ขันพอกัน &lt;br /&gt;"หรือไงท่านชาย?"เขายิ้มให้น้องเมียแล้วยักคิ้วให้ด้วย มาร์คยักไหล่ &lt;br /&gt;"ตอนบ่ายว่างไหมจ๊ะน้องชาย เมื่อวานหวานใจของเธอโทรมาบอกล่วงหน้าว่าบ่ายสองวันนี้เค้าจะเอางานมาให้พี่ดู แต่..ถ้าติดธุระ ติดเรียน หรือมีนัดอื่นก็ไม่เป็นไรนะ" &lt;br /&gt;"แหม.."มาร์คร้องยาว ตาเขาแจ่มพราวขึ้นในทันที แถมยังหัวเราะเสียงใส &lt;br /&gt;"บังเอิญผมไม่ติดอะไรด้วยสิ" เขาโกหกน่ะ ความจริงเขามีนัดกับอาจารย์ด้วยซ้ำ แต่เขาต้องโทรไปเลื่อนนัด ..เขาไม่เคยเกเรนี่ ที่ผ่านมาอาจารย์ควรจะเห็นใจเขาบ้าง เพราะเขาไม่อยากพลาดโอกาสที่จะได้พบกับเธอ &lt;br /&gt;คราวก่อนพี่สาวก็ไม่ให้เขาโผล่หน้า อ้างว่าเดี๋ยวเสียแผน คราวนี้เขาจะพลาดอย่างไรเล่า? &lt;br /&gt;"สวยไหมเพื่อนหญิงคนใหม่ของยู?" พี่เขยถาม&lt;br /&gt;"ไม่สวยมากฮะ แต่สำหรับผม ผมโอเค.นะ"เขายิ้มน่ารัก &lt;br /&gt;พี่เขยหัวเราะร่วน.. &lt;br /&gt;"ยูรู้ไหม ยูลืมยิ้มตั้งหลายเดือน.." &lt;br /&gt;คราวนี้มาร์คหัวเราะ เขารู้สึกแจ่มใสอย่างบอกไม่ถูก เขามองจีนนี่พี่สาวด้วยความรู้สึกว่าเธอเป็นผู้ช่วยที่แสนวิเศษ เขาออกจะเชื่อมือเธอ &lt;br /&gt;เพื่อนสาวคนใหม่ของน้องชายในสายตาของจีนนี่นั้น เป็นผู้หญิงผมยาวเหมือนประไพพิมพ์ แต่หน้าตาเรียบๆ ท่าทางก็งั้นๆ แถมหน้าก็ไม่แต่ง และมีลักษณะเอางานเอาการ จุดเด่นของ สิรินเห็นจะมีอยู่ตรงดวงตาของเธอ และการแต่งตัวที่ง่ายสะอาด และดูดีเข้ากับตัวเอง.. ก็เธอเป็นนักออกแบบเสื้อผ้านี่ &lt;br /&gt;จีนนี่รู้สึกได้ว่าน้องชายไม่ชอบผู้หญิงสวยเจี๊ยบ แต่มักชอบผู้หญิงที่มีความเก่งในตัว ประไพพิมพ์ก็เก่ง เธอเป็นผู้นำด้านกิจกรรมต่างๆ มากมายหลายอย่าง ในขณะที่การเรียนของเธอก็สามารถรักษาระดับไว้ได้ดีพอสมควร ใครๆ ต่างเดาว่า ต่อไปประไพพิมพ์คงจะโลดแล่นในสังคมในบทบาทของนักสงเคราะห์ตัวยง..แต่ที่สุดแล้ว เธอก็สาบสูญเหมือนลูกหลานของใครต่อใครอีกหลายคน… &lt;br /&gt;สิรินกางสมุดออกแบบให้จีนนี่ดู..อืม ไม่เลวเลยล่ะ เธอยิ้มอย่างพอใจ&lt;br /&gt;“งานพี่ ทำให้คุณเสียเวลาหรือเปล่าคะ?" จีนนีเอ่ยอย่างเกรงอกเกรงใจ&lt;br /&gt;"ฉันแบ่งเวลาเป็นค่ะ" เธอยิ้มให้ .. &lt;br /&gt;"อีกอย่างฉันคิดว่าฉันคงได้ประสบการณ์อะไรดีๆ หลายอย่างจากคุณ" &lt;br /&gt;"เรียกว่าพี่จะดีกว่านะคะ แล้วพี่ก็ขอเรียกคุณว่า เอ้อ เรียกรินว่าริน เหมือนฮุยเค้าเรียกนะคะ มันฟังดูเป็นกันเองกันมากกว่า" จีนนี่และสิรินยิ้มให้กัน &lt;br /&gt;"ได้ค่ะพี่จีนนี่" &lt;br /&gt;"ตกลงพี่รับงานของรินไว้ทั้งหมดนี่เลยก็แล้วกัน" &lt;br /&gt;"ขอบคุณค่ะ" &lt;br /&gt;จีนนี่เขียนเช็คให้แล้วชวนว่า &lt;br /&gt;"อยู่ทานอะไรด้วยกันก่อนนะคะ วันนี้ตามาร์คน้องชายพี่ เขาเข้าครัวทำอะไรเลี้ยงแน่ะ.. เขาบอกว่า เขาเป็นเพื่อนกับริน"..&lt;br /&gt;สิรินรู้สึกว่าจีนนี่เริ่มบทบาทแม่สื่อแล้วตอนนี้ &lt;br /&gt;"รู้จักกันในคืนทมิฬหรือคะริน?" &lt;br /&gt;"ค่ะ" &lt;br /&gt;"ตั้งแต่วันนั้น น้องชายพี่ก็เหมือนคนไม่มีหัวใจ แต่เอาล่ะ เราอย่าพูดถึงมันอีกเลยนะริน ไปเถอะ ไปทานขนมกันที่บ้าน ห้ามปฏิเสธนะคะ ถ้ารินปฏิเสธ พ่อครัวของเราคงเสียใจมากแน่ๆ  ..เอ ไม่รู้ว่าเขาทำอะไรไว้เลี้ยงรินนะคะ" &lt;br /&gt;สิรินเดินตามจีนนี่ไปโดยดี บ้านของเธอเป็นตึกสองชั้นหลังใหญ่ มีหน้าต่างมากมายแลดูโปร่งโล่งสบายตา &lt;br /&gt;"ฮัลโล.." มาร์คร้องทัก เขาคาดผ้ากันเปื้อนเดินลิ่วเข้ามาต้อนรับ &lt;br /&gt;"สวัสดีสิริน ผมทำทาร์ตอร่อยๆให้คุณทานแน่ะ"เขาทำท่าเหมือนสนิทคุ้นเคยกับเธอมานาน เธอหัวเราะเบาๆ  &lt;br /&gt;"ไหนล่ะยะ.." พี่สาวนั่งลงที่โต๊ะอาหาร &lt;br /&gt;"กินได้แน่นะ" &lt;br /&gt;"โธ่..ได้สิฮะ อร่อยด้วยนะจะบอกให้" เขาหัวเราะ &lt;br /&gt;"นั่งก่อนฮะริน" เขาเลื่อนเก้าอี้ให้เธอ พี่สาวแอบค้อนเล็กน้อย &lt;br /&gt;"ขอบคุณค่ะ" &lt;br /&gt;สิรินรู้สึกขำ.. เขาดีต่อเธอ ชอบเธอ เพราะคนรักของเขาหายสาบสูญไป เขาคงรู้สึกว่าจะทดแทนได้ แต่เธอไม่โกรธเขาเลย เขาคิดอย่างนั้นแล้วมีความสุขก็ดีแล้ว.. &lt;br /&gt;"จะให้ช่วยอะไรไหมคะ?"เธอถามเขา &lt;br /&gt;"โอ๊ะ..ไม่ต้อง..ผมบริการเอง รอซักครู่นะฮะ"&lt;br /&gt;ดูเขามีความสุข .. ความจริงเขาเป็นผู้ชายที่ร่าเริงคนหนึ่งทีเดียว ถ้าหากตาเขาไม่หม่นหมอง.. &lt;br /&gt;"เขาไม่ยิ้ม ไม่หัวเราะอย่างนี้มานานแล้วล่ะริน    รู้ไหมว่าพี่รู้สึกดีเหลือเกินที่เห็นมาร์คมีความสุขอีกครั้งหนึ่ง…" จีนนี่เอ่ยแก่เธอด้วยความจริงใจ เธอได้แต่ยิ้มรับเท่านั้น &lt;br /&gt;ชายหนุ่มกุลีกุจอบริการเธอด้วยขนมอร่อยและชาฝรั่งรสดี ที่ทำให้เธอคิดถึงจารึกยามนั่งจิบชาด้วยกัน…เธอกำลังจะทำสิ่งที่ผิดต่อความรู้สึกของจารึกหรือเปล่านี่..แต่เธอยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ เพียงแต่รับทำงานให้กับพี่สาวของผู้ชายคนนี้ ..ผู้ชายที่ในวันนี้ ความรู้สึกของเธอต่อเขามิได้เป็นไปเช่นความรู้สึกต่อคนแปลกหน้าอีกต่อไป &lt;br /&gt;ก็เธอมาถึงบ้านช่องของเขา รู้จักพี่สาวเขา และรู้จักตัวเขาดีขึ้นอีกหน่อยว่าเขาทำขนมอร่อยดี หรือมันอร่อยเพราะมีความตั้งใจของเขาลงไปคลุกเคล้าด้วยก็ไม่รู้.. &lt;br /&gt;ระหว่างนั้น มาร์คจ้องมองดูเธอด้วยสายตาที่บอกความมหัศจรรย์ใจ มองเหมือนมองสิ่งที่หายาก หรือสิ่งที่เขาค้นเจออย่างไม่คาดคิด ..มองด้วยสายตาชื่นชมจนจีนนี่อยากสะกิดเตือนเขาว่า ..เฮ้..น้องชาย วางตาเสียบ้างก็ได้ สิ่งที่เห็นนี่เป็นตัวจริงเสียงจริงไม่ใช่ฝันหรอกน่ะ ไม่ต้องกลัวหรอกว่าอยู่ๆ สิรินคนนี้จะหายวับไปเหมือนคนปิดโทรทัศน์.. &lt;br /&gt;"ไปฝึกมาจากไหนเนี่ยะ..พี่ไม่ยักกะรู้ว่าเธอทำขนมเป็น ฮิฮิ..ตายแล้ว กินได้จริงๆ ด้วยสิ" จีนนี่หยอกเย้าพลางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี &lt;br /&gt;"โธ่ ..พูดแล้วจะหาว่าคุย ตอนผมไปอยู่กับแด้ดที่ไต้หวันไงฮะ แม่หนีไปเที่ยวฮ่องกงตั้งสองอาทิตย์ ผมต้องกางตำราทำอะไรๆ ให้แด้ดกิน…" &lt;br /&gt;ลูกบ้านนี้ออกจะแปลกอยู่ เพราะพ่อเป็นคนไทย แม่เป็นฝรั่ง แต่ลูกกลับเรียกพ่อว่าแด้ด เรียกแม่ว่าแม่… &lt;br /&gt;"ทุกวันไม่เห็นทำ"พี่สาวว่า &lt;br /&gt;"อ้าว ก็อุบไว้..ไว้ทำวันพิเศษๆแบบนี้ไงฮะ"เขายิ้มน่ารักน่าหยิก วันนี้ดูสดใสต่างไปจากทุกวัน..เหมือนเด็กตัวโค่งที่ชอบเย้าชอบแหย่ &lt;br /&gt;เธอมองหาความเศร้าในดวงตาเขา..ดีจริงที่เธอมองไม่เห็น เนื่องด้วยเขากำลังสดใสเต็มที.. &lt;br /&gt;"เป็นไงบ้างฮะริน อร่อยไหม? ติชมได้นะฮะ เผื่อโอกาสหน้าจะได้ปรับปรุงใหม่"มาร์คยื่นหน้าถามเอาใจ &lt;br /&gt;"อร่อยดีค่ะ"เธออดยิ้มให้เขาไม่ได้ &lt;br /&gt;"คุณไม่กลัวอ้วนนะฮะ" &lt;br /&gt;สิรินได้แต่ยิ้มให้กับท่าทางของเขา เธอเคยเห็นสายตาของพี่หมอจุ่นที่มองพี่สาวของเธอ และเอาอกเอาใจดูแลคนที่เขารักอย่างเดียวกันนี้..เธอรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ดี ที่น่าชื่นใจ แต่ครั้นมีผู้ชายมามองเธออย่างเดียวกันบ้าง ความจริงเธอก็รู้สึกดี แต่ก็สงสารเขา… &lt;br /&gt;เธอได้แต่ดูเขา และยิ้ม ..เธอเป็นเพียงผู้ดูเท่านั้น แต่ไม่ใช่ผู้แสดงบทบาทตอบสนองความรู้สึกใดของเขา ก็เพราะเธอมีคนที่เธอรักและรักเธอแล้ว… &lt;br /&gt;"คราวหน้าถ้ารินมีเวลาน้อย พี่จะให้มาร์คเค้าไปรับงานจากรินเองก็ได้นะคะ พี่เกรงใจน่ะค่ะ เพราะรู้ว่ารินมีงานเยอะ แค่รินรับงานของพี่ พี่ก็ปลื้มมากแล้วล่ะ แต่ถ้ารินจะมาเองก็ได้นะคะ แล้วแต่สะดวก…ยังไงก็ทำด้วยกันไปนานๆนะคะ ..เพราะนักออกแบบประจำที่นี่น่ะบางทีเขาก็ล้า พอล้า..แบบที่ออกมามันไม่สด"&lt;br /&gt;อืม บางครั้งเธอก็เบื่อรูปแบบซ้ำซาก แต่มันก็เป็นแบบที่เพียงพลิกแพลงไปมาเล็กน้อยก็ขายได้เรื่อยๆ เหมือนว่ามันเป็นมาตรฐานของบรรดาเด็กดีทั้งหลายยังไงก็อย่างนั้น… &lt;br /&gt;"ค่ะ" &lt;br /&gt;"พี่ขอเบอร์ที่บ้านรินด้วยก็แล้วกันนะคะ เผื่อว่ายังไงจะโทรไปปรึกษาหารือด้วยเกี่ยวกับเรื่องแบบเสื้อน่ะค่ะ..มีเครื่องแฟ็กซ์หรือเปล่า? ..ถ้ามีก็ดีนะคะจะได้สะดวก เผื่อจะส่งอะไรไปให้ดู หรือเผื่อว่ารินจะส่งอะไรมาให้พี่ดูบ้าง" &lt;br /&gt;"มีค่ะ" สิรินเปิดกระเป๋าหยิบนามบัตรออกมาให้หล่อน &lt;br /&gt;"ถ้าพี่จีนน่าไม่ว่าอะไร ถ้ารินงานยุ่งจริงๆ  รอขอส่งงานทางแฟ็กซ์นะคะ แต่จะพยายามอธิบายให้ละเอียดที่สุด" &lt;br /&gt;"อ๊อ..แหม ได้สิคะ"จีนน่าหัวเราะกลบเกลื่อนความพลาดพลั้ง..แหม ไม่น่าชี้นำ..แต่ก็ช่างเถอะ ยังไงเธอค่อยคิดต่อไปก็แล้วกันว่าจะทำอย่างไรให้หนุ่มสาวคู่นี้ได้พบปะกันบ่อยขึ้น.. &lt;br /&gt;เธอมองน้องชายอย่างรู้สึกถึงความผิดพลาดบางประการของตน มาร์คลอบถอนหายใจ.. &lt;br /&gt;"เอ้อ..รินพักแถวไหนคะ เผื่อพี่ผ่านไปแถวนั้นจะได้แวะไปคุยด้วย..รินพักอยู่กับใคร อยู่กับพ่อแม่หรือเปล่า เอ้อ ที่ถามนี่อย่าหาว่าละลาบละล้วงเลยนะคะ คือว่า พี่เห็นว่าไหนๆเราก็รู้จักกันแล้ว" &lt;br /&gt;สิรินมองสองพี่น้อง จีนน่าอยากรู้จักเธออย่างมิตรนี่นะ ..จะเป็นไรไป.. &lt;br /&gt;"ค่ะรินพักคอนโดแถวๆสุขุมวิท 32 บ้านรินอยู่ต่างจังหวัดน่ะค่ะ แต่ก่อนรินพักกับพี่สาว แต่พี่สาวรินได้รับอุบัติเหตุจนพิการ เลยกลับไปอยู่บ้าน" &lt;br /&gt;"โถ" &lt;br /&gt;"โถอะไรฮะ" มาร์คเอ่ยถามพลางยิ้ม &lt;br /&gt;"อ้าว ..ก็โถ..ที่รินต้องอยู่คนเดียวน่ะสิ" &lt;br /&gt;"เดี๋ยวนี้ใครๆ ในเมืองหลวง เขาอยู่คนเดียวกันถมเถ มีแต่พี่แหละฮะ ..อยู่คนเดียวก็ไม่ได้ ต้องอยู่เป็นกลุ่มเป็นก๊ก ผมเลยพลอยอยู่คนเดียวไม่เป็นไปด้วย.." เขาหัวเราะ &lt;br /&gt;จีนน่าก็พลอยหัวเราะไปด้วย &lt;br /&gt;"อย่าถือสาพี่เลยนะคะริน ก็เป็นอย่างนี้แหละค่ะ คือ พวกเราไม่ชินกับการอยู่คนเดียวน่ะค่ะ แปลกไหม…ถึงเราจะเป็นลูกครึ่งฝรั่งอย่างนี้ แต่ครอบครัวเราอยู่กันอย่างที่เห็นนี่แหละค่ะริน น้องอยู่กับพี่ตลอด พ่อแม่ไปไหนก็ไปด้วยกัน แต่ไปอยู่ไหนลูกๆ ก็จะเทียวไปเทียวมาตลอดเวลา เราไม่มีใครอยู่ตามลำพัง" &lt;br /&gt;"ผิดฮะ"น้องชายท้วง &lt;br /&gt;"ผิดยังไง" &lt;br /&gt;"ก็ผิดที่ว่าไม่มีใครอยู่คนเดียวไง เว้นแต่เวลาไปเรียนหนังสือนะฮะ นี่เดี๋ยวปีหน้าผมก็ต้องไปอยู่คนเดียวที่อเมริกา" &lt;br /&gt;"อ้อ..ใช่ แต่ใครไปเรียนเราก็จะทัวร์กันตลอด ทัวร์ไปเยี่ยม เปลี่ยนกันไปเยี่ยมทั้งปี" พี่สาวหัวเราะ &lt;br /&gt;"ก็ตอนที่พี่เรียนโทน่ะ จำได้ไหม เดี๋ยวเดือนนี้แม่มา อ้าวเดี๋ยวอีกเดือนมาร์คมา อีกเดือนแด้ดมีวันหยุด แด้ดมา แม่ก็ตามมาอีกแล้ว ตกอีกเดือนปีเตอร์กับเดวิด..เว้นไปอีกเดือน มาร์คก็มาใหม่อีกแล้ว ก็จะเป็นแบบนี้" &lt;br /&gt;"ฉนั้นคุณให้อภัยพี่สาวผมเถอะฮะที่ขยันโถ ขยันโธ่กับชีวิตปรกติของคนในเมืองหลวง" &lt;br /&gt;คราวนี้เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้ชายคนนี้อยู่คนเดียวไม่ได้ …พอบางอย่างในชีวิตของเขาหายไป เขาก็คว้าใหม่.. บังเอิญเธออยู่ตรงที่มือเขาเอื้อมถึงตอนนั้นพอดี.. เขาเลยมาติดอยู่กับเธอ..เรื่องมันก็มีเพียงเท่านี้เอง… &lt;br /&gt;ต่อมาเธอก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาติดเธอมากขึ้น..และยิ่งรู้สึกว่าครอบครัวเขาเป็นครอบครัวที่น่ารัก หลายครั้งที่เขาไปหาเธอที่ตึกทำงานพร้อมด้วยอาหาร หรือขนมที่พี่สาวเขาทำบ้าง ตัวเขาทำเองบ้าง นำมาให้เธอ &lt;br /&gt;อีกที เขาพาน้องชายมาแนะนำให้เธอรู้จัก น้องชายเขาหน้าตาออกเป็นฝรั่งมากกว่าเขา ยิ้มเก่งและช่างพูด เขาชื่อปีเตอร์ และปีเตอร์ก็เป็นคนเอ่ยปากบอกกับเธอว่า… &lt;br /&gt;"วันนี้แม่กับแด้ดกลับมาเยี่ยมเรา..จะอยู่กับเราที่เมืองไทยถึงสองอาทิตย์นะฮะพี่ริน.." เขาทำตัวสนิทสนมกับเธอรวดเร็วราวกับรู้จักมานานเหมือนมาร์คพี่ชายเขานั่นแหละ &lt;br /&gt;"พรุ่งนี้แม่จะทำอาหารเลี้ยงพี่ริน..พี่รินช่วยไปชิมฝีมือมาดามแมรี่หน่อยนะฮะ" &lt;br /&gt;สิรินทำท่างงๆ  .. &lt;br /&gt;"คือแม่ผมอยากทำอาหารให้คุณทานน่ะฮะ" มาร์คเอ่ย พลางทำตาปรอยเหมือนสิริยาทำบ่อยๆเวลาจะวิงวอนอะไรสักอย่าง ทำให้เธออดขำไม่ได้ &lt;br /&gt;"ฉันว่าไม่เหมาะกระมังคะ" ..มันดูเหมือนเธอเป็นคนรักของเขาจริงๆ น่ะ &lt;br /&gt;แม่เขาให้ความสำคัญถึงขนาดจะลงมือทำอาหาร ให้ชิมฝีมือทีเดียวหรือ สิรินรู้สึกแปลกพิกล ตะขิดตะขวงใจบอกไม่ถูก &lt;br /&gt;"คือฉันไม่มีความสำคัญอะไรขนาดนั้น" &lt;br /&gt;"ไม่สำคัญอะไรได้ฮะพี่ริน มาดามไม่ใชว์ฝีมือง่ายๆนะฮะ น่า…ลองไปชิมแกงไทยฝีมือฝรั่งซะหน่อย" ปีเตอร์คะยั้นคะยอ… &lt;br /&gt;"แหม.. ฉันเป็นคนนอกนะคะ มันไม่ดูแปลกไปหน่อยหรือ มันเหมือนกับว่า ฉันกับคุณ.." &lt;br /&gt;"ก็เราเป็นเพื่อนกัน รู้สึกดีต่อกันนี่ฮะริน ถ้าคุณไม่อยากไปก็ไม่เป็นไรหรอกฮะ แต่แม่คงผิดหวัง พี่จีนน่าก็คงเสียใจนิดหน่อย ผมเสียใจมากหน่อย แล้วแกล่ะ.."เขาหันไปถามน้องชาย &lt;br /&gt;"ผมผิดหวังมากๆ" &lt;br /&gt;"เอาเถอะค่ะ " สิรินรู้สึกรำคาญการเสียดสีของสองพี่น้องเสียเต็มประดา คราวนี้สองหนุ่มพากันยิ้มแต้น่ามอง.. &lt;br /&gt;"ให้ผมไปรับนะ" มาร์คถามเบาๆ  &lt;br /&gt;"ฉันขับรถไปเองดีกว่าค่ะ " &lt;br /&gt;"ผมไปรับก็ได้" &lt;br /&gt;คราวนี้เธอถอนใจ &lt;br /&gt;"ไม่ได้หรอกค่ะ ฉันเป็นแค่เพื่อน..ไม่ใช่คนรักของคุณ ไม่ต้องเทคแคร์ถึงเพียงนั้น" &lt;br /&gt;"เฮ้อ…ก็เมื่อคุณเองก็ยังไม่มีแฟน.."มาร์คยิ้มย่อง.. แล้วเขาก็อธิบายว่า &lt;br /&gt;"ถ้าคุณจะไปเอง คุณน่าจะไปถึงตอนทุ่ม หรือไม่เกินทุ่มครึ่งนะฮะ เราทานกันสองทุ่ม ไม่ต้องห่วงนะฮะริน บ้านเราไม่มีพิธีรีตองอะไรหรอกฮะ ..แล้วแม่ผมก็พูดไทยพอเข้าใจกันได้"&lt;br /&gt;"ส่วนแด้ดของเราพูดไทยทุกคำ" ปีเตอร์เสริม แล้วสองพี่น้องก็หัวเราะ ก็พ่อเขาเป็นคนไทย จะให้พูดภาษาอังกฤษกับคนไทยด้วยกันก็ออกจะเกินไป..&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8688413871670125189-1512122360994558027?l=sirinrose.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirinrose.blogspot.com/feeds/1512122360994558027/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8688413871670125189&amp;postID=1512122360994558027&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/1512122360994558027'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/1512122360994558027'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirinrose.blogspot.com/2009/05/34.html' title='ตอนที่ 34'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8688413871670125189.post-7491716027283835273</id><published>2009-05-19T23:18:00.000-07:00</published><updated>2009-10-24T01:35:53.106-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ตอนที่ 33'/><title type='text'>ตอนที่ 33</title><content type='html'>จั่นกับณัฐนั่งอยู่ด้วยกันที่ชุดโต๊ะหินอ่อนในสวนหลังบ้านอันกว้างใหญ่ของเขา ณัฐรับเธอมาดูเรือนหอที่สร้างไปแล้วกว่าครึ่ง เป็นบ้านตึกสองชั้นสีขาว ที่ปลูกอยู่ในบริเวณที่ดินเดียวกันกับบ้านพ่อแม่ อีกไม่นานแล้วที่บ้านจะเสร็จลง และจากนั้นระฆังวิวาห์ก็จะกังวาลขึ้น .. เขาและว่าที่เจ้าสาวเฝ้ามองเรือนหอของตนอย่างมีความสุข... &lt;br /&gt;"จั่น .. เราไปเยี่ยมแก้วที่เชียงใหม่กันดีไหม?" ณัฐเอ่ยชวน .. ระยะหลังเขาต้องเป็นฝ่ายเอ่ยถึงเพื่อนคนนี้ก่อนเสมอ เพราะจั่นจะไม่พูดถึงสร้อยแก้วเลย.. &lt;br /&gt;คำถามของเขาทำให้เธอหงุดหงิด .. &lt;br /&gt;"เป็นอะไรไป?" เขาถามเบาๆ  &lt;br /&gt;"เปล่าค่ะ"&lt;br /&gt;"ไปนะ" &lt;br /&gt;คราวนี้จั่นมองหน้าเขา .. &lt;br /&gt;"ทำไมถึงอยากไปนักค่ะณัฐ" เธอเมินมองออกไปที่บ้าน ที่กำลังสร้าง &lt;br /&gt;"คุณส่งบอดี้การ์ดไปแล้วก็น่าจะพอ คุณไม่กลัวคำถามของแก้วหรือคะ แก้วเค้ารู้นะคะว่าเป็นคุณ" &lt;br /&gt;"รู้ก็รู้สิจั่น ผมไม่ได้กลัวว่าแก้วจะรู้ ผมก็แค่บอกว่าผมห่วง บอกตามตรงนะจั่นว่าผมห่วงแก้ว ผมไม่สบายใจที่พ่อคิดจะเล่นงานแก้ว จั่นว่าถ้าผมรู้อย่างนี้แต่ไม่ทำอะไรเลย ผมจะมีความสุขหรือ? .. ผมไม่มีความสุขแน่ .. คงละอายแก่ใจไปตลอดทั้งชาติ" &lt;br /&gt;"จั่นว่าคุณคุยกับคุณพ่อคุณดีกว่าค่ะณัฐ ขอร้องท่าน .. แก้วไม่ได้เขียนคอลัมน์นั้นอีกแล้วนี่คะ" &lt;br /&gt;มันจะยากหรือง่ายอย่างไรไม่รู้ แต่เธอคิดว่ามันดูจะได้ผลดีกว่าการคอยเฝ้าระวังอย่างนี้.. ความจริงเธอเองก็ห่วงสร้อยแก้วไม่น้อย &lt;br /&gt;"แล้วเชียงใหม่น่ะ ณัฐไม่ต้องไปก็ได้...จั่นจะไปเอง จั่นมีเรื่องจะต้องคุยกับแก้วเหมือนกัน" จั่นไม่ชอบความรู้สึกอย่างนี้เลย คือการได้เห็นแววตาแห่งความกระตือรือล้นและห่วงใยของชายคนรักที่มีต่อสร้อยแก้วเพื่อนผู้อาภัพของเธอ &lt;br /&gt;ณัฐมองเธอ ... แล้วเขาก็พยักหน้าตกลง &lt;br /&gt;"ก็ได้ " .. เขาเองคิดว่า เขาคงอึดอัดไม่น้อยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสร้อยแก้ว สายตาของสร้อยแก้วเป็นสายตาของผู้หญิงที่ฉลาดเฉลียวคมกริบ...รู้เท่าและรู้ทัน..&lt;br /&gt;จั่นแอบถอนหายใจ วูบหนึ่งเธอให้นึกละอายที่หึงหวงณัฐกับสร้อยแก้ว เพื่อนหญิงที่วันนี้เดินไม่ได้อีกต่อไป และอีกวูบ .. ก็สงสารเวทนาเพื่อน เพื่อนที่รักกัน ผูกพันเกื้อกูลกันมานานปี .. และความผูกพันนั้นก็หลายชั้นนัก จวนเจียนจะเกี่ยวดองเป็นญาติเป็นเชื้อกันแล้วด้วยซ้ำ.. &lt;br /&gt;จั่นเดินทางถึงบ้านสร้อยแก้วตอนสาย บ้านที่เปลี่ยนจากบ้านไม้เล็กๆ  ต่อเพิงออกมาเป็นหลังคาโรงรถอย่างง่ายๆตามประสาครอบครัวที่มีฐานะปานกลางระดับต่ำ บัดนี้กลายเป็นบ้านตึกชั้นเดียวทาสีครีมหลังกว้างใหญ่ มีชานยื่นออกมาที่สนามหญ้า และทางเข้าบ้านปูด้วยกระเบื้องปูพื้นอย่างดี แถมริมรั้วหน้าบ้านยังทำเป็นตึกเล็กๆ  เปิดเป็นร้านของชำ มีตู้แช่เครื่องดื่มขนาดใหญ่ และชั้นวางของ ... &lt;br /&gt;พ่อแม่ของสร้อยแก้วอยู่กันที่ร้านค้านั่น... ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปหมด จั่นรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า นึกชื่นชมสร้อยแก้วและน้องสาวที่ได้สร้างฐานะขึ้นมาโดยน้ำพักน้ำแรงอย่างน่าภาคภูมิใจ... ลูกบ้านนี้เป็นอภิชาติบุตรโดยแท้ ..&lt;br /&gt;จั่นย้อนคิดถึงตัวเองบ้าง เธอไม่มีโอกาสได้แสดงความเก่งกาจอย่างนี้ ด้วยพ่อแม่ได้สร้างสมสมบัติให้เธอและพี่ชายให้มีชีวิตและฐานะที่สุขสบายเป็นพื้นฐานอยู่ก่อนแล้ว ทุกวันนี้ถึงเธอและหมอจุ่นจะมีงานที่มั่นคงทั้งคู่ แต่ก็ไม่ต้องจุนเจือพ่อแม่ สิ่งที่พอจะทำให้ท่านได้ก็คือไม่สร้างความทุกข์ใจให้แก่ท่านเท่านั้น... &lt;br /&gt;จั่นมองเห็นรถตู้ของพวก "ผู้คุ้มกัน" จอดอยู่ริมรั้วบ้าน ส่วนรถสองแถวสีแดงของพ่อเพื่อนจอดอยู่ในโรงรถของบ้าน&lt;br /&gt;"พ่อขา แม่ขา ... สวัสดีค่ะ" จั่นไหว้พ่อแม่สร้อยแก้วด้วยความรู้สึกไม่ต่างจากวันวานเมื่อเธอมาที่บ้านของสร้อยแก้วครั้งแรกในสมัยที่ยังเป็นนักศึกษา. และเธอรู้สึกเหมือนพ่อแม่ของเพื่อน   เป็นพ่อแม่ของตน&lt;br /&gt;"อ้าว จั่น"พ่อร้องทักเสียงดัง &lt;br /&gt;"สวัสดีจ๊ะ ไหว้พระนะลูก..มายังไงล่ะเนี่ยะ" &lt;br /&gt;"มาเครื่องบินค่ะ" จั่นยิ้มอย่างอารมณ์ดี &lt;br /&gt;แม่ของเพื่อนหัวเราะแล้วเปิดตู้เย็นหยิบน้ำมะพร้าวแช่เย็นออกมายื่นให้ &lt;br /&gt;"น้ำมะพร้าว.. แก้วเค้าทำให้แม่ขาย" &lt;br /&gt;“โถ.. ขอบคุณค่ะแม่" จั่นรับมาดื่มแล้วถามว่า &lt;br /&gt;"แม่กับพ่อสบายดีหรือคะ?" &lt;br /&gt;"..ไม่ต้องเทียวไปเทียวมาดูแก้วก็ถือว่าสบายขึ้นเยอะ"  พ่อบอก &lt;br /&gt;"แล้วแก้วล่ะค่ะ..แก้วเค้าเป็นไงบ้าง" &lt;br /&gt;"ก็ไม่เห็นเป็นไง..อยากรู้อะไรเดี๋ยวเข้าไปถามกันเอาเองเถอะ" แล้วแม่ก็พาจั่นเข้าบ้าน แล้วร้องบอกสร้อยแก้วว่า &lt;br /&gt;"แก้ว..แก้วเอ๊ย..มาดูซิว่าใครมา.." &lt;br /&gt;สร้อยแก้วเข็นรถออกมาจากห้องทำงาน..บ้านนี้มีพื้นระดับเดียวตลอดทั้งบ้านเพื่อความสะดวกของสร้อยแก้ว &lt;br /&gt;"จั่น" &lt;br /&gt;"เป็นไงบ้างแก้ว?"จั่นเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม &lt;br /&gt;"สบายดี" สร้อยแก้วยิ้มให้ &lt;br /&gt;แม่เลี่ยงกลับออกไปที่ร้านขายของหน้าบ้านแล้ว จั่นเข็นรถเข็นของสร้อยแก้วไปที่ห้องรับแขกที่ มีรูปสร้อยแก้วและสิริยาตอนรับปริญญา และรูปสิรินตอนรับประกาศนียบัตรจากสถาบันออกแบบแขวนอยู่ และมีรูปถ่ายครอบครัวที่มองดูอบอุ่นไม่น้อย.. &lt;br /&gt;"นั่งสิจั่น ตามสบายนะ เดี๋ยวจะเอาน้ำมาให้"สร้อยแก้วเชื้อเชิญให้เพื่อนนั่งที่ชุดรับแขกไม้สักแกะสลัก มีเบาะผ้าฝ้ายลายดอกไม้สีอ่อน  น่านั่งสบาย และหอมกลิ่นดอกเกดถวาที่แม่เด็ดมาลอยน้ำในโถแก้วที่วางไว้ที่โต๊ะกลาง &lt;br /&gt;"กินมาแล้วล่ะ แม่ให้กินน้ำมะพร้าว..ขยันนะทำน้ำมะพร้าวให้แม่ขายด้วย" &lt;br /&gt;"อะไรที่พอทำได้ ก็ทำไปตามปรกติแหละ" &lt;br /&gt;"แก้ว..ถามจริงเถอะ..อย่าหาว่าละลาบละล้วงเลยนะ..อย่างแก้ว..ถ้าแต่งงาน แก้วจะมีเซ็กซ์ได้ไหม?" &lt;br /&gt;สร้อยแก้วขมวดคิ้ว… แล้วระหว่างเธอกับจั่นก็เกิดช่องว่างใหญ่ที่แสนจะเวิ้งว้างขึ้นอีก &lt;br /&gt;"มีอะไรหรือเปล่าที่มานี่" สร้อยแก้วถามด้วยเสียงเฉยเมย&lt;br /&gt;"เฮ้อ.."จั่นถอนใจ ..พี่ชายเธอรักสร้อยแก้วเหลือเกิน..     จนแม้นแต่สร้อยแก้วเป็นอย่างนี้ เขายังยืนกรานจะย้ายมาทำงานแถวนี้.. ยังยืนยันที่จะรัก..จะดูแลผู้หญิงคนนี้..&lt;br /&gt;"ขอโทษนะแก้ว.." &lt;br /&gt;"เธอมาเรื่องพี่ชายเธอใช่ไหม?" &lt;br /&gt;"ใช่.."จั่นยอมรับ &lt;br /&gt;"เธอคงจะสบายใจขึ้นถ้าฉันจะบอกเธอว่า ระหว่างฉันกับพี่หมอ..จะไม่มีการแต่งงาน.." &lt;br /&gt;"แก้ว" &lt;br /&gt;".." &lt;br /&gt;"แต่ พี่หมอกำลังจะย้ายตามเธอ และยืนยันจะแต่งกับเธอ..เขายังมาหาเธอบ่อยๆ  ไม่ใช่หรือ?" &lt;br /&gt;คราวนี้สร้อยแก้วถอนใจ &lt;br /&gt;"ฉันกับพี่หมอไม่มีอะไรโกรธเคืองกันนะ เขาจะไปจะมา ฉันห้ามเขาไม่ได้หรอก ชีวิตคนไม่ใช่นิยายนะจั่น เขาดีกับฉัน จะให้ฉันผลักไสเขา ให้ฉันห้ามไม่ให้เขามา ..ฉันทำไม่ได้ ..ฉันทำได้เพียงแค่จะไม่แต่งกับเขา ไม่ยึดเขาไว้กับชีวิตที่พิการของฉัน.. เท่านี้เธอก็น่าจะพอใจ.. ถ้าเธอจะกลับให้พ่อฉันไปส่งก็ได้.."&lt;br /&gt;สร้อยแก้วเข็นรถถอยออก แล้วหมุนกลับช้าๆออกจากห้องนั้นไป &lt;br /&gt;จั่นน้ำตาไหลพรากกับความหมางเมิน เธอไม่รู้ว่าสร้อยแก้วก็ร้องไห้.. ร้องครั้งแล้วก็ครั้งเล่า ร้องแม้นกระทั่งในความฝันอันโหดร้าย &lt;br /&gt;เมื่อจั่นออกมาร่ำลาพ่อแม่ของเพื่อนนั้น ดวงตาเธอยัง   แดงก่ำ ไม่ยอมสบตาใครเลย &lt;br /&gt;"จั่นลาล่ะค่ะพ่อ แม่" เธอยกมือไหว้ &lt;br /&gt;"อ๊าว มาแป๊บเดียวจะกลับล่ะหรือจั่น ไม่ค้างซักคืนล่ะลูก"แม่เอ่ยเอื้อนอย่างสงสัยนักหนา &lt;br /&gt;จั่นได้แต่ส่ายหน้าไปมา แล้วเดินงุดๆออกไปสองผัวเมียมองหน้ากันแล้วมองกลับเข้าไปในบ้าน.. &lt;br /&gt;"มันยังไงกันน่ะพ่อ" &lt;br /&gt;"ไม่รู้สิ" &lt;br /&gt;"แกร้องไห้ด้วยนะ ทะเลาะอะไรกันหรือไง?" &lt;br /&gt;"มาจากกรุงเทพฯเนี่ยะนะ มาทะเลาะกันแล้วกลับ" พ่อโวยวาย แล้วต่างคนต่างก็นิ่งกันไป &lt;br /&gt;คราวก่อนหมอจุ่นเดือดร้อนดั่งมีความทุกข์สุม  หัวอกที่สร้อยแก้วยืนยันจะไม่แต่งงานด้วย เธอถอดแหวนหมั้นคืนให้ แต่หมอจุ่นกลับนำมายัดเยียด ซุกไว้ในมือพ่อ &lt;br /&gt;คราวนี้น้องสาวเขามาเรื่องอะไรกันอีกล่ะ.. &lt;br /&gt;พ่อยังจำคำพูดของว่าที่ลูกเขยได้ดีเหมือนเขาเพิ่งพูดเมื่อวานนี้นี่เอง.. &lt;br /&gt;"ผมไม่ยอมรับ ผมไม่ถอนหมั้นนะพ่อ" &lt;br /&gt;"พ่อหมอ..บอกตามตรงจากใจนะลูก ว่าพ่อน่ะรักพ่อหมอเหมือนลูกเหมือนหลาน ยินดีมีใจอยากให้มาเกี่ยวดองกัน แต่ว่าตอนนี้ แก้วมันเป็นอย่างนี้แล้ว มันคงจะได้แค่นี้แหละลูก จะให้ฝืนแต่งกันไป มันก็เท่ากับทางเราเห็นแก่ตัว ที่ยึดโยงพ่อเอาไว้ แทนที่พ่อหมอจะได้ไปพบไปเจอคนใหม่ที่เขาดีกว่าแก้ว คนที่เมื่อแต่งกันไปแล้วมีความสุขทั้งกายและใจ มีลูกมีเต้าด้วยกันได้ไม่มีปัญหาอะไร" &lt;br /&gt;"พ่อครับ" เขามองหน้าท่านด้วยดวงตาเด็ดเดี่ยว &lt;br /&gt;"ถ้าผมไม่ได้แต่งกับแก้ว ผมก็จะไม่แต่งกับใคร ผมไม่คิดว่าการที่แก้วเป็นอย่างนี้จะทำให้เราอยู่ด้วยกันไม่ได้ ผมไม่มีปัญหาอะไร..ผมรักแก้วมากพอที่จะดูแลแก้วไปตลอดชีวิต" พ่อได้แต่ถอนใจเหมือนเมื่อถอนใจอยู่ในขณะนี้ &lt;br /&gt;แม่เดินเข้าไปถามสร้อยแก้วในบ้านว่า &lt;br /&gt;"มีอะไรกันหรือแก้ว จั่นถึงได้เดินร้องไห้ออกไปอย่างนั้น" &lt;br /&gt;"ไม่มีอะไรนี่คะแม่" เสียงลูกสาวเบาหวิว &lt;br /&gt;"จั่นมาทำไมหรือแก้ว?" &lt;br /&gt;คราวนี้สร้อยแก้วนิ่งไปพักหนึ่ง &lt;br /&gt;"เราแค่คุยกันเรื่องพี่หมอ..แก้วแค่บอกว่าแก้วกับพี่หมอจะไม่แต่งงานกัน..ก็เท่านั้นแหละค่ะแม่" &lt;br /&gt;"โถ.. แกคงเสียใจ น้อยใจล่ะสิ" &lt;br /&gt;สร้อยแก้วมองแม่แล้วอดยิ้มทั้งน้ำตาไม่ได้ ..นี่คือความคิดที่ซื่อใสของแม่ โถ..แม่จ๋าแม่.. &lt;br /&gt;จั่นกลับไปบอกพ่อกับแม่ของเธอว่า &lt;br /&gt;"แก้วกับพี่หมอคุยกันแล้วล่ะค่ะ ว่าพวกเขาจะไม่แต่งงานกัน" แต่คนบอกมีสีหน้าท่าทางไม่สบายใจนัก ออกจะหงอยเศร้าเสียด้วยซ้ำ&lt;br /&gt;"อ้าว ทำไมตาจุ่นไม่บอกเราซักค่ำ"แม่สงสัย &lt;br /&gt;"นั่นสิ มันยังไงกัน ..ปล่อยให้วิตกกังวลกันอยู่ได้ หรือว่าเขาเพิ่งจะคุยกัน"พ่อเอ่ย &lt;br /&gt;"ไม่ทราบสิคะ แต่แค่เขาไม่แต่งงานกันแล้ว เราก็น่าจะพอใจนะคะ" เธอลุกขึ้นยืน &lt;br /&gt;แล้วเดินเลี่ยงออกมาเสีย ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก..เธอสะเทือนใจมากมายเมื่อสร้อยแก้วตัดสัมพันธ์ขาดสะบั้น ไม่ต้องถึงกับยืดอกบอกออกมาว่า เราขาดจากความเป็นเพื่อนกัน แต่มันก็เหมือนใช่อย่างนั้น เธอรู้สึกได้ว่าเพื่อนสิ้นศรัทธาในตัวเธอ ในความเป็นเพื่อนที่มีต่อกันมาเนิ่นนาน &lt;br /&gt;สร้อยแก้วคงสะเทือนใจเหมือนกัน ก็เมื่อมีเคราะห์กรรมกระหน่ำ เพื่อนที่เคยรักกันมานานกลับห่างเหินเปลี่ยนแปร &lt;br /&gt;แต่เธอสาบาญได้ว่าเธอจะไม่มีวันเป็นอย่างนี้ ถ้าสร้อยแก้วจะเป็นเพียงเพื่อนรัก ที่ไม่ใช่คู่รักของพี่ชายเธอ..เธอรู้สึกว่าตัวเองทำตัวเหมือนเจ้าของคอกปศุสัตว์กับวัวที่บาดเจ็บสาหัสรักษาไม่หาย นานไปรังแต่จะทรมาน แม้นว่ารักมาก ผูกพันมาก แต่ก็ต้องประทับปืนเล็งไปที่มัน แล้วลั่นกระสุนใส่มันเพื่อยุติความทรมานของมัน &lt;br /&gt;แต่แล้วเธอก็มาคิดอีกแง่หนึ่ง..ซึ่งเธอรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้องนักที่เธอและพ่อแม่ ได้ทำตัวเป็นเจ้าของชีวิตหมอจุ่น และพยายามที่จะบงการชีวิตเขาให้เดินไปในทิศทางที่เห็นว่าดี โดยเจ้าตัวมิได้เต็มใจ แต่ทั้งหมดนี้ก็ด้วยรักและห่วงอาทรต่อชีวิตและอนาคตของเขา &lt;br /&gt;จั่นถอนใจ..เธอเสียเพื่อนไปคนหนึ่งแล้วจริงๆ และมโนธรรมของเธอมันก็ร้องอุทร ถกเถียงกับฝ่ายอธรรมในจิตใจ.. ถ้าเธอเป็นสร้อยแก้ว และถ้าสร้อยแก้วเป็นเธอ ถ้าเอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง เธอถามตัวเองว่าสร้อยแก้วจะทำอย่างที่เธอทำหรือไม่ &lt;br /&gt;เธอนั่งคิดจนมึนไปหมด ไม่ได้ความกระจ่างสักเรื่องเดียว จนเมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา เธอจึงร้องขอออกไปว่า &lt;br /&gt;"ขอยาแก้ปวดให้จั่นหน่อยเถอะจุรี" &lt;br /&gt;แต่คนที่ก้าวเข้ามาไม่ใช่จุรีสาวใช้ประจำบ้านของเธอ แต่เป็นณัฐ คู่หมั้นของเธอนั่นเอง &lt;br /&gt;"ปวดหัวมากหรือจั่น" คำถามของเขาทำให้เธอหันไปมองอย่างเชื่องช้า เจอดวงหน้าของเขายิ้มละไมส่งมาให้ &lt;br /&gt;"ณัฐ" เธอยื่นมือให้เขาจับ ราวกับจะขอกำลังใจจากเขา รินเทให้เธอ..เขาบีบมือนั้นไว้เบาๆ .. &lt;br /&gt;"เครียดมากหรือไง?" &lt;br /&gt;"ค่ะ..ปวดหัวมากเลย" &lt;br /&gt;"รอเดี๋ยวนะ ผมจะไปหายามาให้ทาน" &lt;br /&gt;"ขอบคุณค่ะ" &lt;br /&gt;เธอรู้สึกดีขึ้นบ้างเมื่อพบเขา..เธอรักเขา..เหมือนสร้อยแก้วรักพี่ชายของเธอ.. แล้วหากเธอจะต้องสูญเสียเขาไปบ้างล่ะ?..&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8688413871670125189-7491716027283835273?l=sirinrose.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirinrose.blogspot.com/feeds/7491716027283835273/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8688413871670125189&amp;postID=7491716027283835273&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/7491716027283835273'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/7491716027283835273'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirinrose.blogspot.com/2009/05/33.html' title='ตอนที่ 33'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8688413871670125189.post-9136540576145931115</id><published>2009-05-19T23:17:00.000-07:00</published><updated>2009-10-24T01:36:08.636-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ตอนที่ 32'/><title type='text'>ตอนที่ 32</title><content type='html'>สิรินนั่งคุยกับดาราสาวเจ้าของร้านบูติกเกี่ยวกับเรื่องเสื้อผ้าที่เธอขนมาส่งใหม่เอี่ยม เป็นวันหยุดของงานประจำของเธอ ถ้าสิรินไม่มาที่นี่ ก็มักจะไปหาช่างจ้อย และถ้าพอมีเวลาว่างกันบ้างเธอก็มักจะไปเดินดูเสื้อผ้าในห้างสรรพสินค้ากับช่างจ้อย &lt;br /&gt;"ช่วงนี้เมืองนอกเค้ากำลังฮิตสีลูกกวาดนะจ๊ะลิลลี่"จันทร์เจิดดาราสาวที่สวยอย่างเซ็กซี่เอ่ยแก่เธอ &lt;br /&gt;ความจริงร้านนี้ทั้งร้าน จะมีก็แต่เสื้อผ้ายี่ห้อ "จาริน"เท่านั้นที่เป็นของไทยแถมใช้ชื่อไทยหรา แต่กระนั้นก็เป็นเสื้อผ้าที่ขายได้พอๆ กับของนอกในขณะที่ราคาสูสีกัน &lt;br /&gt;จันทร์เจิดเป็นสาวนักเรียนนอก ที่นิยมของนอกและมักเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามของคนรู้จักมักคุ้นเป็นชื่อฝรั่งไปเสียหมด อย่างเช่นพนักงานขายของที่ชื่อหน่อย เธอก็เรียกว่านีน่า ชื่อนาง เรียกนาน่า เป็นต้น และสิรินก็ได้กลายเป็น "ลิลลี่"ไปด้วยเหตุเดียวๆ กัน &lt;br /&gt;"ค่ะ"สิรินเออออก็ใช่จริงแหละ เธอดูแฟชั่นโลกเหมือนกัน ที่ทำงานมีอะไรใหม่ๆไว้ให้ดูเสมอ ประเภทที่ว่าเขาเดินแฟชั่นกันที่มิลานตอนค่ำวานนี้ เช้านี้ที่กรุงเทพฯก็รู้เห็นความเคลื่อนไหวใหม่ๆ นั้นแล้วโลกแฟชั่นเป็นโลกที่รวดเร็วทันใจ และ..ไม่ช้านานเลย ของปลอมก็แพร่ไปทั่ว หาไม่การลอกเลียนนิดๆ หน่อยๆ ก็ต้องเกิดขึ้นเหมือนเชื้อเห็ดเชื้อราที่แพร่เร็ว &lt;br /&gt;"โอ๊ย..ถ้าลิลลี่ได้ไปแพรีส.. จะต้องชอบมากแน่ๆเลย ที่นั่นน่ะนะมีแต่คนหล่อคนสวย แต่งตัวเซอร์ๆเก๋ไก๋ ที่หรูก็หรูจริง ใส่เครื่องเพชรชุดใหญ่ ใส่เฟอร์แพงจับใจ กระเป๋ารองเท้ายี่ห้อเศรษฐีสะดุ้ง ..คือ มหาเศรษฐีเท่านั้นที่จะซื้อได้ แบบว่ารวยเป็นรวย รวยเป็นบ้าไปเลยน่ะ ฮิฮิ.." &lt;br /&gt;สิรินพลอยหัวเราะไปด้วย &lt;br /&gt;ว่าไปแล้วจันทร์เจิดก็มีใจ"แอนตี้" พวกไฮโซฯ อยู่บ้างเหมือนกัน ทั้งที่อยู่ในสังคมไฮโซฯมาแต่เกิด เธอมีบางส่วนที่ติดดิน มีบางส่วนที่หรูเฟ่ แต่เธอก็ไม่ได้บ้าของนอกจนไม่ไยดีของไทย เพียงแต่เธอมีข้อแม้มากมายเรื่องคุณภาพและมาตรฐาน และ..เธอก็ได้ให้โอกาสสิริน.. &lt;br /&gt;"พี่ยังเคยคิดเลยนะจ๊ะ ว่าถ้าเรารวยขนาดนั้นคงบ้า วันๆใช้เงินจนเบื่อ งานการไม่ต้องทำ มีดอกเบี้ยไหลมาเทมาตลอดเวลา ถึงภาษีจะงาบไปซะเยอะแต่ที่เหลือก็ยังอีกเยอะใช้ไม่หมด" &lt;br /&gt;"ให้รินรวยเท่าพี่จันทร์รินก็พอใจแล้วล่ะค่ะ" สิรินหัวเราะ จันทร์เจิดหัวเราะร่วน หล่อนหัวเราะสวย จริตกิริยาสวยน่ามองไปหมด &lt;br /&gt;ชายหญิงคู่หนึ่งก้าวเข้ามาในร้าน พนักงานหน้าประตูเอ่ยทักทายพร้อมประนมมือไหว้ &lt;br /&gt;"สวัสดีค่ะ" สองคนต่างยกมือรับไหว้ สิรินเห็นณัฐกับจั่น เธอจึงขยับตัว &lt;br /&gt;"รู้จักกันหรือจ๊ะ"จันทร์เจิดถาม &lt;br /&gt;"ค่ะ" สิรินตอบพลางลุกออกมาทักทาย&lt;br /&gt;"สวัสดีค่ะพี่จั่น พี่ณัฐ" เธอยกมือไหว้และยิ้มให้&lt;br /&gt;"อ้าวริน มาซื้ออะไรหรือ?" ณัฐรับไหว้พลางเอ่ยถาม จั่นรับไหว้เช่นกัน แต่หันไปบอกคู่หมั้นว่า &lt;br /&gt;"รินเค้าทำเสื้อขายให้ร้านนี้น่ะค่ะณัฐ" &lt;br /&gt;"อ๋อ เหรอ" &lt;br /&gt;"ค่ะ" สิรินยิ้ม &lt;br /&gt;"พี่จั่นกับพี่ณัฐสบายดีหรือคะ?" &lt;br /&gt;"จ๊ะ เราสบายดี แล้วแก้วล่ะ กลับไปอยู่บ้านแล้วเป็นไงบ้าง คราวนี้รินก็ต้องอยู่กรุงเทพฯคนเดียวน่ะสิ"จั่นเอ่ยถาม &lt;br /&gt;"พี่แก้วสบายดีค่ะ เพียงแต่..มีคนส่งคนมาเฝ้า    พี่แก้ว พี่แก้วเลยอึดอัดนิดหน่อย"สิรินแอบสังเกตุสีหน้าของณัฐไปด้วยขณะพูด และสีหน้าที่เธอเห็นทำให้เธอแน่ใจว่าใช่เขาแน่ แต่เขาคงทำด้วยหวังดี เธอรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนเลวหรอก..พ่อเขาต่างหากที่เลว.. &lt;br /&gt;"แต่ตอนนี้คงชินแล้วมังคะ" &lt;br /&gt;"แล้วนี่รินเอาเสื้อมาส่งหรือคะ วันนี้คุณจันทร์อยู่ร้านด้วย" จั่นมองไปทางดาราดังเจ้าของร้านที่นั่งอยู่ด้านในสุดของร้าน เป็นโต๊ะทำงานที่ทำจากพลาสติกใสเก๋ไก๋ จันทร์เจิดยิ้มและค้อมศีรษะทักทายลูกค้าอย่างเป็นกันเองอยู่ที่นั่น มีลูกค้าในร้านไม่มากนักหรอก แต่ลูกค้าที่เดินเข้ามามักไม่เข้าเปล่า ล้วนตั้งใจมาจ่ายทรัพย์กันคนละเยอะๆ ทั้งสิ้น &lt;br /&gt;"ค่ะ..นี่ก็ว่าจะกลับแล้ว" &lt;br /&gt;"ฝากความคิดถึงแก้วด้วยนะริน ถ้าเราว่าง เราจะไปเยี่ยม ที่บ้าน"จั่นบอก &lt;br /&gt;"อ้อ..พี่หมอคงไปบ่อย" &lt;br /&gt;"ยังไงไม่ทราบสิคะรินไม่ค่อยได้กลับบ้าน"ก็สิริน อยู่กรุงเทพฯ &lt;br /&gt;"พี่ก็เห็นว่าพี่หมอไม่ค่อยกลับบ้าน คิดว่าคงเลยไปโน่น... ก็เท่านั้นแหละ" &lt;br /&gt;ณัฐเหลือบมองคู่หมั้นด้วยความรู้สึกว่าจั่นได้พูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดอีกแล้ว แต่สิรินก็เฉยเสีย &lt;br /&gt;"ช็อปให้สนุกนะคะ รินคงต้องขอตัวก่อน.." &lt;br /&gt;"ความจริงข้างล่างมีร้านอาหารอร่อยๆ อยู่ร้านหนึ่งนะริน พี่ว่าถ้ารินไม่รีบเกินไป..นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว  เราน่าจะไปทานอะไรกันก่อนนะ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน"ณัฐเอ่ยชวนขึ้น &lt;br /&gt;เจตนาของเขาก็คือต้องการเชื่อมจั่นกับสร้อยแก้วและคนในชีวิตของสร้อยแก้ว เพื่อให้กลับเป็นเหมือนอย่างเดิมที่เคยสนิทชิดใกล้กันมากแต่เดี๋ยวนี้ดูเหมือนจั่นเองทำตัวเองให้กลายเป็นคนห่างไกล..นับตั้งแต่เพื่อนได้รับเคราะห์ร้าย..ทั้งที่เขาคิดว่าคู่หมั้นของเขาควรจะใกล้ชิดสร้อยแก้วให้มากกว่าเดิม แต่จั่นกลับห่างเหิน &lt;br /&gt;"ขอบคุณค่ะพี่ณัฐ"สิรินยิ้มให้เขา&lt;br /&gt;"พอดีรินนัดเพื่อนเอาไว้" &lt;br /&gt;"งั้นเอาไว้โอกาสหน้านะริน"จั่นเอ่ยบ้าง &lt;br /&gt;"ค่ะ สวัสดีค่ะ" สิรินไหว้ลาคนทั้งสอง แล้วหันไปยิ้มให้จันทร์เจิดที่อยู่ด้านใน ฝ่ายนั้นโบกมือไหวๆ พร้อมร้องบอกว่า &lt;br /&gt;"บ่าย บ๊าย.." &lt;br /&gt;สิรินเดินออกมาเจอใครคนหนึ่งหน้าบันไดเลื่อนของห้างฯ ..เฮ้อ..มาร์คอีกแล้ว..ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอก ผู้ชายคนนี้ตามเธอเหมือนเงา ด้วยเขาเห็นเธอเหมือนเงาของผู้หญิงที่เขาเคยรักเคยผูกพัน &lt;br /&gt;"สวัสดีฮะริน" &lt;br /&gt;"ไม่มีเรียนไม่ได้ถ่ายละครหรือคะวันนี้" เธออยากถามว่า ไม่มีอะไรทำหรือไง? แต่เธอรู้สึกว่าเขาแบ่งเวลาเก่งจริง เขาทั้งเรียน ทั้งต้องถ่ายละคร บางทีก็มีงานถ่ายแฟชั่น แต่เขาก็ยังมีเวลาที่จะโผล่มาให้เธอเห็นหน้า มาชวนพูดชวนคุย และตาที่โศกของเขาก็ทำให้เธอไม่อาจดูแคลนไมตรีของเขาได้...เธอจึงพูดดีกับเขา ทั้งที่ออกจะอึดอัด &lt;br /&gt;"ผมว่าง" &lt;br /&gt;"แต่ฉันไม่ว่าง" เธอยิ้ม เธอลงบันไดไปชั้นล่างเขาก้าวตามแล้วบันไดก็เลื่อนลงมาจนถึงชั้นล่าง แล้วเขาก็เดินตาม &lt;br /&gt;"ผมหิวข้าว เลี้ยงข้าวผมซักมื้อนะฮะ"เขาบอกด้วยน้ำเสียงปรกติ ไม่มีท่าทีหรือน้ำเสียงอย่างคนขี้เล่นหรือขี้อ้อนอะไรเลย &lt;br /&gt;"ฉันรีบ..ขอโทษนะคะ" &lt;br /&gt;"รีบขนาดไม่กินข้าวเชียวหรือ ไม่ถูกต้องนะคุณ" &lt;br /&gt;ความจริงเธอไม่อยากกินข้าวกับเขาต่างหาก   เขาเป็นใครก็ไม่รู้.. &lt;br /&gt;"คุณจะไปไหนฮะ?" &lt;br /&gt;"ทำงาน" เธอเริ่มรู้สึกรำคาญเล็กน้อย แต่เธอรู้สึกว่าเขากำลังคว้าเงา เธออยากบอกว่า อย่ามายุ่งกับฉัน แต่เมื่อหันขวับไปเจอตาของเขาเข้า สิรินก็ได้แต่เฉย&lt;br /&gt;"คุณทำงานเยอะจัง" &lt;br /&gt;"เวลามีค่านะคะมาร์ค เวลาของคุณก็มีค่าเหมือนกัน ทำไมไม่ใช้มันให้มีประโยชน์กว่านี้"เธอเดินต่อไปเรื่อยๆ  &lt;br /&gt;"ผมคิดว่าผมทำในสิ่งที่มีประโยชน์แล้วนะ ผมอยากเป็นเพื่อนกับคุณ การได้เป็นเพื่อนกันจะมีประโยชน์มากกว่าการเป็นแค่คนแปลกหน้านะคุณ" &lt;br /&gt;"เพื่อนฉันไม่เดินตามฉันอย่างนี้หรอก" &lt;br /&gt;"ความจริงผมมีธุระกับคุณเหมือนกันนะ"เขายิ้ม &lt;br /&gt;"อะไรคะ" &lt;br /&gt;"พี่สาวผมทำเสื้อผ้าเด็ก" &lt;br /&gt;"คะ? แล้วไง?" &lt;br /&gt;"ผมอยากติดต่อคุณให้รับออกแบบเสื้อผ้าให้พี่สาวผม"   &lt;br /&gt;เธอหันมามองหน้าเขา เขายิ้มน่ารัก เวลายิ้มวงหน้าเขาดูกระจ่างน่ามอง แลดูเหมือนเด็กที่ไม่เดียงสา และดวงตาคู่นั้นก็   คลายโศก &lt;br /&gt;"สนใจไหมฮะ?" &lt;br /&gt;"ฉันคงไม่ว่างพอ" &lt;br /&gt;"ก็แค่ออกแบบส่งไป" เขาพูดง่ายจริง &lt;br /&gt;"มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกคุณ" &lt;br /&gt;"คุณพยายามคิดอะไรๆ ให้มันง่ายซะบ้างสิ เลี้ยงข้าวผมซักมื้อนะ ก๋วยเตี๋ยวข้างทางก็ได้ผมหิวแล้ว" &lt;br /&gt;"คุณเป็นที่รู้จักแล้วนะคะ ละครออกอากาศไปตั้งหลายตอนแล้ว จะไปกินก๋วยเตี๋ยวข้างทางกับผู้หญิงโนเนมอย่างฉันไม่กลัวเรทติ้งตกหรือไง?" &lt;br /&gt;"เรื่องนั้นไม่สำคัญสำหรับผมหรอก ผมแค่ขัดตาทัพให้เพื่อนพี่สาวเท่านั้น" &lt;br /&gt;"แต่ฉันไม่อยากกินข้าวกับดารา เสียใจด้วยนะคะ" &lt;br /&gt;"งั้นผมจะลาออกจากการเป็นดารา" &lt;br /&gt;เธอส่ายหน้า แต่ก็อดยิ้มไม่ได้ เขาตามเธอไปจนถึงที่จอดรถ &lt;br /&gt;"ไม่เปลี่ยนใจนะริน" เขาเรียกเธอราวกับสนิทสนมมาก เธออดหัวเราะไม่ได้ &lt;br /&gt;"ฉันรีบน่ะค่ะ" &lt;br /&gt;"โอกาสหน้านะฮะ"&lt;br /&gt;เธอไม่ตอบ..เธอขับรถออกมา มีเขายืนมองตามหลัง สิรินไม่ได้รังเกียจเขา แต่เธอรู้สึกว่าเธอเป็นเงาของคนอื่น มันดูไม่น่าภาคภูมิใจอะไรเลย อีกอย่าง เธอมีคนรักแล้ว และเป็นคนที่เธอรักมากเสียด้วย... &lt;br /&gt;แต่ความรู้สึกกับผู้ชายคนนี้ต่างกันออกไป คือเธอเข้าใจความนึกคิดของเขา สงสารเขา.. สมมุติว่าถ้าเธอไม่รักใคร เธออาจคบหากับเขาดู เธอรู้สึกว่าเธอสามารถที่จะรักเขาได้ ถ้าเธอไม่รักใครเสียก่อนอย่างนี้..เธอรักจารึกเสียแล้ว.. และความซื่อสัตย์ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ.. &lt;br /&gt;หลายวันต่อมาสิรินได้รับการติดต่อจากผู้หญิงคนหนึ่ง บอกว่าชื่อจีนนี่ เป็นเจ้าของโรงงานเสื้อผ้าเด็ก ตอนแรกสิรินรู้สึกงง แต่ต่อมาเธอก็คิดได้ว่าผู้หญิงคนนี้คงเป็นพี่สาวของมาร์ค แต่หล่อนไม่ได้เอ่ยถึงมาร์คเลย คงบอกแต่ว่าสนใจงานของสิรินจากที่ได้เห็นเสื้อผ้ายี่ห้อจารินและจากงานละคร          จีนนี่พูดจาไพเราะน่าฟัง ฟังดูน่าจะเป็นคนใจดี ใจเย็นไม่เหลาะแหละ &lt;br /&gt;"คุณสิรินพอจะปลีกเวลาให้พี่สักหน่อยได้ไหมคะ?" &lt;br /&gt;คำพูดคำจาให้เกียรติ์อย่างมากทำให้เธอรู้สึกเกรงใจ &lt;br /&gt;"...ก็ได้ค่ะ เย็นนี้ก็ได้"ตอนเย็นสิรินไม่ติดธุระที่ไหน แวะไปพบเสียหน่อยคงไม่กระไรกระมัง &lt;br /&gt;"โอ ตายจริง ดีจริงค่ะ จะพบกันที่ไหนดีคะ?"เสียงทางโน้นบอกความดีอกดีใจ &lt;br /&gt;"เอ้อ โรงงานของคุณอยู่ที่ไหนคะ ฉันไปพบกับคุณที่นั่นก็ได้" เธอจะได้เห็นรูปแบบการทำงานของโรงงานด้วยถ้ารับทำ.. เธอจะรับหรือ? จำเป็นหรือเปล่านะ?&lt;br /&gt;สิรินรู้สึกว่าถ้ามีงานพิเศษอีกชิ้นก็ไม่เลว เธอกำลังต้องการเงินเพื่อขยายกิจการ แต่เธอก็คงต้องเจอกับเขา เธอรู้ข้อนี้ด้วย ..แต่เธอก็ตกลงใจจะลองไปดู อาจจะไม่ทำก็ได้ถ้างานนี้ดึงเวลาส่วนอื่นเกินไป &lt;br /&gt;จีนนี่บอกรายละเอียดแก่เธอแล้วรอพบกันตอนเย็น… &lt;br /&gt;สายโทรศัพท์ถูกวางลง สาวใหญ่ลูกครึ่งผู้มีผม   สีน้ำตาล รูปร่างเล็ก ผิวขาวละเอียด เงยหน้าขึ้นยิ้มกับน้องชาย หล่อนในชุดเสื้อผ้าทันสมัยเจี๊ยบ หมุนเก้าอี้เล่นไปมาขณะที่นั่งไขว่ห้างสบายๆ  &lt;br /&gt;"เค้าไม่ใช่คนพูดยากอย่างที่เธอบอกพี่ซักหน่อย" &lt;br /&gt;"อาจจะยากเฉพาะกับผมก็ได้ฮะ" &lt;br /&gt;"ไล่ตามเขานี่ ผู้หญิงบางคนเขากลัว..ให้พี่ช่วยอย่างนี้แหละถูกทางแล้ว ว่าแต่รักจริงหวังแต่งแน่นะ" &lt;br /&gt;"ครับ" เขายิ้มน่ามอง นานแค่ไหนแล้วที่พ่อน้องชายไม่ยิ้ม ผู้หญิงชื่อสิรินมีอิทธิพลกับเขาถึงเพียงนี้ เธอจะช่วยเขา..&lt;br /&gt;จีนนี่เริ่มนึกภาพของสิรินว่าจะเป็นคนอย่างไร ประไพพิมพ์   คนรักที่หายไปของมาร์คนั้นไม่ใช่คนสวย เธอตัวเล็ก ผมยาวรวบเป็นหางม้าอยู่เป็นนิจ แต่งตัวง่ายๆ แต่มีนิสัยร่าเริงเหมือนนกกระเต็นตัวเล็กๆ ที่น่ารัก คิดถึงแล้วก็อดใจหายไม่ได้ &lt;br /&gt;แล้วสิรินคนนี้จะเป็นคนอย่างไร? เสียงที่ได้ยินไม่บอกว่าเป็นคนร่าเริง และน้องชายก็บอกไว้ว่า &lt;br /&gt;"เงียบๆ ฮะ แต่ทำงานเก่ง รินเป็นผู้หญิงทำงานน่ะฮะ  บ้างานเหมือนไพบ้ากิจกรรม" ท้ายประโยคนั้นตาเขาหม่นลงเล็กน้อย จีนนี่อดเวทนาเขาไม่ได้ คงอีกนานที่เขาจะลืมประไพพิมพ์ลงได้ &lt;br /&gt;โรงงานของจีนนี่อยู่แถวท่าพระ เป็นโรงงานขนาดกลางตั้งอยู่บนเนื้อที่ที่กว้างพอสมควร และในพื้นที่เดียวกันนั้นมีบ้านปลูกอยู่ด้วยหลังหนึ่ง และตกแต่งรอบบริเวณให้ร่มครึ้มด้วยต้นหมากรากไม้นานา ทำให้คลายความร้อนลงมากทีเดียว สิรินจอดรถในที่จอดรถของโรงงาน แล้วเดินไปถามถึง "คุณจีนนี่" คนที่เธอถามได้นำเธอไปพบคุณจีนนี่ที่ห้องทำงานของเธอซึ่งอยู่ชั้นล่างของตึกนั่นเอง &lt;br /&gt;"คุณสิรินใช่ไหมคะ"จีนนี่ทักทายแจ่มใส ยื่นมือให้จับแล้วพามานั่งที่โซฟาในห้อง ห้องทำงานของเธอหรูหรา ปูพรมสีน้ำตาลอ่อน เปิดเครื่องปรับอากาสเย็นฉ่ำ และมีกลิ่นน้ำหอมชื่นใจ &lt;br /&gt;โต๊ะทำงานของเธอเป็นโต๊ะใหญ่ทำด้วยไม้สักที่แกะสลักงดงาม ส่วนชุดรับแขกเป็นหนังแท้นุ่มนิ่มแสนสบาย สิรินพบว่า    จีนนี่เป็นผู้หญิงลูกครึ่งอายุสามสิบเศษ ที่มีรูปร่างเล็ก แต่สวยเหมือนตุ๊กตา ..และเหมือนฝรั่งมากกว่าน้องชาย แต่กลับมีรูปร่างเล็กแบบคนไทย &lt;br /&gt;"หายากไหมคะ" &lt;br /&gt;"ไม่ยากค่ะ" สิรินยิ้มให้ และอดจะมองดูรอบๆ ห้องไม่ได้ มีราวแขวนเสื้อโชว์อยู่มุมหนึ่งของห้องห้อง    สิรินรู้สึกว่าเป็นเสื้อผ้าที่ดูหรูสำหรับเด็กๆ ที่มีฐานะร่ำรวย ที่ใช้สวมใส่ในวาระพิเศษ &lt;br /&gt;"เสื้อผ้าพวกนี้พี่เตรียมไว้ให้คุณดูน่ะค่ะ..เป็นไงคะ ความจริงเราทำชุดลำลองด้วยนะคะ เรียกทำชุดลำลองเป็นงานหลัก แต่พี่อยากให้คุณดูชุดพิเศษมากกว่า ..พี่ว่าพี่กำลังจะขยายเสื้อผ้าจำพวกนี้ เลยอยากได้มือดีๆ มาช่วยด้านการออกแบบ"&lt;br /&gt;สิรินลุกขึ้นแล้วเดินไปดูเสื้อผ้าพวกนั้นใกล้ๆ &lt;br /&gt;"ส่งต่างประเทศหรือเปล่าคะ" &lt;br /&gt;"ด้วยค่ะ แต่ไม่ได้ส่งไปไกล อยู่ในเอเชียนี่เองค่ะ" &lt;br /&gt;"ฉันไม่เคยทำเสื้อผ้าเด็กมาก่อนนะคะ"สิรินออกตัว &lt;br /&gt;"ก็ไม่เป็นไรนี่คะ นักออกแบบที่นี่แรกๆก็ไม่เคยกันทั้งนั้น ซักพักก็จับทางถูก พี่ว่าพี่จะขยายตลาดในประเทศน่ะค่ะ เสื้อผ้าเด็กๆสำหรับใส่ไปงานเลี้ยงที่บ้านเรายังมีช่องทาง..ในขณะที่ชุดใส่เล่นเริ่มเฟ้อแล้ว แต่เราโชคดีนะคะที่ทำมานานแล้ว ทำมาตั้งสิบกว่าปีนะคะ ถ้าสมัยนี้เริ่มทำใหม่ๆ ต้องช่วงชิงกันน่าดู ทำกันได้ไม่นานก็ต้องเปลี่ยนยี่ห้อ เปลี่ยนเจ้าของ เปลี่ยนคอนเซป..ไม่ก็.. เปลี่ยนไปทำอย่างอื่น" &lt;br /&gt;สิรินคิดว่าถ้าเธอจะ "ขยายกิจการ" เธอก็น่าจะลองทำงานกับผู้หญิงเจ้าของโรงงานคนนี้ดูก่อนซักพัก ตอนนี้เธอไม่ได้คิดถึงว่าจีนนี่คนนี้เป็นพี่สาวของมาร์ค..และจีนนี่เองก็ไม่ได้เอ่ยถึงเขาสักคำ &lt;br /&gt;สองคนคุยกันแต่เรื่องงานเท่านั้นและตกลงกันได้ด้วยดี เธอตกลงที่จะลองออกแบบให้จีนนี่ดูสักเซทหนึ่ง เป็นเสื้อผ้าเด็กผู้หญิง และเด็กผู้ชายอายุประมาณ 10-12 ปี เป็นชุดงานเลี้ยงต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานฉลองปริญญา งานเลี้ยงต้อนรับ งานวันเกิดผู้ใหญ่ และงานฉลองเทศกาลต่างๆ และที่น่าทึ่งในความใส่ใจที่ละเอียด..คือชุดไปงานศพ! &lt;br /&gt;"ชุดไปงานศพ"จารึกทวนคำเมื่อสิรินเล่าให้ฟังถึงงานชิ้นใหม่ของเธอ &lt;br /&gt;"แปลกดีนะคะ ไม่เคยเห็นใครขายชุดไปงานศพ" &lt;br /&gt;"แต่รินว่าต้องขายได้ค่ะ" เพราะมันดูยุ่งยากกว่ากันมาก ที่จะมาตัดเย็บกันกะทันหันฉุกละหุก ส่วนใหญ่มักไปหาซื้อกันทั้งนั้น แล้วก็มักจะได้ไม่สวย ไม่เข้าตัวเพราะซื้อทีละชิ้น แถมชุดดำสำหรับเด็กก็ดูจะหายาก เพราะไม่ค่อยมีใครทำออกมาขาย ไม่ว่าจะเป็นเชิ้ร์ตดำ หรือเสื้อลูกไม้สีดำ เสื้อยืดเนื้อฝ้ายสีดำสำหรับเด็กก็หายาก &lt;br /&gt;"จะเก็บเงินไปเรียนหรือคะ" จารึกคลอเคลียอยู่ข้างๆ  &lt;br /&gt;"ด้วยค่ะ..แต่ตอนนี้รินคงต้องซื้อรถบรรทุกสักคันก่อน" &lt;br /&gt;"คะ?" &lt;br /&gt;"เอาไว้บรรทุกของไปส่งน่ะค่ะ"ก็..เธอเริ่มขยายตลาด..เริ่มรู้สึกว่ารถเก๋งที่ใช้อยู่นั้นไม่เหมาะสมกับการใช้งานเสียแล้ว &lt;br /&gt;"ก็ดีนะคะ"จารึกแอบถอนใจ &lt;br /&gt;"ส่วนรถคันนี้ รินจะให้ริยาไว้ใช้นะคะ รถมันกว้างนั่งสบาย ริยาจะได้พาพี่แก้วไปไหนมาไหนบ้าง" &lt;br /&gt;"จะขับรถไปส่งให้ที่บ้านหรือคะ?" &lt;br /&gt;"คงเรียกริยาขึ้นมาเอา"สิรินหัวเราะ เธอรู้สึกว่าน้องเป็นจอมอึดมากกว่าเธอในเรื่องการขับรถทางไกล และเธอก็ไม่ว่างด้วย &lt;br /&gt;สิรินชวนจารึกซื้อดูรถด้วยกัน เป็นรถบรรทุกชนิดขับเคลื่อนสี่ล้อหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่ารถปิกอัพโฟวิลชนิดมีหลังคาและมีตระแกรงบนหลังรถเหมาะสำหรับบรรทุกของจริงๆแล้วเธอก็พาจารึกไปหาร้านอาหารอร่อยๆ ฉลองรถใหม่…&lt;br /&gt;และที่โต๊ะ เธอก็ยื่นกล่องกำมะหยี่สีแดงสดให้ในขณะรออาหาร &lt;br /&gt;"ของคุณค่ะ" &lt;br /&gt;จารึกมองสิริน… สิรินคนรักของหล่อนไม่ได้บ้างานจนละเลยหล่อน…หล่อนยังสำคัญเสมอ..สิรินซื้อรถให้ตัวเอง และยังแอบซื้ออะไรให้หล่อนด้วย &lt;br /&gt;"อะไรคะ"จารึกดีใจยิ้มปลื้ม.. &lt;br /&gt;"เปิดดูสิคะ" &lt;br /&gt;มันคือแหวนวงหนึ่ง ตัวเรือนทำด้วยทองคำขาว หัวแหวนเป็นรูปกุหลาบมีเพชรเม็ดเล็กๆ  ฝังอยู่รอบกลีบดอก แม้นจะเป็นแหวนที่ดูใหญ่ แต่ก็ทันสมัย แบบแหวนเพชรของผู้หญิงสมัยใหม่ &lt;br /&gt;"ริน" ..&lt;br /&gt;"ซื้อมาเปลี่ยนให้" เธอว่า…ก็แหวนทองครึ่งสลึงที่เธอซื้อให้เมื่อวันเกิดหล่อนเมื่อนานมาแล้วนั้น มันชักเบี้ยวไปมาเพราะมันเก่าเต็มที &lt;br /&gt;จารึกมองสิริน ตัวเธอเองไม่มีอะไรประดับตัวสักอย่าง นอกจากนาฬิกาเก่าๆ เรือนเดียว &lt;br /&gt;"วงนี้ล่ะคะ" หล่อนถามเมื่อมองดูแหวนวงเดิมที่สวมอยู่&lt;br /&gt;“รินใส่เอง” สิรินยิ้ม&lt;br /&gt;จารึกค่อยๆ ถอดให้ สิรินรับมาสวมไว้ที่นิ้วก้อย นาทีนี้นิ้วของจารึกเหมาะกับแหวนเพชรมากกว่าแหวนทองเบี้ยวๆ  วงนี้ &lt;br /&gt;"ใส่วงนี้ให้ด้วยสิคะ" หล่อนยื่นนิ้วให้สิรินสวมให้หล่อนอย่างเต็มใจ นี่คือน้ำพักน้ำแรง.. แม้นมันจะดูเป็นภาพที่แปลกๆที่ผู้หญิงสวมแหวนให้กันในร้านอาหารที่มีแขกอยู่พอประมาณ แต่ สิรินก็ไม่รู้สึกอะไร &lt;br /&gt;"พอดีเลยค่ะริน..รินใช้ความเชื่อเดิมอีกหรือคะ"ความเชื่อที่ว่า  ถ้านิ้วก้อยของคนหนึ่ง เท่ากับนิ้วนางของอีกคน..สองคนนั้นจะเป็นเนื้อคู่..สองคนมีรอยยิ้มประแต้มทั่วหน้า &lt;br /&gt;"ดีจังค่ะ รินซื้อรถใหม่ คุณได้แหวนใหม่..งั้นมื้อนี้ขอเป็นเจ้ามือนะคะ เดี๋ยวเงินในกระเป๋าของคุณมันจะบูดเสียก่อน" &lt;br /&gt;"เจอค่าตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฯเชียงใหม่,เชียงใหม่กรุงเทพฯ หลายปีดีดัก เงินที่ไหนมันจะทันบูดคะ" &lt;br /&gt;"แหม..ก็หาไว้ใช้นี่คะริน เอ้อ..หมู่นี้คุณไม่เห็นบิวเลย ริยาก็ซึมๆ ท่าทางจะโบร้กอีกหรือเปล่าไม่รู้นะคะ แต่สองคนนี่เค้าคบกันมานานหลายปีนะ…เฮ้อ..ยายทิพย์ หลานสาวคุณที่อยู่ลำพูนก็มีแฟนเป็นผู้หญิง.. เจอกันตอนไปเฝ้าคุณแม่ที่โรงพยาบาลคราวก่อนน่ะค่ะ..พ่อเค้าโวยวายใหญ่โตไม่ยอมให้คบกัน" &lt;br /&gt;"แกยังเด็กหรือคะ?" &lt;br /&gt;"สิบเก้าปีค่ะ เรียนพยาบาลแล้ว แต่..ถ้าฝ่ายโน้นเป็นหมอหนุ่มคงไม่มีปัญหา แต่บังเอิญเป็นผู้หญิง" &lt;br /&gt;สิรินถอนใจ… เวรกรรม เธอคิดถึงน้องสาว สิริยาจะเจอปัญหาอะไรบ้างเธอไม่รู้ เพราะน้องไม่เคยระบาย ให้ฟัง แต่สิริยามีข้อดีอยู่อย่างหนึ่งคือเธอไม่ติดอยู่กับความทุกข์นาน &lt;br /&gt;"พี่ศาลจะส่งยายทิพย์ไปอยู่อังกฤษ.. พูดง่ายๆ  ก็จับแยกนั่นเอง" &lt;br /&gt;"แย่จัง"สิรินรู้สึกเศร้า &lt;br /&gt;"คุณทำให้บรรยากาศแย่ลงหรือเปล่า กับข้าวมาแล้วล่ะค่ะ" &lt;br /&gt;สิรินมองดูหล่อนแล้วระบายยิ้มอ่อนบางให้…ความรักของเธอกับจารึกเป็นความรักที่ไม่มีใครรู้.. แต่ถ้ารู้.. มาถึงวันนี้คงเลยวัยที่ใครจะมากีดกันแล้ว..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่นานจากนั้นสิริยาก็ขึ้นกรุงเทพฯ มารับรถจากพี่สาว สีหน้าเธอซึมเซาเหมือนหมดอาลัยตายอยาก &lt;br /&gt;"เป็นอะไรริยา" สิรินถาม น้องสาวเหลือบตามองอย่าง   เฉยเมย &lt;br /&gt;"อกหัก" เธอตอบพลางทำตาปรอย &lt;br /&gt;"เอาน่า อย่าคิดอะไรมาก" สิรินตบไหล่เบาๆ  .. &lt;br /&gt;"จะไม่ถามเลยหรือพี่รินว่าเกิดอะไรขึ้น" น้องถาม แสดงว่าอยากให้เธอสนใจ &lt;br /&gt;"เอ้า.."สิรินยิ้ม.. &lt;br /&gt;"เกิดอะไรขึ้นล่ะ" &lt;br /&gt;"บิวจะแต่งงาน แต่งกับมหาเศรษฐีทั้งหล่อทั้งโคตรรวย.. ริยาน้องของพี่รินที่แท้แล้วมันก็ไอ้แค่ตัวฆ่าเวลาระหว่างหาคู่ของเค้าเท่านั้นเอง.." &lt;br /&gt;"อย่าคิดอย่างนั้นสิ .. ทำไมไม่คิดว่าเค้าไปเพื่อให้เราได้พบคนที่ดีกว่าล่ะ ถ้าบิวไม่ไป แกคงไม่เจอตัวจริง..ว่าไหม?" สิรินปลอบไปตามเรื่อง &lt;br /&gt;"แหม.. แรกๆมันก็ตัวจริงทุกทีแหละพี่ริน" &lt;br /&gt;"น่ะ .. อย่างแกอกหักไม่นานหรอก" &lt;br /&gt;"ไม่ได้จีบใครมานานแล้วนาพี่ริน .. มันชักแก่ตัวท่าจะเรื้อวิชาเสียแล้ว" &lt;br /&gt;คราวนี้พี่สาวหัวเราะ &lt;br /&gt;"ถ้าแกแก่แล้วฉันมิหง่อมหรอกเร๊อะ" สิรินพลอยทำให้น้องหัวเราะไปด้วย...&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8688413871670125189-9136540576145931115?l=sirinrose.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirinrose.blogspot.com/feeds/9136540576145931115/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8688413871670125189&amp;postID=9136540576145931115&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/9136540576145931115'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/9136540576145931115'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirinrose.blogspot.com/2009/05/32.html' title='ตอนที่ 32'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8688413871670125189.post-2850518617333633542</id><published>2009-05-19T23:16:00.004-07:00</published><updated>2009-10-24T01:36:22.097-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ตอนที่ 31'/><title type='text'>ตอนที่ 31</title><content type='html'>สิรินและจารึกเพลิดเพลินกับการซื้อของฝากและของประดับเสื้อจำพวกกระดุมไม้ และลูกปัดแปลกๆ หินสีสวยๆ  บ้านเมืองที่มัลดีฟนั้นตลาดร้านค้าดูแปลกตา ชาวเมืองผิวเข้มจัด แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีฉูดฉาด &lt;br /&gt;และทุกหนทุกแห่งดูเหมือนเจริญน้อยกว่าเมืองไทย บรรยากาศยังมีความเป็นธรรมชาติ อากาศสดชื่น แดดร้อนเปรี้ยง  ฟ้าสว่างจ้า และ..รถไม่ติด ร้านรวงต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นร้านค้าขนาดเล็กๆ ที่แน่นไปด้วยสินค้า และสินค้าที่ขายดีได้แก่พวกของพื้นเมือง ของที่ระลึกนั่นเอง&lt;br /&gt;คุณวิลันดากับปิงฟ้าไม่ค่อยสนใจช้อปปิ้ง แต่สนใจที่จะดื่มด่ำกับธรรมชาติและนอนผึ่งแดดผึ่งลมมากกว่าเพราะมีเวลามากกว่าจารึกกับสิริน &lt;br /&gt;"รินมีอะไรเหมือนปิงอยู่นะคะ" คุณวิลันดาเอ่ยแก่คนรักขณะนอนเอนหลังที่เก้าอี้ผ้าใบเคียงกันอยู่ที่หาดแสนสวย โดยมีร่มคันโตกั้นแดดมิให้ฉายมาตกต้อง หากกระนั้นต่างก็สวมแว่นกันแดดปกป้องดวงตาเอาไว้ ปิงฟ้าเหลือบมองคนรักแล้วยิ้มให้อย่างอ่อนโยน&lt;br /&gt;"เที่ยวก็ทำงาน เวลาทำงานก็ทำงาน..ตกลงทำงานตลอด" หล่อนว่าพลางยิ้มละไมอย่างเอ็นดูคนที่เอ่ยถึง &lt;br /&gt;"ดูเหมือนแกมองอะไรก็จะคิดตลอดว่าจะเอามาทำเสื้อได้ไหม เห็นอะไรก็คงคิดว่าจะทำให้เป็นแฟชั่นได้อย่างไร" หล่อนมองปิงฟ้า คิดถึงปิงฟ้ายามอายุน้อย ปิงฟ้ากับกระดานดรออิ้งแทบจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันก็ว่าได้ เวลามองอะไรก็เช่นกัน มักจะมอง ไม่เหมือนคนอื่น &lt;br /&gt;"จินตนาการเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ทำให้ต้องวาดเอาไว้กันลืม" ปิงฟ้าเข้าใจดี&lt;br /&gt;"ที่เหมือนที่สุดอีกอย่างคือ..เค้ารักผู้หญิงแบบผู้หญิงรักผู้หญิง ไม่ได้รักแบบทอมหรือดี้" คราวนี้ปิงฟ้ายิ้มให้&lt;br /&gt;"มันไม่สำคัญหรอกค่ะ รักกันจริงก็พอแล้วสำหรับทุกอย่าง"&lt;br /&gt; เมื่อสิรินกลับถึงกรุงเทพฯนั้น เธอเอากระเป๋าไปเก็บที่คอนโดฯ แล้วนั่งแท็กซี่ไปโรงพยาบาลทันที แต่ก็ได้พบกับความแปลกใจอย่างมาก เมื่อมีชายฉกรรจ์สี่คน แต่งตัวสุภาพด้วยชุดเสื้อเชิ้ร์ตสีอ่อน และกางเกงแสลคสีเข้มเหมือนพวกทำงานในสำนักงาน ทว่าตัวโตใหญ่แข็งแรงทุกคน พวกเขานั่งอยู่หน้าห้องของสร้อยแก้ว และลุกพรึ่บขึ้นขวางเธอไว้ &lt;br /&gt;"อะไรกัน พวกคุณเป็นใครกัน" &lt;br /&gt;"ขอโทษครับ กรุณาแจ้งชื่อให้เราทราบก่อนเข้าเยี่ยมด้วยครับ"&lt;br /&gt;สิรินต้องถอยออกมาดูป้ายชื่อหน้าห้องเพื่อความแน่ใจว่าเธอไม่ได้มาผิดห้อง เพราะดูเหมือนว่าห้องนี้เป็นห้องของคนอื่นที่มีอิทธิพลและมีศัตรูมากจนต้องมีคนคอยคุ้มครองอย่างแน่นหนา คนคุ้มครอง...ก็พวกมือปืนน่ะสิ!!&lt;br /&gt;แต่ป้ายหน้าห้องยังบอกว่าห้องนี้เป็นห้องของผู้ป่วยที่ชื่อสร้อยแก้ว&lt;br /&gt;"พวกคุณเป็นใคร?" สิรินย้อนถามซ้ำอีกด้วยความรู้สึกไม่พอใจ&lt;br /&gt;"เราถูกส่งให้มาคุ้มครองความปลอดภัยคุณสร้อยแก้ว"หนึ่งในสี่บอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล สิรินขมวดคิ้ว..&lt;br /&gt;"คุ้มครอง? ทำไมต้องคุ้มครอง?"&lt;br /&gt;"เรื่องนี้เราขอไม่ชี้แจง เพราะเราเพียงแต่ทำตามคำสั่งเท่านั้น"เขาคนเดิมบอก พวกเขาเหล่านี้เหมือนหุ่นที่ดูไร้จิตใจ แต่ดูเข้มแข็งเหมือนทหารตำรวจที่ถูกฝึกมาอย่างดีเพื่อการพิทักษ์&lt;br /&gt;"ถ้าคุณจะเข้าไป กรุณาแจ้งชื่อให้เราทราบก่อน"&lt;br /&gt;"ฉันชื่อสิรินเป็นน้องสาวของคนป่วย"สิรินบอกด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ&lt;br /&gt;"คุณสิริน.."เขาพยักหน้าให้เธอและเหลือบมองพรรคพวกอีกสามคนเป็นเชิงว่า ปล่อยให้เข้าไปได้&lt;br /&gt;"เชิญครับ" เขาค้อมศีรษะให้เธอเล็กน้อย&lt;br /&gt;สิรินมองดูพวกเขา พวกนี้ไม่ใช่คนที่ดูเหี้ยมโหด แต่ก็ดูไม่มี ความ อลุ้มอล่วย ดูไร้จิตใจ แต่ก็สุภาพ.. สุภาพแบบแข็งๆ สิรินเคาะประตู คนในห้องเปิดประตูให้.. แม่นั่นเอง เธอยกมือไหว้แม่แล้วถามว่า&lt;br /&gt;"เกิดอะไรขึ้นคะแม่ คนพวกนี้เป็นใครทำไมต้องเฝ้าพี่แก้วด้วยคะ..พี่แก้ว"เธอรู้สึกร้อนใจยิ่งนัก เมื่อปิดประตูลงแล้วเธอก็สาวเท้าไปหาพี่สาวที่เตียง เห็นสร้อยแก้วทำหน้าเบื่อหน่าย&lt;br /&gt;"มีผู้หวังดีกลัวพี่สาวแกถูกลอบสังหารมั้ง..ไม่รู้สิ อยู่ดีๆ  พวกเขาก็มาบอกว่ามีคนส่งมาดูแลพี่ แล้วก็เฝ้าอยู่หน้าประตู เวลาพี่ออกจากห้องก็ตามเป็นบอดี้การ์ดเหมือนพี่เป็นเจ้าแม่มาเฟีย"สร้อยแก้วแค่นหัวเราะ&lt;br /&gt;"ใครกันคะ?" สิรินสงสัยเต็มแก่&lt;br /&gt;"พี่แก้วเดาไม่ออกเลยหรือคะว่าใคร หรือว่าพี่หมอ?"&lt;br /&gt;"ไม่ใช่หรอก ตอนแรกแม่ก็ว่าพี่หมอ"&lt;br /&gt;"ไม่ใช่พี่หมอแล้วใครกันคะแล้วทำไมต้องมาคอยคุ้มครอง มีอะไรหรือคะพี่แก้วถูกขู่หรือคะ"สิรินรู้สึกตระหนกความจริงเรื่องโดนขู่ฆ่าอาฆาตรนั้นสร้อยแก้วโดนมานักแล้ว และโดนมานานแล้วด้วย หากแต่เธอไม่เคยคิดจะบอกใคร ได้แต่ทำบันทึกไว้และทำประกันชีวิต..&lt;br /&gt;แต่เรื่อง "ผู้คุ้มครอง" นี้เป็นเรื่องที่ทำให้ทุกคนตกใจ และรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยของสร้อยแก้ว รู้สึกว่ามันต้องมีที่มาจากงานเขียนของเธอนั่นเอง&lt;br /&gt;"ไม่หรอกริน แต่พี่เดาๆ เอา ว่าคงเป็น.."&lt;br /&gt;ณัฐ! .. ก็เขามาหาเธอในวันที่หนังสือพิมพ์ตีพิมพ์เรื่องของพ่อเขา ท่าทางของเขาก็แปลกออกไปจากทุกที แต่มันดูแปลกมากกว่า ที่เขาส่งคนมาคุ้มครองเธอ..คนที่ด่าพ่อเขาเสียยับเยิน     หรือเขาอาจไปรู้อะไรมา..&lt;br /&gt;"ใครหรือแก้ว" แม่ถามอย่างร้อนใจ&lt;br /&gt;"แก้วเดานะคะแม่ เดาว่าอาจเป็นณัฐ"&lt;br /&gt;"ทำไมหรือ?" แม่ถามอีก&lt;br /&gt;"ณัฐไม่เคยมาเยี่ยมแก้วคนเดียว แล้ววันที่เขามา เป็นวันที่เรื่องของพ่อณัฐลงพิมพ์"..&lt;br /&gt;เหมือนแม่ไม่ค่อยเข้าใจอะไรนัก แต่สิรินรู้ เธอรู้ว่าณัฐคนรักของจั่นเป็นลูกชายคนเดียวของ สส. ที่ร่ำรวยระดับมหาเศรษฐี แต่ที่มาของความร่ำรวยนั้นไม่โปร่งใสนัก &lt;br /&gt;คนพวกนี้กับสร้อยแก้วถือว่าเป็นอริศัตรูกันอย่างแท้จริง แต่ณัฐเป็นคนรักของเพื่อนรักของสร้อยแก้ว และท่าทางเขาไม่มีอคติกับสร้อยแก้วเลยแม้นแต่น้อยสิรินเคยคิดว่าเพราะเขาเป็นคนที่ยอมรับความจริง ความจริงที่ใครๆ ก็รู้ และเขาเองก็คงรู้สึกได้ว่า.. ว่าพ่อของเขาเป็นอย่างไร ..&lt;br /&gt;แต่ความจริงที่แท้ที่มีอยู่ในใจของเขานั้น นอกจากตัวณัฐเองแล้วคงไม่มีใครจะล่วงรู้ได้ ว่าเป็นอย่างไรแน่&lt;br /&gt;"แล้วเมื่อวานเย็น พวกนี้ก็มา"สร้อยแก้วหมายถึงชายทั้งสี่คนที่หน้าห้อง&lt;br /&gt;"แกไปเขียนอะไรว่าพ่อเขาหรือแก้ว แล้วพ่อของณัฐเป็นใคร?" แม่ถามอย่างข้องใจ สร้อยแก้วมอง   สิรินอย่างจะขอความคิดเห็น..&lt;br /&gt;"พ่อพี่ณัฐเป็นนักการเมืองค่ะแม่" สิรินตอบ &lt;br /&gt;แล้วแม่ก็ทรุดลงนั่งที่โซฟาอย่างอ่อนแรง..นี่หรือคือผลแห่งการทำหน้าที่ของสร้อยแก้ว วันนี้เธอมีผู้คุ้มกันอยู่หน้าห้อง ดูเหมือนเป็นคนมีศัตรูมาก &lt;br /&gt;แม่รู้สึกได้ว่าลูกสาวตกอยู่ในอันตรายจึงต้องมีคนคอยคุ้มครองดูแลความปลอดภัย  เวลาสร้อยแก้วจะลงไปรับลมเย็นๆ ที่สวนข้างล่างหรือไปทำกายภาพบำบัด หรือทุกครั้งที่โผล่ออกไป คนพวกนั้นก็ต้องตาม..ซึ่งสร้างความอึดอัดขัดข้องใจให้เธออย่างรุนแรง &lt;br /&gt;และสร้างความรู้สึกตระหนกให้เกิดขึ้นในหัวใจของผู้เป็นแม่อย่างร้ายกาจ&lt;br /&gt;ใช่แต่แม่เท่านั้นที่ตกใจใครรู้เรื่องนี้เข้าต่างก็ตกใจทั้งสิ้น ไม่ว่าพ่อแม่ สิริยาและหมอจุ่นหรือกระทั่งเจ้านาย และเพื่อนร่วมงานของสร้อยแก้ว &lt;br /&gt;"ริยาล่ะคะแม่?" &lt;br /&gt;"กลับเชียงใหม่แล้ว ไปเปลี่ยนพ่อมา พ่อเขาจะมาดูพวกนั้น" แม่บุ้ยหน้าไปที่ประตู &lt;br /&gt;"แล้วครูจารึกล่ะ" แม่ถามบ้าง&lt;br /&gt;"ต่อไปเชียงใหม่แล้วเหมือนกันค่ะ..ริยามันว่าไงบ้างคะ?"&lt;br /&gt;"จะว่าไง มันก็อาละวาดจะให้พวกนั้นบอกให้ได้ว่าใครส่งมา พอเขาไม่บอกมันก็ไล่ เอะอะกันจนห้องอื่นตกใจกันหมด"สร้อยแก้วเล่า ส่วนแม่ได้แต่ส่ายหน้าไปมา สีหน้านั้นมีแววกังวลมากมาย&lt;br /&gt;ณัฐอยู่กับจั่นขณะที่หมอจุ่นโทรเข้าโทรศัพท์มือถือของเขาตอนเที่ยงวัน เขากับคนรักกำลังสั่งอาหารในร้านอาหารแห่งหนึ่งใกล้ๆ  ที่ทำงานของจั่น&lt;br /&gt;"พี่หมอหรือฮะ"&lt;br /&gt;"ณัฐรู้เรื่องบอดี้การ์ดที่คนส่งไปเฝ้าแก้วหรือเปล่า?" หมอจุ่นถามตรงประเด็นในทันทีทีเดียว&lt;br /&gt;"เอ้อ บอดี้การ์ดอะไรหรือครับพี่หมอ แก้วมีบอดี้การ์ดด้วยหรือฮะ?"สุ้มเสียงเขาเปลี่ยนไปอย่างมีพิรุธ ซึ่งเท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่ฝ่ายโน้นจะจับผิดเขาได้&lt;br /&gt;"แกใช่ไหม?"เสียงตะคอกมาจากภาคใต้แสดงให้รู้ว่า รู้แล้ว..&lt;br /&gt;"อะไรฮะพี่หมอ"สีหน้าเขาเจื่อนลงถนัดตาจั่นมองดูเขาอย่างแปลกใจ&lt;br /&gt;"อะไรกันคะณัฐ พี่หมอโทรมาใช่ไหมคะ?"&lt;br /&gt;เขาหันมาพยักหน้าให้คนรัก&lt;br /&gt;"พ่อแกคิดจะฆ่าแก้วใช่ไหม?"ทางโน้นตวาดถามมาอีก &lt;br /&gt;"พี่หมอ เอ้อ...เดี๋ยวก่อนฮะพี่หมอ ผมเพียงแต่ .."&lt;br /&gt;"แกรู้อะไรมา? พ่อแกจะมา&lt;br /&gt;“พ่อแกคิดจะทำอะไรแก้ว? ถ้าไม่มีอะไรแกจะส่งคนไป คุ้มกันแก้วทำไม?"&lt;br /&gt;"ผมบอกอะไรไม่ได้หรอกฮะ ผมคิดว่าผมทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว" สีหน้าเขาทุกข์ใจ&lt;br /&gt;"นี่พูดถึงอะไรกันคะ?" จั่นตวาดลั่นจนคนหันมามองโต๊ะเธอเป็นตาเดียวกัน เธอคว้าโทรศัพท์จากมือคนรักไปพูดเสียเอง&lt;br /&gt;"พี่จุ่น มีอะไรกับณัฐหรือคะ พี่จุ่นว่าอะไรณัฐคะ ณัฐเขาถึงตกใจขนาดนี้"&lt;br /&gt;"แกถามกันเอาเองสิ"พี่ชายกระแทกเสียง&lt;br /&gt;"อ้าว แล้วทำไมต้องพาลด้วย"&lt;br /&gt;"ฉันจะบอกแกอย่างนะยายจั่น ฉันไม่เคยรังเกียจแฟนแกเลยถึงเดี๋ยวนี้ฉันก็ยังเข้าใจว่ามันเป็นคนดี แต่คนที่นับวันฉันยิ่งรังเกียจก็คือว่าที่พ่อผัวของแก แกบอกแฟนแกด้วย ให้จัดการยังไงก็ได้อย่าให้พ่อมันมาแตะต้องแก้ว ไม่งั้นมันกับฉันจะต้องเห็นดีกัน"&lt;br /&gt;สายจากทางใต้ตัดฉับลง จั่นยังมึนงงอยู่กับที่ หันมองดูณัฐด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม&lt;br /&gt;"นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะณัฐ"&lt;br /&gt;บริกรชายที่รอจดรายการอาหารเริ่มขยับตัวไปมา ณัฐเงยหน้าบอกว่า&lt;br /&gt;"ขอเครื่องดื่มก่อนนะ"&lt;br /&gt;เขาค้อมหัวแล้วผละจากไป แขกคู่นี้บังเอิญอารมณ์บูดเพราะเสียงจากโทรศัพท์เสียแล้ว..&lt;br /&gt;"ว่าไงคะ"จั่นรบเร้าเอาความ&lt;br /&gt;"พ่อผมทำท่าจะเล่นงานแก้วน่ะสิ"เขาบอกเบาๆ  สีหน้าเต็มไปด้วยความยุ่งยากใจ จั่นใจหายวาบ..&lt;br /&gt;"ผมเลยจ้างบอดี้การ์ดไปคอยดูแลแก้ว"&lt;br /&gt;"บอดี้การ์ด"จั่นพึมพำ&lt;br /&gt;"ผมบอกแก้วไม่ได้ ขืนบอกคงยุ่งกันใหญ่ ถ้าแก้วเอาเรื่องพ่อจั่นคิดดูเถอะว่ามันจะยุ่งขนาดไหน"&lt;br /&gt;"ณัฐรู้ได้ไงคะว่าพ่อคุณจะ..จะเล่นงานแก้ว"&lt;br /&gt;"พ่อโมโหแก้วมาก ผมได้ยินพ่อโทรศัพท์.."เขาบอกความจริงทุกอย่าง&lt;br /&gt;"โถ"..จั่นเห็นใจเขาและคิดถึงสร้อยแก้ว ห่วงเพื่อนก็ห่วงแต่ก็รู้สึกว่าพี่ชายเดือดร้อนแทนสร้อยแก้วจนน่าหมั่นไส้ วันนี้สร้อยแก้วเป็นแค่คนพิการเท่านั้นจะอะไรกันนักหนาแต่สร้อยแก้วก็อุตส่าห์ทำให้คนเดือดร้อนจนถึงกับคิดจะฆ่าจะแกง ทำให้คนดีๆ อย่างณัฐต้องลุกขึ้นมาปกป้องอย่างสุดฤทธิ์ และยังทำให้พี่ชายของเธอพาลกับเธอ..&lt;br /&gt; "แกเลิกเขียนคอลัมน์นั่นได้แล้ว เขียนไปก็รังแต่จะเป็นอันตรายต่อตัวเอง" พ่อประกาศิตต่อหน้าหัวหน้าของสร้อยแก้วและเพื่อนหลายคนที่มาเยี่ยมเธอในวันนั้น...สร้อยแก้วตกใจ เหลือบสายตามองหน้าทุกคน..&lt;br /&gt;"พี่เห็นด้วยกับพ่อ"หัวหน้าเอ่ยเบาๆช้าๆ..เขามองดูสภาพของสร้อยแก้วแล้ว..จริงอยู่หรอกที่เธอยังทำงานได้ดี แต่เขาก็ห่วงเธอเกินกว่าที่จะสนับสนุนให้เธอเขียนคอลัมพ์นี้ต่อไป &lt;br /&gt;สร้อยแก้วถูกข่มขู่มาหลายครั้ง และที่เธอพบเจอเรื่องร้ายในคือทมิฬนั้น..ก็ไม่แน่ว่า เรื่องเกิดจากเหตุชุลมุนจริง บังเอิญเธอพบเจอคนฉวยโอกาสจริงหรือว่าเป็นเรื่องจงใจของบรรดาผู้ไม่ปรารถนาดีต่อเธอที่คอยจ้องมานาน..ไม่มีใครรู้ทั้งนั้น &lt;br /&gt;และคราวนี้มีผู้หวังดีส่งคนมาดูแลเธอ หรือผู้ส่งอาจไม่หวังดีจริง อาจเป็นการเล่นเล่ห์ทางจิตวิทยา..ซึ่งถ้าเป็นอย่างหลังมันก็ได้ผลจริงเสียด้วย ใครบ้างจะยอมให้ลูกหลานเดินเล่นอยู่บนขอบเหวต่อไปแต่เป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจไม่น้อย ต่อไปนี้จะต้องรออีกกี่ปีจึงจะมีเข็มพิษหอยเม่นเกิดใหม่ในวงการหนังสือพิมพ์ ..ใครจะกล้าหาญเขียนถ้อยสำนวนอย่างชาวบ้านพูดได้ดีเท่าสร้อยแก้ว.. ยอดขายอาจตก..แต่ช่างเถอะ..ความปลอดภัยของผู้หญิงคนสำคัญกว่า&lt;br /&gt;"พี่โรจน์"สร้อยแก้วเรียกหัวหน้า&lt;br /&gt;"แก้วเขียนข่าวสังคมก็แล้วกัน" เขาว่า&lt;br /&gt;"เอาเถอะพี่แก้ว" เพื่อนร่วมงานปลอบ&lt;br /&gt;"นั่นสิ ลุงกะป้าแกจะได้สบายใจ" อีกคนพยักหน้าให้หงึกหงัก &lt;br /&gt;"ไม่ต้องกลัวจะไม่มีใครโพนทะนาเรื่องชั่วช้าของพวกมันหรอก ..พี่ไม่ได้ยุบคอลัมน์ของแก้วหรอก จะให้วชิระทำแทน ถึงไงเราก็ยังต้องทำหน้าที่เป็นสื่อของประชาชนต่อไป .."&lt;br /&gt;สร้อยแก้วคิดมากอยู่หลายวัน และพ่อกับแม่ก็อยู่กับเธอตลอดด้วยความห่วงใย หมอจุ่นมาหาวันสุดสัปดาห์ เมื่อสร้อยแก้วถามความเห็นเขาเรื่องณัฐ เขาก็ไม่กล้าให้ความเห็นชัดเจนลงไปทั้งที่รู้แก่ใจ..และพวกบอดี้การ์ดก็ยังคงทำหน้าที่ของพวกเขาต่อไป..&lt;br /&gt;"จะเฝ้าไปถึงเมื่อไหร่กันพ่อคุณ" แม่หล้าเอ่ยถามเมื่อคุ้นหน้ากันดีแล้ว&lt;br /&gt;"จนกว่าจะได้รับคำสั่งให้เลิกครับคุณป้า" เขาตอบ&lt;br /&gt;"แล้วเมื่อไหร่ล่ะ?"&lt;br /&gt;"ไม่ทราบครับ"&lt;br /&gt;แล้วก็เลิกพูดกันไป..ส่วนสิรินนั้นหงุดหงิดทุกครั้งที่เจอพวกเขา ทั้งที่รู้ว่าพวกนี้มีหน้าที่คุ้มกันพี่สาวของเธอให้ปลอดภัยจากฝ่ายที่จ้องจะทำร้าย.. แต่เธอก็รู้สึกว่าพวกเขาทำให้ห้องของสร้อยแก้วกลายเป็นห้องขัง ทำให้ทุกหนทุกแห่งที่สร้อยแก้วไปกลายเป็นที่ๆ ไม่มีความอิสระ เนื่องจากต้องอยู่ในสายตาของผู้ชายพวกนี้ตลอดเวลา&lt;br /&gt;จนกระทั่งวันที่สร้อยแก้วออกจากโรงพยาบาล พ่อตัดสินใจพากลับบ้าน ถึงแม้นว่าบ้านจะยังไม่เสร็จดี แต่ก็พอจะอยู่ได้ สู้อดทนกับเสียงตึงตังโครมครามและความไม่มีระเบียบเรียบร้อยเอาบ้างก็ไม่กระไรนักหนา แต่มันกระไรเลยก็ตรงที่ "ผู้คุ้มครอง" ทั้งสี่ตามไปด้วยนั่นแหละ!&lt;br /&gt;"ให้แก้วพักที่บ้านจาสิคะ" จารึกยื่นความจำนงเมื่อไปถึง&lt;br /&gt;"จะดีหรือคะครู"แม่แย้งเสียงอ่อน&lt;br /&gt;"ดีค่ะ" ว่าแล้วหล่อนก็ชำเลืองดูคนทั้งสี่นั่นแล้วถอนใจยาวสร้อยแก้วแน่ใจว่าเป็นคนของณัฐ เธอจึงไม่แจ้งความ อีกอย่างเธอก็รู้สึกว่าคนทั้งสี่ไม่เป็นอันตรายสำหรับเธอ เขาเพียงแต่สร้างความหวั่นวิตกให้พ่อแม่พี่น้องของเธอเท่านั้น.. &lt;br /&gt;หมอจุ่นเองก็บอกให้เธอ "ช่างเถอะ"อยากคุ้มครองก็คุ้มครอง.. หมอจุ่นรู้สึกดีด้วยซ้ำที่มีคนคุ้มครองดูแลสร้อยแก้ว ..เขารู้เรื่องนี้จากน้องสาวที่พูดกับเขาตรงๆ จารึกคะยั้นคะยอให้สร้อยแก้วพักด้วย พร้อมกับดูแลความสะดวกให้แก่บอดี้การ์ดเป็นอย่างดี&lt;br /&gt;"เราไม่ทราบจริงๆ ครับ บริษัทส่งเรามาเราก็มา"เขาคนหนึ่งอธิบาย พร้อมแสดงหลักฐานว่าพวกเขาเป็นใครชื่ออะไรและมาจากบริษัทไหน บริษัทนี้ทำกิจการนี้โดยตรง มีสาขาอยู่ตามเมืองใหญ่ๆ ของโลก และนัยว่าค่าจ้างของคนเหล่านี้แพงเอาการทีเดียวพวกเขาใช้รถตู้เป็นพาหนะ และเป็นที่หลับนอน ต่างผลัดเปลี่ยนเวรยามกันดูแลสร้อยแก้วตลอดเวลา &lt;br /&gt;"แก้วคิดว่าณัฐหรือคะ?"จารึกขมวดคิ้วเมื่ออยู่ด้วยกันสองคนในห้องนอน&lt;br /&gt;"ค่ะ"&lt;br /&gt;"หมอจุ่นว่าไง?"&lt;br /&gt;"พี่หมอไม่ว่าไง คงพูดไม่ออก..ก็ณัฐเป็นว่าที่น้องเขยเธอนี่คะ"&lt;br /&gt;"แล้วจั่นล่ะ"&lt;br /&gt;"แก้วไม่ค่อยเจอจั่นค่ะ"&lt;br /&gt;"เฮ้อ..รู้ว่าใครก็ดีแล้วล่ะ คิดว่าเขาห่วงก็แล้วกัน เขากับพ่อเขาไม่เหมือนกันเลยนะ ครูว่าเขาคงเฝ้าแก้วไม่นานหรอก อีกอย่างแก้วก็เลิกเขียนเรื่องแบบนั้นแล้วนี่คะ"&lt;br /&gt;"ตัวแก้ว แก้วไม่กลัวมากหรอกค่ะครู แต่พ่อกับแม่และน้องๆ หวั่นไหวมาก"&lt;br /&gt;"ก็ห่วงนี่คะ ครูก็ห่วง"&lt;br /&gt;"เสียดายเหมือนกันนะคะ"&lt;br /&gt;"แก้วยังมีความสามารถ ครูเชื่อว่าแก้วเขียนเรื่องอื่นๆ ได้&lt;br /&gt;...สร้อยแก้วอยู่กับจารึกประมาณหนึ่งเดือน บ้านก็เสร็จเรียบร้อย นับแต่สร้อยแก้วกลับมาอยู่เชียงใหม่ หมอจุ่นก็ไม่เข้าบ้านที่กรุงเทพฯเลย เขานั่งเครื่องบินไปเชียงใหม่ทุกสัปดาห์ และยังเห็นพวกบอดี้การ์ดเหล่านั้นทำหน้าที่ของตนตามปรกติ!&lt;br /&gt;"ดูไปเหมือนพวก วีไอพี.นะแก้วน่ะ" เขาหยอกคนรักอย่างนึกสนุก&lt;br /&gt;"ณัฐลงทุนเยอะนะคะ"สร้อยแก้วอมยิ้ม&lt;br /&gt;"พี่หมอรู้มาตลอด"เธอว่า&lt;br /&gt;"แก้วก็รู้มาตลอดว่าพี่รู้"&lt;br /&gt;"ช่างเถอะค่ะ แก้วชินกับคนพวกนี้แล้ว" ก็..กินข้าวด้วยกันทุกมื้อแล้ว..เดี๋ยวนี้พวกเขาแค่นอนในรถเท่านั้นเอง นอกนั้นเขาก็จะมาเดิน มานั่ง มายืน มาดูโทรทัศน์ในบ้านของเธอ&lt;br /&gt;"แก้ว..ถ้าพี่ได้ย้ายมาทางเหนือเราแต่งงานกันนะ"&lt;br /&gt;"แก้วยังไม่คิดหรอกค่ะ" เธอบ่ายเบี่ยง&lt;br /&gt;"คิดได้แล้ว" เขาคะยั้นคะยอ&lt;br /&gt;"คิดไม่ได้ค่ะ" เธอแหงนหน้ามองเขา กล้ำกลืนความทุกข์ใจ&lt;br /&gt;"แก้วไม่เหมือนเมื่อก่อนนะคะ แก้วว่าเราไม่ควรคิดเรื่องนี้กันอีกแล้ว พี่หมอเอง..ก็ควรมองๆ คนอื่นบ้าง"&lt;br /&gt;"พูดอะไรอย่างนั้นล่ะแก้ว"เขาเอะอะ &lt;br /&gt;"แก้วยอมรับความจริงมาตั้งนานแล้วนะคะ แต่พี่หมอไม่ยอมรับเสียที" &lt;br /&gt;"ความจริงอะไร? ความจริงเรารักกัน คนรักกันก็ต้องแต่งงานกันสิแก้ว" &lt;br /&gt;"แก้วคงไม่มีปัญหาถ้าไม่ต้องนั่งอยู่บนนี้"เธอหมายถึงรถเข็นของเธอ &lt;br /&gt;"โธ่..." &lt;br /&gt;"พี่หมอ..ตัดใจจากแก้วเถอะค่ะ"เธอเองก็ตัดใจพูดออกไป..หลังจากที่คิดแล้วคิดอีกมานาน..ได้พูดแล้วก็โล่งอก &lt;br /&gt;"ไม่!"เสียงหมอจุ่นเฉียบขาด..&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8688413871670125189-2850518617333633542?l=sirinrose.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirinrose.blogspot.com/feeds/2850518617333633542/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8688413871670125189&amp;postID=2850518617333633542&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/2850518617333633542'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8688413871670125189/posts/default/2850518617333633542'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirinrose.blogspot.com/2009/05/31.html' title='ตอนที่ 31'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8688413871670125189.post-5269856691984135469</id><published>2009-05-19T23:16:00.003-07:00</published><updated>2009-10-24T01:36:37.485-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ตอนที่ 30'/><title type='text'>ตอนที่ 30</title><content type='html'>.. ชายแก่พุงพลุ้ยในชุดสูทสีน้ำตาลเข้ม ฟาดหนังสือพิมพ์ลงบนโต๊ะอาหารอย่างฉุนเฉียว อีหอยพิษเล่นเขาอีกแล้ว.. อีเวร ง่อยกินแล้วยังไม่หลาบจำ เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เขาหันไปคว้ามากดปุ่มรับสายทันที&lt;br /&gt;"ฮัลโล ..ว่าไง เออกูอ่านแล้ว แม่ง..อีเวรนี่เจ็บไม่จำ เสียดายตอนนั้นมันไม่น่ารอดมาได้ โดนเข้าไปขนาดนั้นมันยังเหนียว อุตส่าห์รอดมาเล่นกูอีกจนได้ ระยำชิบ! เฮ่ย...อย่าๆอย่านะโว๊ย ขืนทำอะไรตอนนี้ไม่สวยแน่ นังนั่นมันไม่ใช่คนโง่นะโว๊ย ..ไอ้ห่ะแต่มันทำให้กูอารมณ์เสียแต่เช้า วันนี้โผล่ไปให้หัวหน้าเห็นกูต้องโดนจิกแน่.. เออๆ อย่าบุ่มบ่าม งวดก่อนสถานการณ์มันเป็นใจเลยเข้าล็อค คราวนี้มันไม่เหมือนกัน เออ ไม่ช่างมันสิวะ มันแทงกู กูต้องกัดแม่งมั่ง"&lt;br /&gt;ณัฐยืนนิ่งอยู่ที่ราวบันไดชั้นบนเขาแน่ใจว่าพ่อคุยถึงสร้อยแก้วอยู่ เธอเขียนวิจารณ์อะไรพ่อเขาอีกแล้วสิ เธอเป็นที่เกลียดชังของนักการเมืองที่ทำผิดคิดมิชอบแก่บ้านเมือง ..ก็นักการเมืองอย่างพ่อเขานี่ไง คราวนี้เรื่องอะไรอีกล่ะ ที่เข็มพิษหอยเม่นเขียนทิ่มแทงปักพิษคาไว้..&lt;br /&gt;แต่จากที่เขาได้ยิน และจากที่สร้อยแก้วต้องพิการ ถ้าเขาโง่กว่านี้สักนิดเขาอาจไม่เข้าใจ แต่บังเอิญณัฐไม่ใช่คนโง่เสียด้วย สร้อยแก้วถูกลากไปทำร้ายในซอยเปลี่ยว หรือจะให้ถูกต้องกว่านั้นต้องบอกว่าถูกลากไปทำย่ำยี ภาพผู้หญิงนอนแบ่บอยู่บนเตียง
